20 ปีของ ‘ต่าย อรทัย’ บนเส้นทางนักร้อง กับกำแพงที่ต้องทำลาย

7.09.23 | 15:40 น.

20 ปีของ ‘ต่าย อรทัย’ บนเส้นทางนักร้อง กับกำแพงที่ต้องทำลาย

ถูกแฟนๆ ยกให้เป็น ‘นักร้องหญิงอันดับ 1’ ซึ่ง ต่าย อรทัย ดาบคำ บอกว่าเธอรับทราบด้วยความขอบคุณ และรู้สึกว่า “นั่นก็เป็นกำลังใจให้เรา”

กับเส้นทาง 20 ปี บนถนนสายนักร้อง ต่ายบอกว่าพอหวนคิดย้อนก็รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า

“20 ปีที่สู้มาไม่ได้เสียหลายอะไรเลย ที่เราอดทน ต่อสู้ แล้วก็บากบั่น ตั้งใจกับทุกอย่าง โอกาสที่เข้ามาในชีวิต วันนี้ดีใจมากนะคะ ทุกวินาทีที่มีโอกาสได้เป็นศิลปิน ก็ดีใจมาก ทุกคนยังอยู่ร่วมเส้นทาง 20 ปีกับต่าย อรทัย มาโดยตลอด”

การอยู่ยั้งมายาวนานขนาดนี้ ต่ายบอกว่า สาเหตุหนึ่งเพราะเธอยึดรุ่นพี่หลายคนเป็นแบบอย่าง

Advertisement

“มองพี่ๆ คนอื่นๆ ศิลปินในค่าย รุ่นใหญ่อย่างพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) พี่ก็อต (จักพรรณ อาบครบุรี หรือในชื่อใหม่ จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ) พี่นาง (ศิริพร อำไพพงษ์) พี่ไมค์ (ไมค์ ภิรมย์พร) ทุกคนร้องเพลงออกมาจากใจเราสัมผัสได้ ทุกคนเป็นต้นแบบ เป็นครูให้มาโดยตลอด เราก็เฝ้ามองพี่ๆ ดูว่าทุกคนทำยังไงถึงอยู่มาได้นานกว่าเราอีก เราอยู่มา 20 ปี แต่ก็มีอะไรที่ต้องเรียนรู้ หลังจาก 20 ปีนี้ไปเราจะยังอยู่ตรงนี้ได้อีกไหม เหมือนพี่ๆ เขาหรือปล่าว อยากจะบอกว่าคนอื่นๆ ก็เป็นตำนานให้กับต่ายเหมือนกัน เป็นต้นแบบให้กับเรา”

ส่วนเรื่องที่มีคนบอกว่าเธอเองก็เป็นต้นแบบ เป็นไอดอลของเขา เธอก็ขอบคุณกลับ พร้อมรอยยิ้ม

“ขอบคุณอีกครั้งที่นอกจากฟังเพลงแล้ว ยังยกให้เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ”

“ดีใจที่วันนี้ต่ายไม่ได้แค่ร้องเพลงออกไปให้ทุกคนได้ฟังความไพเราะแล้วมีความสุข แต่ว่าบทเพลงและก็เส้นทางชีวิตที่บางคนอาจจะได้ฟังบทสัมภาษณ์ มันอาจจะไปโดนความรู้สึกของใครบางคนที่อยากจะลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วทำในสิ่งที่ดี หรือทำในสิ่งที่ต่ายเคยทำแล้ว ทำได้ ประสบความสำเร็จ น้องๆ ก็อาจจะอยากลองทำเหมือนพี่ต่ายบ้าง อันนี้แอบรู้สึกดีใจมาก และขอบคุณที่หลายคนกลับมาเล่าให้ฟังว่าหนูเรียนจบเพราะพี่นะ หนูมีงานทำที่ดีเพราะพี่ จากการที่เป็นคนไม่เอาไหนก็ได้เรียนรู้เส้นทางของพี่ต่าย แล้วเอาไปเป็นต้นแบบ จนเขาสามารถที่จะก้าวข้ามอะไรบางอย่าง จากคนที่ไม่ได้ตั้งใจทำอะไร ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาภูมิใจได้ ในความเป็นต้นแบบของเรา ดีใจมากค่ะ”

ในส่วนของงาน ที่ล่าสุดจากคนที่ร้องแต่เพลงช้าๆ จนเป็นเอกลักษณ์ ตอนนี้กลับลุกขึ้นเต้น ในเพลงใหม่ ‘ลืมอ่านไลน์กลุ่ม’ นั้น เจ้าตัวหัวเราะเขินๆ แล้วรับว่า นี่คือความพยายามในการปรับตัวเอง เพราะหวังจะให้เกิดความแปลกใหม่ เพื่อจะได้มีพื้นที่อยู่ในวงการให้ยาวนานมากขึ้น

“พยายามที่จะทำลายกำแพงตรงนี้มานานหลายปีมากนะคะ จริงๆ ถ้าหลายๆ คนได้ติดตามเพลงของต่าย จะเห็นว่ามันจะมีอยู่เพลงนึงชื่อเพลงว่า ‘ผู้บ่าวนินจา’ ซึ่งตอนนั้น คิดว่าเป็นความตั้งใจของครูสลา (สลา คุณวุฒิ) นะคะ ว่าอยากจะให้มีภาพที่เปลี่ยน เพราะว่าต่ายเองร้องเพลงช้ามาตลอด เป็นภาพจำไปแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าเราก็ถนัด และรู้สึกมั่นใจที่จะร้องเพลงช้า แต่ว่าเพลงนั้นมันอาจจะด้วยอะไรไม่รู้ ด้วยกำแพง ด้วยความไม่กล้า ด้วยความที่เรามีประสบการณ์น้อย แล้วก็มีเวลาในการพร้อมน้อยมากๆ มันทำให้ไม่กล้าที่จะกลับไปดูมิวสิกวิดีโอของตัวเองเลยจนบัดนี้”

“แต่ว่าพอครั้งนี้ก็คือครูสลาให้โจทย์มว่าจะต้องเต้น ตอนแรกคือจะร้องเพลงนี้เราไม่ได้ติดเลย ตั้งใจร้องเพลงอยู่แล้ว คิดว่าในห้องอัดไม่น่าจะมีปัญหา ครูบาอาจารย์นำพาเราให้ร้องเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอนอยู่แล้วในศักยภาพที่เรามี แต่ว่าพอมาถึงเรื่องของการเต้นคือเอาอีกแล้ว…แต่คิดว่าครูน่าจะอยากจะมีภาพเปลี่ยน แล้วให้หน้าเวทีมันมีอะไรที่ดูเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงแค่มีภาพวัฒนธรรม การฟ้อนรำ แล้วเป็นเรื่องของเพลงช้า เพลงดัง เพลงฮิต ซึ่งเรามีมาหมดแล้ว”

กับการเต้น ต่ายบอกว่าตั้งแต่รับโจทย์มาเธอก็ตั้งใจซ้อมเต็มที่ อย่างไรก็ดี ก็จะเขินทุกทีเวลามีคนขอมาหน้าเวที ว่าให้เราเต้น

“ก็ยังติดความเขินอายอยู่ แต่ว่าก็ทำได้เต็มที่ วันนี้คิดว่าได้ทำลายกำแพงอะไรบางอย่างไปประมาณนึงแล้ว”

แต่กระนั้่นก็ “ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องพัฒนาตัวเองเหมือนกัน”

นักร้องคนดังผู้ไม่หยุดยั้งที่จะก้าวข้าม ทำลายกำแพงของตัวเองบอกอย่างนั้น