มาครบแก๊ง คุยกับ 4 หนุ่ม ‘อยุธยาบอยแบนด์’ จาก ‘พรหมลิขิต’

มาครบแก๊ง คุยกับ 4 หนุ่ม ‘อยุธยาบอยแบนด์’ จาก ‘พรหมลิขิต’

ความที่มักจะจับกลุ่มพูดคุยเฮฮาเวลาอยู่ในกองถ่าย แถมในละครก็มักจะมีฉากที่ปรากฎด้วยกันอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น เกรท วรินทร, โอม คณิน, เพ็ชร ฐกฤต และ เด่นคุณ งามเนตร เลยถูกเรียกขานว่าเป็น แก๊ง “อยุธยาบอยแบนด์” แห่งละครเรื่อง “พรหมลิขิต” ที่กำลังออกอากาศทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 HD

ในเรื่อง เด่นคุณ รับบทเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “เจ้าฟ้าพร” ขณะ เกรท เป็น “ขุนหลวงท้ายสระ”, เพ็ชร ฐกฤต เป็น “พระยาราชนิกูล” ส่วน โอม คณิน เป็น “ยอร์ช ฟอลคอน” หรือ “หลวงชิดภูบาล” ซึ่งทุกคนให้การตรงกันว่าพอต้องมารับเป็นตัวละครซึ่งมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ก็อดรู้สึกเกร็งไม่ได้

“เท่าที่ผมฟังทุกคนมา ทุกคนมีความตื่นเต้นที่จะได้รับบทนี้” เด่นคุณบอก

Advertisement

ทั้งยังว่า “ตัวละครแต่ละตัวคล้ายจะมีเป้าหมายเดียวกันในการทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง แต่รูปแบบความคิดของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน อาจจะมีเหตุผลที่ไม่เหมือนกัน”

ด้านโอมบอก ก่อนจะเข้าฉากเขาต้องไปเรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องของประวัติศาสตร์และการใช้ดาบคู่

ในการแสดงเกรทเล่ายิ้มๆ ว่า บรรยากาศ “วุ่นวายมากครับ”

ซึ่งอีก 3 ที่ได้ยินต่างพยักหน้า ในเชิงว่าเห็นด้วย ไม่โต้แย้ง

ก่อนเด่นคุณจะเสริมว่า ทุกครั้งพอได้ยินเสียง 5, 4, 3, 2 ทุกคนก็ออกแอ๊กชั่นเต็มที่ และทันที่ได้ยินเสียงคัท

“สิ่งแรกที่ผมมองคือ เพ็ชร ฐกฤต เข่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง”

ฝั่งเพ็ชรบอกเขาเองก็รู้ และยังรู้อีกว่านอกจากตัวเขา โป๊ป ธนวรรธน์ ก็เป็นอีกรายที่ถูกเป็นห่วง โดยเฉพาะตัวโป๊ปที่นอกจากเจอปัญหาปวดเข่า ก็ยังมีปัญหาปวดหลัง

“คือมันนานมาก เข้ากับขุนหลวง พี่เกรทพูดยาวมาก”

ดังนั้น บรรดาข้าราชบริพารจึงรู้สึกเหมือน “จะตะคริวกิน เกือบลุกไม่ไหว เราต้องนั่งพับขา”

“ต้องพับเพียบหมอบ” เกรทร่วมบรรยายให้เห็นภาพ

“หลายๆ ฉากที่บางทีนาน น่าจะพูดผิดสัก 4-5 รอบเนอะ บางครั้งเกร็งจนน้ำตาไหล ไม่ใช่ซึ้งนะ เข่า”

นอกจากฉากดังกล่าว เกรทบอกว่า อีกฉากที่จำขึ้นใจว่าต้องถ่ายซ้ำบ่อยๆ ก็คือช็อต “พระพุทธเจ้าข้า”

“เวลาเข้ากับขุนหลวง ทุกคนแทบจะไม่มีพูดเลย พูดอย่างเดียว ‘พระพุทธเจ้าข้า’ ซึ่งไม่รู้กี่เทค” เหตุก็มาจากการขานที่ไม่ค่อยจะพร้อมกัน-โอมเล่า

การที่ละครซึ่งมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เด่นคุณบอกเป็นเรื่องปกติที่จะมีหลากหลายความคิดสะท้อนกลับ ทั้งในทางที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

“ต้องเกิดอยู่แล้วครับ เพราะว่ารูปภาพเดียวกัน เรายังเห็นต่างกัน เรามองต่างมุม ยิ่งเรื่องประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน คนละสังคม คนละครูบาอาจารย์ มันก็อาจจะมีบ้าง ก็ไม่เป็นไรครับ”

“แต่ในเรื่องของพรหมลิขิต เรามีอาจารย์สอนประวัติศาสตร์หลายท่าน ทั้งก่อนที่จะถ่ายละคร มีอาจารย์หลายท่านที่ทำการถกกันมาแล้ว”

ส่วนเกรทบอก “ด้วยความที่เรารู้ประมาณนึง แล้วพอไปตรงนั้น เราต้องถามเพื่อความแน่ใจว่าต้องการให้ภาพของละครออกมายังไง เราต้องอ้างอิงให้ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด”

จากนั้นก็ถ่ายทอดออกมา ด้วยความตั้งใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image