เกรท วรินทร ใน ‘จักรวาลออเจ้า’ การสวมบท ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ และฉากที่ทำให้ขนลุก
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม จาก ‘ตัวละครลับ’ ที่ผู้จัดละครประกาศไว้ เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ ก็จะมาปรากฏตัวเต็มๆ ในละครเรื่อง ‘พรหมลิขิต’ ที่จะออกอากาศทางช่อง 3HD เวลา 20.30 น. กับบทบาทของ ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ที่เจ้าตัวบอกว่า ถือเป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบทบาทหนึ่งในชีวิตการแสดงของเขา
ทั้งยังประกาศด้วยรอยยิ้มว่าการได้มาอยู่ใน ‘จักรวาลออเจ้า’ ก็รู้สึกเป็นเกียรติกับตัวเขามาก
สำหรับบท ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ที่ได้รับ เจ้าตัวไม่ขอใช้คำว่าหนักใจ
“แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราต้องเคร่งครัด และตั้งใจมากเป็นพิเศษ”
“ด้วยความที่ท่านเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แล้วก็เป็นกษัตริย์ เป็นบทที่ยิ่งใหญ่ และยิ่งแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วไปอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ด้วยในบางโลเกชั่น และไปในที่มีทุกๆ คนมานั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรา แม้จะเป็นการแสดง แต่ด้วยมันมีประวัติศาสตร์เลยยิ่งทำให้หลายอย่างส่งพลัง”

ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจจะนำเสนอภาพตัวละครให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จึงมีความตั้งใจมากเป็นพิเศษ
เล่าด้วยว่า พอได้รับการทาบทาม “ผมก็คิดตั้งแต่ตอนที่ตั้งใจรับแล้วว่าไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ถ้าผมได้เล่นบทนี้ขอให้ท่านอยู่ข้างๆ แล้วก็เหมือนให้ท่านเลือกเรามา ทุกครั้งก่อนเข้าฉากก็จะไหว้ และขอให้ท่านช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนถ่ายจบ ก็ได้ไปไหว้หลายๆ ที่ที่อยุธยา”
ระหว่างการถ่ายทำ เกรทบอกว่าเขาไม่พบเจออุปสรรคใดๆ ซึ่งน่าจะมาจากหลายเหตุผล ทั้งการเตรียมตัวมาอย่างดี และการได้รับพลังจากคนอื่นๆ

“มีทั้งที่เราทำมาอย่างเต็มที่และไปรอว่าข้างหน้า พี่นาย (สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร) ผู้กำกับ หรือสถานการณ์ด้านหน้าจะเป็นยังไง รอรับพลังกับทุกคน เพราะว่าผมเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างบน มันใช้สมาธิสูง หลายๆ ฉากไม่ได้คุยกับใคร บทยาว คนแทรกก็ไม่ค่อยอยากจะแทรก เพราะเขาไม่กล้าแทรกกัน ก็คอยรับคำสั่งอย่างเดียว แต่พีเรียดเขาจะพูดช้ากว่ายุคปัจจุบัน ชอบ ไม่ชอบ พูดทีละประโยค แสดงอารมณ์ออกมาได้ชัดเจน คือผมน่ะขนลุกมาตั้งแต่วันแรกเลย ฉากเปิดตัวผมเป็นฉากขึ้นครองราชย์ครั้งแรก และเป็นบทที่ยาวมากครั้งแรก คือสองสามหน้า เพราะไม่ใช่เป็นการพูดคุย เป็นการเล่าให้ฟัง เล่าให้คนที่อยู่ทั้งข้างล่างฟัง แล้วก็เล่าให้คนที่กำลังดูละครฟัง ว่าที่เรามาขึ้นครองราชย์ได้ ขอบคุณใครบ้างที่เคียงข้าง และบ้านเมืองต่อไปจะเป็นยังไง ก็ต้องทำความเข้าใจในทุกๆ ประโยค ว่าพูดประโยคนี้เพื่ออะไร แล้วจะมีการสอดแทรกเรื่องของการระมัดระวังการกบฏอยู่ด้วย พูดเพื่อกดไว้ อย่าทำนะ มันมีหลายอย่าง ฉากนี้เรียกว่าขนลุกจริงเลย”
ในเรื่องของประวัติศาสตร์ เกรทบอกว่า สมัยเรียนหนังสือ เขาไม่ค่อยตั้งใจในวิชานี้เท่าไหร่
“แต่คราวนี้ ต้องบอกก่อนว่า อย่างละครบุพเพฯ อย่างพรหมลิขิต ดีมาก ตั้งแต่ผมเล่นมาทำให้ผมเข้าใจเสน่ห์ประวัติศาสตร์ เพราะว่าผมไปทำงานที่อยุธยาบ่อยขึ้น ได้ไปไหว้พระ ได้เห็นและเข้าใจได้ว่าเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ไทยมันอยู่ตรงไหน และทุกวันนี้ ยิ่งมีเสื้อผ้ามีการแต่งตัวที่ค่อนข้างร่วมสมัยมากขึ้น ผมว่ามันก็มีเสน่ห์มาก”


