‘ดีเจเป้’ รับหนักหนาสาหัส สูญเสีย ‘ดีเจโก’ เคยปิดไมค์ฮึบใหม่กลางรายการ ลูกชายเล่า ‘ปาป๊ามาหา’

‘ดีเจเป้’ รับหนักหนาสาหัส สูญเสีย ‘ดีเจโก’ เพื่อนจัดรายการคู่ เผย เคยปิดไมค์ฮึบใหม่ตอนออนแอร์ – ลูกชายเล่า ‘ปาป๊ามาหา’

สืบเนื่องจาก วานนี้ (21 พ.ย.) เวลา 17.00 น. ที่วัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ มีการประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลและพิธีฌาปนกิจ นายตฤณ เรืองกิจรัตนกุล หรือดีเจโก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีผู้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยดีเจโกเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการดีเจจากเอไทม์ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม, ดีเจจากคลื่น EFM 94 รวมถึงเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงนั้น

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายวิศวะ กิจตันขจร หรือ ดีเจเป้ นักจัดรายการวิทยุและเพื่อนสนิทของ ‘ดีเจโก’ เปิดเผยความรู้สึกกับ ‘มติชน’ ว่า การที่เราทำงานด้วยกันกับเพื่อนมันมีความสุขอยู่แล้ว เพราะตนกับดีเจโก เหมือนมีพลังงานความบันเทิง เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสนุกไปควบคู่กัน

“เวลาเราทำงานด้วยกัน ทำงานคู่กัน มันเหมือนเป็นพลังบวกเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยวิธีการทำงาน การจัดรายการของเราที่เป็นดีเจอยู่กับเสียงเพลง อยู่กับผู้ฟัง มันทำให้เราได้ซึมซับและสัมผัสอารมณ์ของคนฟังอยู่แล้ว วันไหนที่เขาเหงา เราก็จะอยู่เป็นเพื่อน จะมีเพลงคอยปลอบใจ วันไหนที่เขาท้อแท้ แน่นอนว่าเราก็มีคำปลอบใจ คอยมอบกำลังใจให้ มีเพลงที่จะเพิ่มกำลังใจให้สู้กันต่อไป เราอาจจะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่มันมีความผูกพันอะไรบางอย่างอยู่ กลายเป็นความรู้สึกแบบนั้น” นายวิศวะเผย

Advertisement

นายวิศวะกล่าวอีกว่า ตนในฐานะคนจัดรายการ มีความผูกพันและรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขาเช่นเดียวกัน คอยมอบพลังให้กันและกัน ซึ่งที่ผ่านมาดีเจโกเขาส่งพลังให้คนฟัง 100 เปอร์เซ็นต์ทุกวัน เขาส่งพลังได้ทั่วถึง

ภาพจาก @djpae

“ด้วยคาแร็กเตอร์และนิสัยของเขา เขาเป็นคนที่มักมอบความสุขให้คนรอบข้างอยู่แล้ว ฉะนั้นมันเหมือนว่าทุกวันที่เขาเปิดไมค์พูด ทุกวันที่เขาจัดรายการ มีแต่เรื่องราวแบบนี้ถูกส่งต่อ โดยธรรมชาติของเขาเลยนะ เขาไม่ต้องมาบอกว่า อุ้ย วันนี้ฉันจะต้องทำอะไร เขาเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะไปเจอใคร ที่ไหน อย่างไร เขาก็จะมีแต่พลังดีๆ ที่ส่งต่อ เขาจะหยอกให้มวลรวมมันมีความสุข สนุกสนาน ได้หัวเราะ ได้รอยยิ้มตลอดเวลา” นายวิศวะเผย

นายวิศวะกล่าวว่า การจัดรายการของดีเจโก มาจากตัวตนของเขา จึงมักจะมีแต่สิ่งที่ดี สร้างความสุขที่ส่งไป ตามสไตล์การจัดรายการที่เหมือนอยู่เป็นเพื่อนกับคนฟัง มีอะไรก็คุยกัน แชร์กันแบบเพื่อน เขาก็จะทำงานจากตัวตนที่เขาเป็นอย่างนั้นเลย ซึ่งวันแรกที่จัดรายการโดยที่ไม่มีดีเจโก มีการร่วมกันเลือกเพลงโดยผู้ฟัง ถึงดีเจโก มันก็โหดร้ายสำหรับเราเหมือนกัน เพราะเราเองก็เป็นคนที่เจอเขาทุกวัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ความรู้สึกมันก็หนักหนาสาหัสอยู่ แต่มันไม่ใช่แค่เรา มันรวมถึงคนฟังที่เขาก็รู้สึกเหมือนกันด้วย

“เราเลยรู้สึกว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้น ก็คงต้องช่วยกันแชร์ความรู้สึกไปด้วยกัน ว่าคิดถึงด้วยเพลงไหน อยากจะบอกอะไร อย่างไร ก็บอกกันมา ทางเราก็พร้อมเต็มที่ ไหวก็คือไหว ไม่ไหวก็ปิดไมค์พักสักแป๊บ ขอฮึบใหม่แล้วเปิดไมค์ใหม่ มันเป็นสถานการณ์ที่หนักหน่วง ทั้งสำหรับคนจัดและคนฟัง

วันนี้เปิดเพลงไปเยอะมาก เท่าที่จำได้อย่างเพลง ‘ไม่เคย’ ของ 25 Hours ฟังเพลงนี้แค่ตัวเราเองก็เอาไม่อยู่ ไม่ไหวแล้ว พยายามจะเปิดไมค์พูดทักทายและพูดถึงโก ก็ไม่ไหวอีก มันจุกในอกหมดแล้ว เสียงมันก็ไปไม่รอด เราก็รีบเปิดเพลงต่อ ทั้งเพลงเล่าสู่กันฟัง, ความทรงจำ และมีอีกหลายเพลงที่สื่อสารไปถึงเขา ทั้งเพลงที่เป็นความรู้สึกของเราด้วย ความรู้สึกของคุณผู้ฟังด้วย จำได้ว่าเพลงสุดท้ายที่เปิดคือ เพลงคิดถึง ของซิลลี่ ฟูลส์ ก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ก็หนักเลยตอนนั้น” นายวิศวะเผย

นายวิศวะกล่าวอีกว่า พอได้เล่าเรื่องราวจากครอบครัวที่เขาเล่าให้ฟัง ก็รู้สึกหายห่วงไปมาก เกิดจากที่ ‘น้องเรนเรน’ ลูกชายของดีเจโก บอกว่าพ่อมาหา ไม่ว่าทางใดก็แล้วแต่ คำพูดที่เขาพูดให้ครอบครัวได้ฟังว่า “ปาป๊าแฮปปี้” มันเป็นคำที่ทำให้เรารู้สึกว่า น้องเขาไปได้ดี

ส่วนตัวก็มีกำลังใจมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้นจากคำนี้เลย มันไม่รู้หรอกว่าหลักจากที่เขาจากไป มันจะเป็นอย่างไร แต่วันนั้นในเมื่อน้องเรนเรนเขาสื่อสารออกมาอย่างนี้ บอกว่าปาป๊าแฮปปี้ มันก็ทำให้เรารู้สึกดี อยากให้คนอื่นที่กำลังคิดถึงดีเจโก ได้รับทราบข้อมูลนี้ เผื่อเขาจะได้รู้สึกเหมือนเรา เพราะเราฟังแล้วรู้สึกสบายใจมากขึ้นเลย รวมถึงทางครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเขาแข็งแรงกันมากขึ้นด้วย ยิ่งมาม๊าโกยิ่งแข็งแกร่งมาก เราหายห่วงเลย อย่างน้องแนน ภรรยาโก เขาก็บอกว่าสู้เลย เขามีโคลนนิ่งของโกอยู่ตรงนี้ น้องเรนเรน โคลนนิ่งโกมาแล้ว” นายวิศวะเผย

ดีเจโก

นายวิศวะกล่าวต่อว่า ด้วยคาแร็กเตอร์และเสียงหัวเราะของดีเจโก ที่เต็มไปด้วยความสุข มันทำให้เราจำสิ่งเหล่านั้น รอยยิ้มที่ยิ้มอย่างจริงใจ

“ผมคิดว่าทุกคนที่เคยพบเคยเจอก็จะได้เห็นรอยยิ้มนั้น สิ่งเหล่านี้มันอยู่ความทรงจำของเรา มันคงจะไม่เลือนหาย วันใดที่นึกถึงโก ก็กลับมาเจอกันที่กรีนเวฟได้ เราก็จะมีความสดใสแบบนี้ให้ในคลื่นวิทยุ ณ วันนี้เขาไม่ไปไหน เขาอยู่ในใจเรา ก็คิดถึงเขาได้ทุกวัน รักเขาได้ทุกวันเหมือนเดิม” นายวิศวะกล่าวทิ้งท้าย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image