รู้จัก ‘ทิดเขียว’ บรมครูผู้บุกเบิก การพากย์เสียงภาพยนตร์ในไทย
ตุลาคม ปลายฝนต้นหนาว อาจจะเป็นฤดูแห่งการผลัดเปลี่ยน ซึ่งพัดพาความหวังมาสู่วงการละคร ภาพยนตร์ของไทยด้วย เพราะหลายเรื่องที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้มีกระแสดังเปรี้ยงปร้าง
ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อที่มีรายได้ทะลุ 300 ล้านแล้ว หรือละครภาคต่ออย่าง “พรหมลิขิต” ที่เพียงฉายตอนแรกก็มีเรตติ้งถล่มทลาย ยอดผู้เข้าชมพร้อมกันมากกว่า 4.5 แสนคน
เช่นเดียวกับ ภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักนักพากย์” ที่ฉายในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Netflix ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีเสียงชื่นชมเนื้อเรื่องมาเรื่อยๆ ด้วยเป็นภาพยนตร์ไทยแนวย้อนยุคจากการเขียนบทภาพยนตร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมิตร ชัยบัญชา อดีตพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังของไทย
มติชนออนไลน์ ชวนมาทำความรู้จัก ทิดเขียว บรมครูผู้บุกเบิกการพากย์เสียงภาพยนตร์ในไทย
โดย พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับบรมครู “ทิดเขียว” ไว้ว่า
หลังจากที่หนังเสียงหรือหนังพูดได้จากต่างประเทศเข้ามาในสยาม ทำให้เกิดธรรมเนียมใหม่ขึ้นในการฉายหนังในสยาม นั่นคือการพากย์หนัง เพราะขณะที่เริ่มมีหนังเสียงเข้ามา ทำให้หนังเงียบที่ค้างฉายอยู่เสียเปรียบหนังเสียง นายต่วน ยาวะประภาษ เจ้าหน้าที่ของสยามภาพยนตร์บริษัท ซึ่งเคยไปเห็นตัวอย่างการบรรยายหนังเงียบในประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกว่า เบนชิ ซึ่งเขาใช้คนที่รู้ภาษาต่างประเทศคอยแปลข้อความในอินเตอร์ไตเติลบนจอเป็นภาษาญี่ปุ่น ให้ผู้ชมเข้าใจ ได้แนะให้โรงหนังใช้วิธีนี้เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชม โดยหวังว่าจะยืดอายุของหนังเงียบที่ค้างสต๊อกไว้พอได้บ้าง ปรากฏว่าผู้ชมพอใจ
ต่อมา ทิดเขียว ได้บรรยายหนังเงียบอินเดีย เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ศึกไมยราพณ์ (Chandrasena) โดยใช้วิธีการและลีลาแบบการพากย์โขน ปรากฏว่าผู้ชมชื่นชอบ จึงเริ่มเรียกการบรรยายหนังว่า พากย์หนัง ตั้งแต่นั้น ต่อมาเมื่อไมโครโฟนกับเครื่องขยายเสียงและลำโพง เป็นอุปกรณ์แพร่หลาย ทิดเขียวได้ริเริ่มการพากย์หนังเสียง โดยพูดเสียงการแสดงเป็นภาษาไทยให้ตัวละครทั้งหมด ผ่านเครื่องขยายเสียงออกลำโพงในโรง โดยนั่งพากย์อยู่ในห้องพากย์ในโรง คนดูไม่เห็นตัว จึงรู้สึกเหมือนหนังต่างประเทศสามารถพูดไทยได้ชัดเจน เป็นที่นิยมอย่างมาก จึงเกิดอาชีพนักพากย์หนังขึ้นประจำโรงหนังทั่วประเทศ
ทิดเขียวจึงเปรียบเสมือนบรมครูผู้บุกเบิกการพากย์เสียงภาพยนตร์ ที่นักพากย์รุ่นต่อมาเคารพบูชา โดยห้องพากย์ตามโรงหนังในสมัยก่อน มักจะมีการนำรูปทิดเขียวมาประดับหรือบูชาไว้ ตามตัวอย่างที่หอภาพยนตร์นำมาจัดแสดงที่มุมนักพากย์ ในพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยนี้
ทิดเขียวมีชื่อจริงว่า สิน สีบุญเรือง (2436-2491) เขาตระเวนพากย์หนังหามรุ่งหามค่ำจนร่างกายทรุดโทรม และเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 55 ปี โดยมีลูกชายชื่อ พร้อมสิน สีบุญเรือง ซึ่งเจริญรอยตามเป็นนักพากย์เช่นกัน มีนามพากย์ว่า “พันคำ” นอกจากนี้ พันคำยังเป็นนักแสดง นักเขียนบท ผู้กำกับ และผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีผลงานโดดเด่น รวมทั้งเป็นหนึ่งในนักแสดงนำเรื่อง กตัญญูปกาสิต (2501) ซึ่งเพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
นอกจากนี้ ในมุมนักพากย์ ยังจัดแสดงกระเป๋านักพากย์ของ “ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร” เจ้าของฉายา “มนุษย์ 6 เสียง” ซึ่งเป็นนักพากย์คนสำคัญรุ่นถัดจากทิดเขียวอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย เปิดให้ผู้สนใจเข้ามารับชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม ดูรายละเอียดและรอบเข้าชมได้ที่ https://www.fapot.or.th/main/travel/view/11


