เปิดที่มา-วิเคราะห์ ‘พระเจ้าท้ายสระ’ โปรดเสวยปลาตะเพียน จนห้ามราษฎรจับ ฝ่าฝืนมีบทลงโทษ
ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 เรียลไทม์ในประเทศไทยทันที หลังจากที่ละคร #พรหมลิขิตep12 ออนแอร์ ซึ่งวันนี้มีผู้ชมเรียมไทม์มากกว่า 650,000 คน!
วันนี้มีฉากที่น่าสนใจ คือ สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ปรึกษาข้อราชการ ว่าจะห้ามประชาชนจับปลาตะเพียน แต่ปลาอื่นชาวบ้านสามารถจับได้ ถึงขั้นจะออกเป็นกฎหมาย

โดย ‘สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ’ หรือ ‘สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9’ หรือ ‘พระเจ้าภูมินทราชา’ หรือ ‘พระเจ้าบรรยงก์รัตนาสน์’ เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 30 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระองค์ที่สามแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2251 – พ.ศ. 2275
สำหรับที่มาชื่อ “สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ” นั้น บางตำนานก็เผยว่า มาจากนามพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ซึ่งพระองค์ใช้เป็นประทับอันอยู่ข้างสระน้ำท้ายพระราชวัง
อีกหนึ่งตำนานที่ยังคงเป็นที่เล่าขานและถูกถกเถียงมากมายเกี่ยวกับ “สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ” นั่นก็ คือ พระองค์โปรดเสวยปลาตะเพียนมาก จนถึงขั้นออกพระราชกำหนดห้ามราษฎรจับหรือรับประทานปลาตะเพียน หากผู้ใดฝ่าฝืน มีบทลงโทษคือปรับเป็นเงิน 5 ตำลึง หรือ 20 บาท
โดยมีการตีความแตกต่างกันไปมากมาย บางตำนานตีความว่า ‘พระองค์ทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนมากจนตั้งกฎห้ามราษฎรจับขึ้น’ บางตำนานก็ตีความว่า ‘พระองค์ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างดียิ่งตลอดมา อาจเป็นพระราชดำริที่จะอนุรักษ์ปลาหรือไม่’ อย่างไรก็ดี เรื่องราวดังกล่าว ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการประวัติศาสตร์ไทย

อย่างไรก็ตาม ในศิลปวัฒนธรรม ออกเผยแพร่บทความ ก้างก็เยอะ-กินก็ยาก! ทำไม “พระเจ้าท้ายสระ” ถึงโปรดเสวย “ปลาตะเพียน” ระบุตอนหนึ่งว่า “ปลาตะเพียน” มีดีอะไร? ทำไมพระเจ้าแผ่นดินจึงโปรดเสวยขนาดนั้น
โดยทาง ศิลปวัฒนธรรม ได้สอบถามไปยัง กฤช เหลือลมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และคอลัมนิสต์ “ต้นสายปลายจวัก” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ซึ่งคุณกฤชให้คำตอบไว้ว่า “มันอร่อยครับ มีความมันมาก เนื้อปลาตะเพียนหวาน มีความนิ่ม เนื้อละเอียด ซุย ๆ ถึงจะมีก้างเยอะ แต่คนก็มีหลายวิธีที่จะเอามาทำกินได้อร่อย อีกอย่างก็คือมันหาได้มาก ติดแหมาเป็นฝูงได้ง่าย ๆ”
เมื่อสอบถามคุณกฤช ในฐานะคอลัมนิสต์ด้านอาหาร ด้วยประเด็นว่า ทำไมพระเจ้าท้ายสระโปรดเสวยปลาตะเพียน คุณกฤชให้ความเห็นว่า หากไม่ใช่พงศาวดารฉบับบริติชมิวเซียมใส่ร้ายให้พระองค์ดูเป็นกษัตริย์ที่เอาแต่พระทัยจนเบียดเบียนริบเอาปลาตะเพียนที่ไพร่ฟ้าหามากินได้ง่าย ๆ ก็ต้องเป็นเพราะปลาตะเพียนอร่อยถูกพระทัยพระองค์จริง ๆ นั่นแหละ
คุณกฤชกล่าวส่งท้ายว่า “เพราะมันอร่อยน่ะครับ โดยเฉพาะไข่ปลาตะเพียน ที่อาจเอามาทำทั้งส้มไข่ปลา, หมกไข่ปลา, แกงส้ม ต้มยำไข่ปลาได้ ผมรู้สึกว่า ปลาตะเพียนทอง ที่หางแดงๆ ตัวย่อมๆ จะยิ่งมีเนื้อที่รสชาติอร่อยหวานกว่าตะเพียนธรรมดาด้วยซ้ำครับ”



