นาทีชีวิต หนุ่ย พงศ์สุข เล่าเหตุการณ์เฉียดตาย อาหารติดคอ กับลมหายใจสุดท้ายที่จำกัด
ออกมาเล่านาทีชีวิต ที่ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือ หนุ่ย แบไต๋ เจอภาวะของอาหารติดคอและสำลักอย่างแรงขึ้นเมื่อวานนี้ (30 ธ.ค) ทั้งได้เครื่องเตือนใจหลายข้อขณะเกิดเหตุการณ์ โดยเจ้าตัวได้เขียนเล่าเรื่องราวไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Pongsuk Hiranprueck ว่า
‘ค่ำคืนนี้ ผมประสบภาวะ “อาหารติดคอ” และสำลักอย่างแรง ในร้านอาหารปิ้งย่างย่านอิเคบุคุโระ ขณะรับประทาน “ลิ้นวัวย่าง” รสชาติเลิศรส
…นี่เราเกือบจะไม่ได้เห็นปี 2024 ซะแล้วนะ ! และคงลำบากเพื่อนร่วมทริป 4×4 อีก 15 ชีวิตที่จะหมดสนุกกันทันที
การลำเลียงร่างผมคงทุลักทุเลน่าดูในระหว่างวันหยุดสิ้นปี … ภรรยาและลูกๆ ผมก็คงร้องไห้แทบสิ้นใจ
… ผมค้นพบเครื่องเตือนใจหลายข้อในขณะเกิดเหตุการณ์นี้
1. พูดได้เหมือนทุกคนที่เฉียดตายมาแล้ว คือ เส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายนั้น “บางมากๆ”
2. ผมรู้ตัวทันทีที่อาหารติดลำคอ มันคือลิ้นวัวแบบตัดหนา ซึ่งผมผิดเองที่กัดมันไม่ขาดสะบั้น แต่ดันปล่อยให้มันไหลหลุดจากลิ้นเราลงสู่ลำคอ พอชิ้นลิ้นใหญ่ไม่แหลกเลยไปติดค้างอยู่
3. ช่วงวินาทีนั้น ผมมีอากาศอยู่กับลมหายใจสุดท้ายที่จำกัด เวลาค่อยๆ นับถอยหลังแบบระเบิดเวลาที่ไว … ผมไอ 1 ไม่ออก ไอ 2 ไม่ได้ ผมเอามือล้วงคอก็ไม่ออกมา
เพื่อนร่วมโต๊ะต่างรู้ชัดแล้วว่าผมไม่ได้แกล้ง
“กวิน เต็มไตรรัตน์” เพื่อนบ้านบลูลากูนที่ออกท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยกันเสมอ เป็นผู้เข้ากระทำผมผ่านด้านหลังแบบเดียวกับที่เราเคยเห็นจากหนัง เขาใช้แรงรัดตัวผมเป็นจังหวะวินาทีชีวิต …Choke !!… Choke !! …2 Chokes ก็แล้วแต่ผมยังไม่ อ่อก ออกมา …
ออกซิเจนผมเริ่มหมด ผมรู้สติตลอดว่ายิ่งวินาทีถอยไปเรื่อยๆ ย่อมไม่เกิดผลดีแน่ ผมเลยตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายคือ “กลืน”
…เอื้อก ~ ได้ผลครับ วินาทีถัดมาคือโล่งเลย ไอ้ลิ้นชิ้นนั้น มันไหลลงร่างกายไปได้
แม้มันไม่ได้หลุดออกมาภายนอกให้เห็นเป็นที่โจษจันว่า ไอ้ชิ้นนี้นี่เองหนอย … แต่สมองผมในวินาทีนั้นก็รู้ทันทีว่าปลอดภัยแล้ว
ผมเป็นหนี้ชีวิตกวินแล้ว …เขาคือเพื่อนแท้ที่ช่วยชีวิตผมตลอดทริป ตั้งแต่พาผมสกีลงเขาคิโรโร่เส้นทางสีแดงอันสูงชันมาได้ และมา Choke Slam เอาอาหาร (ที่เขาชอบมากกก) ออกมาจากนาทีวิกฤตได้ในค่ำคืนนี้
เพื่อนอ้น ก็เป็นพยานเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วง รวมถึงภรรยาของทั้งสามเพื่อนด้วยที่ห่วงหนักมาก
ความรอดตายเป็นเรื่องที่ดี และเป็นจุดพิสูจน์ใจสำคัญของเพื่อนร่วมทริปทั้งหมด
เรื่องไม่ดีเรื่องเดียวตอนนี้คือ อาการ Choking อย่างแรง มันส่งผลให้ใบหน้าผมเต็มไปด้วยเลือดที่แตกออกจากเส้นเลือดฝอยใต้ชั้นผิวหนังทั่วทั้งบริเวณ (ของดการลงภาพปลากรอบในโพสต์นี้นะครับ สงสารสายตาคุณผู้ดู)
… เห็นหน้าตนเองตอนนี้แล้วน่าตกใจยิ่งกว่าตอนอาหารติด …ผมเหมือนคนโดนต่อยที่หน้าแก่ยับเยิน …
ที่ผมกังวลหนักคือ มันแดงขึ้นเรื่อยๆ และไอ้ลิ้นที่กลืนลงไป สรุปมันลงไปแล้วจริงหรือไม่ ? … ใช่พิษของมันรึปล่าว ?
ผมโทร Video Call ปรึกษาหมอฝายพี่ชายแล้ว เขายืนยันพร้อมเพื่อนหมอที่อยู่ด้วยกันอีกคนว่า เอาน้ำแข็งประคบหน้า และอีก 24 ชม.ถัดไปให้ใช้น้ำร้อนประคบ …(อยู่ญี่ปุ่นตอนนี้หาความเย็นง่ายมากครับ แค่เปิดน้ำก๊อกแถบสีฟ้าก็เย็นจัดแล้ว
…แถมแถบแดงก็ร้อนจี๋)
อย่างแย่ก็หน้าดำไปอีกอาทิตย์ แต่อาหารที่ติด ลงกระเพาะอาหารไปแล้วอย่างแน่นอน ไม่ใช่นั้นจะมีหน้ามาพูดหรือหายใจอยู่ต่อไปได้รึ !?
…. เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ผมนอนก่อนนะครับ กลัวหลับไปแล้วไม่ตื่นน่ะ เลยออกไปเดินย่อยอาหารให้ชัวร์มาเป็นชั่วโมงๆ
แต่หมอให้ความเชื่อมั่นว่านอนเถิด… ตื่นแน่ ไม่มีอะไรต้องสงสัยแล้วจ้ะ
===============
ป.ล.1 จะเคี้ยวกลืนอะไรในช่วงมื้อปีใหม่นี้ บดขยี้มันให้แหลกเลยนะครับทุกท่าน
ทานอาหารกับคนที่รักเรามักจะสนุก หัวเราะ และลืมตัวได้เสมอๆ โปรดระมัดระวังภัยเฉียบพลันนี้ด้วยการเคี้ยวละเอียด
ที่พูดนี่คือเพราะผมทำไม่ได้จนหวิดม่องเท่ง พฤติกรรมการกินเร็วที่ผ่านมา 45 ปีนี่ถือว่าฟลุคมากที่รอดผ่าน ต่อไปนี้ “เคี้ยวละเอียดลูกเดียว“ แล้ว
ป.ล.2 คุณตุ๊กบอกประโยคนี้ระหว่างประคบน้ำแข็งให้บนใบหน้า ในอารมณ์ซีนหนังหลังผ่าน Crisis ….เรานอนอยู่บนเตียงสีขาว สวมชุดนอนสีขาวของโรงแรม เธอว่า…
”เราผ่านอะไรกันมาตั้งมากมาย ถ้ามาตายด้วยเรื่องลิ้นวัวจุกคอตายนี่น่าเสียดาย… ฉันจะมีหน้าไปบอกใครเขาได้ว่าเธอตายเพราะเรื่องนี้ ~!!“
ดีที่ได้ป๊อกอีก 1Up มาได้นะเราเนี่ย
#เคี้ยวละเอียด ด้วยกันนะครับทุกคน’


