นักปวศ. สะกิด ‘การะเกด’ เข้าใจผิด ปมเอกสารฝรั่งเศส ไขปริศนา ลา ลูแบร์ เชื่อได้แค่ไหน?
ฮอตสุดๆ เรตติ้งพุ่งกระฉูดแบบไม่เกินความคาดหมาย สำหรับ ‘พรหมลิขิต’ ภาคต่อของ ‘บุพเพสันนิวาส’ ผลงานคุณภาพของ ‘รอมแพง’ ที่ทุ่มเทค้นคว้าข้อมูลสุดแน่นผ่านเอกสารโบราณ อีกทั้งหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย
อย่างไรก็ตาม ใน EP.2 ซึ่งตอนหนึ่งของบทสนทนาโดย ‘การะเกด’ ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งระบุว่า ชาวฝรั่งเศสบันทึกเรื่องราวของชาวสยามยุคกรุงศรีอยุธยาไว้มากที่สุดนั้น มีความเห็นแย้งจากนักประวัติศาสตร์ อย่างอาจารย์ธิษณา วีรเกียรติสุนทร อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ขอสะกิดบอกออเจ้าการะเกดเบาๆ ว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะแท้จริงแล้ว ‘ชาวดัตช์’ ก็จดจารไว้เยอะมากเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังบันทึกไว้ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่า กล่าวคือ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเอกาทศรถ จวบจนถึง พ.ศ.2308 ซึ่งเป็น 2 ปีสุดท้ายก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2310
ถามว่า แล้วทำไมมักเข้าใจกันว่าฝรั่งเศสบันทึกไว้เยอะสุด ทั้งที่ดัตช์บันทึกเยอะ แต่กลับเจอเอกสารเหล่านั้นน้อยกว่า
“ปัญหาก็คือ มีคนแปลออกมาน้อย เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญภาษาดัตช์โบราณที่ทำงานเรื่องไทยอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่เมืองไทยก็คือ อาจารย์ธีรวัต ณ ป้อมเพชร และอาจารย์ภาวรรณ เรืองศิลป์ อีกปัญหาหนึ่งคือ งานเขียนของพวกดัตช์ส่วนใหญ่ซึ่งเน้นไปที่การค้ากับการเมืองที่ชาวดัตช์เข้าไปเอี่ยว มักจะถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุ ไม่ค่อยจะตีพิมพ์ออกมา
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเอกสารภาษาฝรั่งเศส เรามีผู้รู้ภาษาฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากที่สามารถศึกษาและแปลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกอย่างหนึ่งคือ เอกสารฝรั่งเศสจำนวนมากก็ถูกพิมพ์เป็นรูปเล่มและเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ใครอยากจะอ่านก็ไม่ต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งในจดหมายเหตุเลย” อาจารย์ธิษณาเฉลย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเผยว่า สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ ของเอกสารฝรั่งเศสก็คือ ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาในยุคพระนารายณ์ฯ ส่วนใหญ่ (ยกเว้นนายทหารระดับล่าง) มักเป็นผู้ดีมีตระกูลและเป็นผู้มีการศึกษา ประกอบอาชีพหลากหลาย ทั้งขุนนาง บาทหลวง วิศวกร นายทหาร ฯลฯ คนเหล่านี้นอกจากจะต้องเขียนรายงานทางราชการที่ต้องส่งไปให้ราชสำนักฝรั่งเศสแล้ว ยังแข่งขันกันเรียบเรียงบันทึกการเดินทางของตัวเอง เพื่อตีพิมพ์และจำหน่ายในยุโรปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะยุโรปในสมัยนั้น บันทึกการเดินทางแบบนี้เป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่ผู้อ่านนิยมมาก
“ผลงานเรื่องสยามดีๆ หลายเล่มได้พลิกชีวิตผู้เขียนไปโดยปริยาย อาทิ บาทหลวงเดอ ชัวซีย์หาเงินมาใช้หนี้พนันได้ หรือเดอ ลา ลูแบร์ได้ดิบได้ดีเป็นราชบัณฑิตตามใจหวัง”
อีกประเด็นที่อาจารย์ธิษณาตั้งข้อสังเกตจากละครคือ การที่การะเกดบอกว่า เดอ ลา ลูแบร์เที่ยวเดินตามตลอด ถามคำถามคนโน้นคนนี้ เพื่อเรียบเรียงผลงานของตัวเอง จนเป็นที่มาของผลงานชิ้นสำคัญคือ จดหมายเหตุเดอ ลา ลูแบร์ ในความเป็นจริง ‘คงเป็นไปได้ยาก’ เพราะลา ลูแบร์ พูดภาษาไทยไม่ได้เลย ที่สำคัญคืออยู่เมืองไทยเพียง ‘แป๊บเดียวเท่านั้น’
“คำถามคือ แล้วเราจะเชื่อสิ่งที่ลา ลูแบร์พูดได้อย่างไร คำตอบคือ เราเชื่อได้ เพราะก่อนที่ลา ลูแบร์จะเข้ามา ได้ทำการค้นคว้าเอกสารหลายฉบับที่เกี่ยวกับประเทศไทย และที่สำคัญคือ มีแหล่งข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจที่แทบไม่อ้างถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุยส์ ลาโน สมาชิกของคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส และสังฆราชแห่งสยามคนแรก ท่านผู้นี้น่าจะเป็นชาวฝรั่งเศสเพียงคนเดียวในยุคนั้น ที่มีความรู้ทั้งอ่านเขียนภาษาไทยแบบจัดเต็ม และที่สำคัญคือ ท่านได้รวบรวมตำรับตำราและความรู้มากมายที่เกี่ยวกับเมืองไทยไว้ และบางส่วนก็แปลเป็นภาษาฝรั่งเศส
หากสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่า บันทึกภาษาฝรั่งเศสในหลายๆ ตอนมีเนื้อความแบบเดียวกัน ก็ย่อมแน่ค่ะ เอามาจากคนคนเดียวกัน แต่ไม่อ้างอิง ถ้าเป็นยุคปัจจุบันนี่คงจะแฉกันให้วุ่น” อาจารย์ธิษณาทิ้งท้าย

