‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ เล่าเหตุแขวนวิกลาวงการ ถามตัวเองนี่คือชีวิตที่ต้องการจริงหรือ

27.09.23 | 23:13 น.

‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ เล่าเหตุแขวนวิกลาวงการ ถามตัวเองนี่คือชีวิตที่ต้องการจริงหรือ

หลังจาก แพรรี่ ไพรวัลย์ ออกมาแจ้งข่าวว่าจะยุติการทำงานในวงการบันเทิงในช่วงสิ้นปี 2566 ล่าสุดวันนี้เขาได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปร่วมรายการ ทัวร์มาลง ที่ช่องโมโน 29 ว่า สาเหตุหลักๆ คืออยากกลับไปทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ คือกลับไปดูแลแม่ที่ป่วย

“ก็ตกลงกับตัวเองมาตั้งแต่ต้น ตอนตัดสินใจมาทำงานไม่คิดว่าจะอยู่ยาวขนาดนี้ด้วยซ้ำ คิดอยู่แค่ครึ่งปี ถ้าหมดกระแสแล้วคงจะได้ไป แต่ปรากฏว่ามันลากยาวมา เหมือนสัญญากับตัวเองแล้วมันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแล้ว ถ้ายังอยู่ มันจะไม่ได้ทำ เลยตัดสินใจว่ายุติดีกว่า”

บอกด้วยว่าหลังประกาศไปก็มีคนมาบอกเสียดาย ที่เลิกเร็วเกินไป อย่างไรก็ตามส่วนตัวรู้สึกว่าพอแล้ว

Advertisement

“รู้สึกว่าเยอะแล้วพอ พอกับตัวเอง”

ขณะเดียวกัน การกลับไปอยู่บ้านก็น่าจะทำงานอื่นที่พอจะสร้างรายได้ให้เช่นกัน

ส่วนการเลิกรับงานในวงการที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แพรรี่บอกไม่เสียดาย

“มันพอแล้วค่ะ หนูไม่รู้จะเอาเงินที่บอกไปทำไมนักหนา”

แสดงว่าเรารวยแล้ว?

“ไม่รู้สิ” เขาพูดพลางยิ้ม แล้วบอก “สำหรับหนู คิดว่าพอแล้วดีกว่า อาจจะไม่รวย แต่พอแล้ว มีเงินก้อนหนึ่งที่คิดว่ากลับไปเลี้ยงดูพ่อแม่ได้แล้ว นำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ก้อนนึง ที่พอแล้ว”

“รู้สึกว่ามันเยอะอ่ะ มันไกลเกินความฝันที่เราไม่เคยคิด ว่าเราจะมาอยู่ตรงจุดนี้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นไม่รู้สึกว่ามันน้อย หรือน่าเสียดายอะไร เพราะตัดสินใจแล้วค่ะและมีการวางแผนการดำเนินชีวิตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ว่าจะทำอะไรบ้าง ไม่ใช่อยู่ๆคิดจะไป ก็ไปเลย ไม่ใช่ ถ้าแบบนั้นจะเสียดาย แต่หนูมีสเต็ปที่จะจัดการตัวเองหลังจากมูฟจากจุดนี้”

ครั้นถามว่าถ้าครึ่งปีผ่านไป เกิดเปลี่ยนใจ อยากกลับมา เป็นไปได้ว่าอาจเกิดกระแสตีกลับ เขาก็บอก “ชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าตัดสินใจโพสต์ นั่นคือต้องมั่นใจแล้ว แฟนเพจหนูคนติดตาม 3 ล้าน อยู่ดีๆ จะมาพูดเหมือนคนปรับอะไรไปเรื่อย คงไม่ทำแบบนั้น”

ส่วนที่บางคนไม่เชื่อ คิดว่าเรื่องที่เขาประกาศเป็นการทำคอนเทนต์ แพรรี่บอกเลย “ก็แล้วแต่เขา”

แพรี่ยังบอกอีกว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่ตัดสินใจกลับไปดูแม่ คือ “กลับไปครั้งที่แล้ว ได้ยินแม่เปรยๆกับป้าว่าเขารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่ลูกกลับมาบ้าน มาเล่น มาอยู่กับเขา แต่เขาเข้าใจว่าลูกต้องกลับไปทำงานหาเงิน ก็เลยอยากจะกลับไปอยู่บ้าน เป็นเหตุผลหลักๆ เลย ไม่อย่างนั้นเราก็จะรู้สึกติดค้างตัวเองอยู่อย่างนี้”

ส่วนเรื่องมีความรู้สึกอิ่มตัวด้วยไหม แพรรี่บอก ไม่ได้อิ่มตัวกับวงการบันเทิง แต่อาจจะอิ่มตัวกับตัวเอง

” 1 ปี ตื่นเช้ามาแต่งหน้าทุกวัน”

“ก็ชอบความสวย แต่ความสวยมันแลกมาด้วย…บางทีมันเหนื่อยนะคะ ทำงานแต่งหน้าออกไปทุกวัน กลับมาอาบน้ำเช็ดหน้าบางทีเป็นชั่วโมง แล้วหนูเป็นพระอยู่ในกุฎิแคบๆ สึกออกมายังมีชีวิตแบบเดิม ก็คือไปทำงานเสร็จ กลับมา บางทีถามตัวเองว่าต้องการชีวิตแบบนี้จริงๆ เหรอ”

“ทำให้รู้สึกว่านี่คือจุดอิ่มตัว แล้วอยากไปทำอะไรอย่างอื่น”

ถ้าเป็นนักมวยก็คือ แขวนนวม เราจะแขวนวิกเหรอ?

“ได้ค่ะ (ยิ้ม) จะบอกว่าแขวนวิก แขวนชุดไป”

บอกอีกว่าหลังจากนี้เมื่อเปิดคาเฟ่ เขาคงอยู่ในลุคธรรมดา ไม่ได้สวมวิก หรือใส่ชุดเดรส ซึ่งในส่วนวิกคงต้องทิ้ง เพราะไม่น่าจะใช้ต่อได้ ส่วนชุดน่าจะขายเป็นชุดมือสอง