‘เฉินหลง’ เปิดตัวหนัง ‘กังฟูโยคะ’ ที่ไทย เผยเบื้องหลังขำๆ และเรื่องตื่นเต้นเมื่อยืมรถเจ้าชายดูไบเข้าฉาก แต่กลับทำรถชน

22.01.17 | 17:25 น.

เตรียมเข้าฉายรับตรุษจีนในวันที่ 26 มกราคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ สำหรับภาพยนตร์แอคชั่น – คอมมดี้ ‘Kung Fu Yoga (กังฟู โยคะ) โยคะสู้ฟัด’ ที่แจ๊คกี้ ชาน หรือเฉินหลง ดาวบู๊เอเชียได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคู่ใจ สแตนลีย์ คิง อีกครั้ง พร้อมเสริมทัพด้วยซุปตาร์บอลลีวู้ดอีกเพียบ

โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (22 มกราคม) เฉินหลงพร้อมด้วยสแตนลีย์ คิง ก็ได้เดินทางมาแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวที่โรงแรม แกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ กรุงเทพ และนี่การให้สัมภาษณ์ของทั้งคู่แบบคำต่อคำที่เต็มอิ่มจุใจ

*ให้ทั้งแจ็คกี้ และ แสตนลีย์ทักทายแฟนๆ ชาวไทย

เฉินหลง : สวัสดีแฟน ๆ ชาวไทย ผมมาที่ไทยหลายครั้ง จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่คือเมื่อไหร่ ครั้งนี้ผมมาพร้อมของขวัญปีใหม่คือ ภาพยนตร์ กังฟูโยคะ ที่อยากให้แฟนๆ ชมกันครับ

สแตนลีย์ : ผมชอบที่จะมาเมืองไทย ภาพยนต์เรื่องนี้เราได้เข้ามาทำโพสต์โปรดักชั่นกันที่เมืองไทยด้วย ดีใจที่ได้มาเจอกับทุกคนครับ”

Advertisement

*สิ่งแรกที่นึกถึงตอนมาเมืองไทยสำหรับทั้งคู่คืออะไร

เฉินหลง : มะพร้าว ชาดำเย็น ข้าวผัด ต้มยำไก่ เมื่อเช้าเราอยู่กันที่สนามบินมาเลเซีย แต่เราโทรมาสั่งอาหารไทยให้เอามารอไว้ที่ห้องแล้ว มาถึงเราก็กินกันก่อนเลย จริงๆผมเคยอยู่ที่เยาวราช เมื่ออายุ 9 ขวบ เคยพูดไทยได้ แต่ตอนนี้ลืมไปแล้วเพราะคนรุ่นใหม่เขาจะพูดภาษาอังกฤษกับผม ตอนนั้นผมเรียนทั้งมวยไทย เรียนภาษาไทย รู้สึกเหมือนเมืองไทยเป็นเพื่อนเก่าเลยครับ”

สแตนลีย์ : จริงๆ ผมอยากสั่งทุเรียนมาไว้ในห้องด้วยแต่กลิ่นแรงเกินไปเลยทำไม่ได้ (หัวเราะ)

*เห็นก่อนหน้านี้แจ๊คกี้เพิ่งได้รับรางวัลออสการ์ด้วย แจ๊คกี้รู้สึกยังไงบ้าง

เฉินหลง : สำหรับผมการได้รับรางวัลนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ เพราะนานมาแล้วที่ผมเริ่มทำหนังก็ทำหนังแอ็คชั่น แนวตลก ราคาถูก ไม่เคยคิดเลยว่าหนังแอ็คชั่นแบบนี้จะนำเขามาสู่รางวัลนี้ได้ ตอนได้รับโทรศัพท์จากฮอลลีวูดว่าจะได้รับรางวัลก็ประหลาดใจมาก ตอนไปรับก็ค่อนข้างตื่นเต้น แต่พอกลับถึงโรงแรมก็เอารางวัลวางให้คนถ่ายรูปส่วนตัวผมก็นอน ตื่นมาอีกวันผมก็ลืมแล้ว สำหรับผมรางวัลที่ได้มันก็เหมือนหนังสือเล่มนึงที่เราพลิกเปลี่ยนหน้าหรือ อ่านหนังสือจบไปอีกบทนึง แล้วผมก็กลับมาเอเชียทำหนังเหมือนเดิม รางวัลนี้ไม่ได้ ทำให้ผมเปลี่ยน ผมก็ยังคงทำงานแบบนี้ต่อไป จริงๆ สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขก็คือ ผมทำหนังมา 56 ปี ผมเชื่อว่าทุกคนโตมาก็ได้ดูหนังของผม ผมจำได้ว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่ผมไปที่ฮอลลีวูด ไม่มีใครฟังผม ผมพยายามออกแบบท่าทางการต่อสู้แบบของผม แต่ฮอลลีวูดบอกว่าที่ผมทำมันไม่ใช่ฮีโร่ที่แท้จริง ต่อยจริงก็เจ็บจริง จะทำแบบนั้นได้ยังไง แล้วก็ถามว่าทำไมถึงทำคอมเมดี้ล่ะ ไม่มีใครฟังผมเลย แต่ 30 ปีให้หลัง อยู่ ๆ ทุกคนก็มาให้ความสนใจงานของเขา เพราะฉะนั้นออสการ์ที่ผมได้รับผมไม่ใช่ได้มาภายในวันเดียว แต่ได้จากผลงานของตลอด56 ปี ที่ผ่านมา ผมจะบอกเด็กรุ่นใหม่เสมอว่าให้ทำในสิ่งที่อยากทำอยู่เสมอ โฟกัสและตั้งใจเสมอ แล้วโลกจะมาหาคุณเอง”

เฉินหลง เปิดตัวหนัง (22)

*ทำไมถึงเลือกกลับมาทำแอ็คชั่น คอมเมดี้แบบนี้อีกครั้งหนึ่ง

เฉินหลง : ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามจะเปลี่ยนมุมมองคนดูของผม เลยลองเล่นหนังสไตล์อื่นดูบ้างเช่น ดราก้อนเบลด หรือ โปลิสสตอรี่ แต่สุดท้ายก็กลับมาทำแอคชั่นคอมเมดี้ซึ่งเป็นสไตล์ที่ผมชอบมากที่สุด เป็นแบบที่ทุกคนในครอบครัวสามารถดูได้ ค่อนข้างเป็นตลกที่ดีต่อจิตใจ ไม่ใช่เรื่องรุนแรง”

*ถามสแตนลีย์ถึงการทำงานกับเฉินหลงหน่อยว่าเป็นไงบ้าง เพราะเคมีเข้ากันมาก และ ทำงานด้วยกันเยอะมาก

สแตนลีย์  : ผมเป็นเกียรติมาก เราร่วมงานกันมา 25 ปีแล้ว เราไม่ใช่แค่ทำหนังด้วยกัน แต่ยังทำงานการกุศลและทำกิจกรรมร่วมกันเยอะ ผมรู้สึกว่าผมกับแจ็คกี้เรามีอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนกัน เริ่มจากการเป็นสตั้นเหมือนกัน และค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ เหมือนกัน อีกอย่างเกิดวันเดียวกันด้วย ตอนแรกผมอยากเป็นนักแสดงแอ็คชั่นเหมือนกันแต่พอเห็นหนังเฉินหลงคงสู้ไม่ได้แน่นอน ผมเลยโฟกัสที่งานกำกับดีกว่า แล้วพอทำงานด้วยกันผมรู้สึกเสมอว่าต้องหาอะไรใหม่ๆ ให้เขาแสดงซึ่งไม่ว่าผมจะมีไอเดียอะไรใหม่ แจ็คกี้เขาก็ทำได้ทุกอย่าง บางทีทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก เรื่องที่ยากในการทำงานกับเขาก็คือต้องคอยหาอะไรใหม่ๆ มาให้เขานี่แหละ ต้องเป็นแอคชั่นในรูปแบบที่ต่างออกไปด้วย ต้องท้าทายเขาให้ทำสิ่งใหม่ๆ อย่างหนังเรื่องนีเราใช้เวลาถึง 350 ชม. ในการถ่ายใต้น้ำ ซึ่งแจ็คกี้ว่ายน้ำไม่เก่งเท่าไหร่เราเลยต้องไปเรียนว่ายน้ำกัน ก่อนหน้านี้เราก็ทำอะไรใหม่ๆกันเยอะ จนรู้สึกว่าเราผ่านเหตุการณ์คอขาดบาดตาย เสี่ยงชีวิตด้วยกันมาเยอะเพื่อท่านผู้ชม แจ็คกี้เขาชอบลองอะไรใหม่ๆส่วนผม ชอบทำหนังที่รู้สึกว่าแจ็คกี้เขาทำได้ดีที่สุดซึ่งก็คือแนวแอคชั่นคอมเมดี้อย่างหนังเรื่องนี้

*สิ่งใหม่ๆที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้

สแตนลีย์ : พอบอกว่าหาสิ่งใหม่เขาก็ต้องท้าทาย ตัวเฉินหลงให้ทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน อย่างเช่นในหนังเรื่องนี้ใช้เวลานานถึง 360 ชั่วโมง ในการอยู่ใต้น้ำว่ายน้ำกับฉลาม เพื่อถ่ายฉากว่ายน้ำซึ่งจริงๆแล้วเฉินหลงไม่ใช่นักว่ายน้ำที่เก่งเท่าไร เลยต้องไปเรียนและนึกถึงหนังสมัยก่อนเรื่องใหญ่ฟัดโลก ที่ทำเป็นสกีเท้าเปล่า เขาเลยต้องไปทำฉากแอ๊คชั่นใหม่ๆตลอดเวลา เลยรู้สึกว่าเหมือนผ่านเหตุการณ์คอขาดบาดตายด้วยกันมากมาย เพื่อให้คนดูสัมผัสอะไรใหม่ๆ สิ่งที่ต่างกันระหว่างผมและเฉินหลง เฉินหลงชอบคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างไปและลองอะไรใหม่ๆ อย่างผมจะชอบหนังที่คิดว่าเฉินหลงจะเล่นได้ดีซึ่งก็คือแนวแอ๊คชั่นคอมเมดี้ ตอนทำหนังครั้งแรกกับเฉินหลงผมไม่ได้ตอบตกลงทันที เพราะว่าต้องมากกำกับคนดังอย่างเฉินหลง เลยไปศึกษาหนังทั้งหมดที่เฉินหลงเคยเล่น และสุดท้ายก็ได้มาทำหนังด้วยกัน

*เรื่องนี้มีอะไรใหม่จากเรื่องก่อนๆบ้าง

เฉินหลง :  สิ่งที่ใหม่แน่นอนคือโยคะ เพราะว่าตัวกังฟูมันไม่ใหม่ เพราะว่าเขาทำกังฟูมาหมดแล้ว เรื่องหมัดเมาทำมาหมดแล้ว แต่วันหนึ่งเขาอยู่เอเชียและนึกเรื่องโยคะขึ้นมา ช่วงนั้นโยคะร้อนกำลังฮิตในเอเชีย เลยคุยกับผู้กำกับว่าน่าจะมาทำกังฟูโยคะกันนะ ตอนนั้นผู้กำกับยังไม่มีบท ผู้กำกับเลยใช้เวลาในการเขียนบท 9 เดือน ถ่าย 9 เดือน และทำขั้นตอนหลังจากถ่ายทำอีก 9 เดือน รวม 2 ปี ตอนนั้นผมถ่ายหนังเสร็จไปแล้ว 4 เรื่อง ผมพูดกับเขาแค่ 4 คำว่า กังฟูโยคะ แต่ว่าผู้กำกับใช้เวลาถึง 2 ปี และตอนนี้กำลังทำอะไรใหม่ เรื่องหน้าอาจเป็นสายลับกังฟู นอกจากนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเพราะว่าที่ผ่านมาเคยทำสตั๊นแมน เพราะมันช่วยในการถ่ายทำมาก ผมขอบคุณวงการภาพยนตร์ที่ให้สิ่งเหล่านี้ ที่สำคัญตอนนั้นผมได้เงินกลับมา และตอนนี้ที่ผมเรียนผมเรียนกับอาจารย์เก่งๆทั้งนั้น นับเป็นประสบการณ์ที่ดี

เฉินหลง เปิดตัวหนัง (10)

*เล่าประสบการณ์การถ่ายทำที่ต่างประเทศให้ฟังหน่อย

เฉินหลง :  สำหรับประสบการณ์การถ่ายทำเรื่องนี้ผมรู้สึกว่ามันพิเศษมาก ตอนแรกในเวลาขับรถมอบออกไปนอกหน้าต่างมันขาวหมดเลยไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือว่าข้างขวาแล้วมองออกไปตรงธารน้ำแข็งรู้สึกว่ามันสวยเหมือนคริสตัล ผมรู้สึกว่ามันพิเศษมากๆ และอีกฉากพิเศษที่อยากเล่าให้ฟังคือฉากที่ต้องถ่ายใต้น้ำที่ไปถ่ายกันที่น้ำตก ใช้เวลาในการถ่ายทำฉากนั้นถึง 2 ชั่วโมงเต็ม จริงช็อตนี้มันเป็นช็อตที่ธรรมดามาก แต่ว่าอุณหภูมิตอนนั้นมันลบ 16 องศาและกล้องที่ใช้ถ่ายทำทั้งสามตัวมันแข็งหมด ผมเลยไม่สามารถถ่ายได้ ซึ่งตอนนั้นผมไปกับนักแสดงที่ชื่อ ทิชา ซึ่งตอนนั้นทุกคนก็ปกป้องแต่สาวอินเดีย ตลอดเพราะว่าเป็นครั้งแรกที่สาวอินเดียที่เห็นหิมะ แล้วก็ไม่รู้วิธีว่ายน้ำแล้วทุกคนก็ไปดูแลทิชากันหมดเลย โดยที่ไม่มีใครดูแลผมเลย ทั้งที่จริงๆ ผมรู้สึกว่าผมกลัวเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าถ่ายไม่ได้แล้วแต่ก็รู้สึกว่า ถ้าไม่ได้ทีมงานต้องเสียใจแน่ๆ เพราะว่าทีมงานช่างภาพทุกคนมาอยู่ตรงนี้แล้ว เกือบ 300 ชีวิต ถ้าไม่ได้ช็อตนี้ผมคงรู้สึกผิดหวัง ผมเลยรู้สึกว่าโอเคต้องถ่าย ผมจะดูแลกล้อง จะดูแลนักแสดงอินเดียที่ร่วมงานและสุดท้ายผมก็ได้ฉากนั้นมา ส่วนที่อินเดียผมรู้สึกว่าการถ่ายทำที่นั้นร้อนมากๆ และอีกสาเหตุหนึ่งที่ไปถ่ายที่นั่นเพราะผู้กำกับรู้จักเป็นการส่วนตัวกับราชวงศ์ที่นั้น ซึ่งเขามีรถถึง 450 คัน ซึ่งให้ทางภาพยนตร์ยืมเข้าฉาก ซึ่งทางทีมงานยืมรถทั้งหมดมาเป็นมูลค่า 30 ล้านเหรียญ ยูเอส มีทั้งแลมโบกินี เฟอร์รารี่ ซึ่งนักขับรถคนอื่นๆ เวลาอยู่ในรถจะรู้สึกตื่นเต้น แต่สำหรับผมและผู้กำกับรู้สึกว่าอยากจะทำยังไงก็ได้อ้อนวอน สวดมนต์ภาวนายังไงก็ได้ไม่ให้รถชนนะครับ เพราะถ้าหากว่ารถชนคิดดูว่าจะต้องจ่ายค่าเสียหายยังไง

สแตนลีย์ : แต่ว่าสุดท้ายแล้วมีเฟอร์รารี่คันหนึ่ง ที่เป็นของเจ้าชายถูกชนไประหว่างถ่ายทำ ซึ่งทางเฉินหลงบอกให้ทางผมไปเจรจากับเจ้าชายที่เป็นเจ้าของรถ

เฉินหลง :  หลังจากที่ทางผู้กำกับไปเจรจากับทางราชวงศ์เสร็จผมก็ถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งทางราชวงศ์บอกว่าเขาอยากถ่ายรูปกับผม เลยถ่ายและถามถึงเรื่องรถซึ่งทางราชวงศ์บอกว่าไม่เป็นไร แถมให้รถให้รถมาอีกสองคันในการถ่ายทำต่ออีกด้วย

เฉินหลง : ถ่ายรูป 10 รูปแลกรถ2คัน

*ขอให้ยกตัวอย่างฉากเสี่ยงตายในเรื่องนี้

เฉินหลง : สำหรับผมฉากใต้น้ำคือฉากที่ผมรู้สึกว่ามันเสี่ยงอันตรายที่สุด เสี่ยงตายเพราะว่าต้องใส่ถังที่ใช้สำหรับเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ถ่ายทำ และใส่ชุดที่ดำใต้น้ำที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ และผมต้องคอยประคองทั้งหมดไว้เพื่อให้มันอยู่และผ่านไปตลอดการถ่ายทำ และถึงจะใส่หน้ากากตอนอยู่ใต้น้ำแต่ว่าสุดท้ายมันก็ต้องถูกดึงออก และในระหว่างการถ่ายทำเขาจะจมน้ำและขณะเดียวกันนักแสดงผู้หญิงที่ถ่ายทำด้วยกันก็จมน้ำด้วยเหมือนกัน คือตอนนั้นในน้ำมีแต่ฟองอากาศแต่ว่าทีมงานทุกคนโดดลงมาช่วยทิชาทันที  แต่ว่าสำหรับผมความช่วยเหลือมาถึงช้ามาก พอโผล่พ้นน้ำไปผมรู้สึกว่าผมจะสำลักน้ำเพราะว่าทีมงานทุกคนโฟกัสที่นักแสดงหญิงหมดเลย ซึ่งสายสำหรับถ่ายทำใต้น้ำมันเป็นสายสั้น ซึ่งผมเองมีคนดูแลแค่คนเดียวเอง แต่นักแสดงหญิงมีคนดูแลหลายคน ซึ่งทำให้ตอนเล่นฉากนี้และตอนขึ้นมาจากน้ำเป็นขั้นตอนที่ลำบากมาก

*มีสัตว์ร่วมเข้าฉากอย่างเสือ  ถามสแตนย์ลี่ ตง ต้องกำกับสัตว์ยากไหม

สแตนลีย์ : แน่นอนว่ามันยากมากเลยต้องถ่ายกับสัตว์ ซึ่งเคยถ่ายมาก่อน เรื่องThe Myth ดาบทะลุฟ้า ฟัดทะลุเวลา ซึ่งจะต้องมีฉากถูกเสือไล่ แต่ก็ต้องตัดซีนนี้ทิ้งไปเพราะมันไม่ได้ช็อตที่ต้องการ เสือสองตัวนี้มันเหนื่อยง่ายพอถ่ายๆ ไปก็ไม่อยากวิ่งแล้วก็ต้องรอเสือ แล้วพอวันรุ่งเช้าอยู่ดีๆจะถ่ายเสือก็แอ็คทีฟเกินไปถ่ายไม่ได้อีก”

เฉินหลง : มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมโดนหมากัดที่ก้น 3 ครั้ง ก็เลยต้องไปฉีดยาทุก 28 วัน ผมเลยกลัวการทำงานกับสัตว์ คือไม่ได้กลัวสัตว์นะครับ แต่กลัวได้กลับไปฉีดยาอีก

เฉินหลง เปิดตัวหนัง (15)

*ในเรื่องต้องเต้นสไตล์บอลลีวูดด้วย เต้นยังไงใครเป็นคนสอนการเต้นบอลลีวูด แดนซ์ให้

เฉินหลง : ย้อนไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว เรื่องThe Myth ดาบทะลุฟ้า ฟัดทะลุเวลา ไปถ่ายที่อินเดีย ผมมีไอเดียว่าน่าจะเอาบอลลีวูดมาใส่เข้าไปหน่อย แต่ผู้กำกับก็บอกว่ามันเป็นหนังรักนะถ้าเอามาใส่จะเข้ากันหรอ ผมเลยคิดว่าในช่วง 11 ปีมานี้ น่าจะมีเรื่องที่มีการเต้นบอลลีวู้ดแดนซ์เข้าไปหน่อย กลายเป็นว่า 11 ปีต่อมาก็ได้ทำบอลลีวูดแดนซ์จริงๆ ผมว่ามันสนุกมากเลย ส่วนท่าเต้นบอลลีวู้ดดั้งเดิมอาจจะยาก แต่ท่าเต้นที่ผมทำให้ดูมันไม่ยาก (เต้นให้ดู) ก็จะมีท่าเชคๆ ธรรมดา และมีท่าเปลี่ยนหลอดไฟ มีท่าดึงว่าวและท่าตีพื้น ส่วนที่ยากที่สุดคือส่วนหัว ส่ายหัว

*ถามผู้กำกับ สแตนย์ลี ตง ได้ร่วมงานกับนักแสดงจากบอลลีวูด อาทิ ทิชา พาตานี ,โซดู ซูด แตกต่างจาก นักแสดงจีนอย่างไร

สแตนลีย์ : ผมว่าเหมือนกันครับ ไม่ได้รู้สึกแตกต่าง นักแสดงจากบอลลีวูดเป็นนักแสดงมืออาชีพเหมือนกัน อย่างโซดู ซูด นอกจากจะเท่ห์แล้ว มีร่างกายที่ดีสมส่วน และเขาก็รู้ แอ็คชั่นในวิถีบอลลีวูดแต่พอมาเจอแจ็คกี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะสำหรับดาราแอคชั่นทุกคนแล้วจะมองแจ็คกี้เหมือนเทพเจ้าเลย ผมก็ให้ทีมเทรนนิ่งสตั๊นของแจ็คกี้เข้าไปฝึกกับเขาเพื่อให้โซลู ซูด เรียนจังหวะการต่อสู้แบบแจ็คกี้ ชาน เพราะแจ็คกี้มีจังหวะการต่อสู้เป็นแบบเฉพาะตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เรียนรู้ได้ และอย่างคุณทิชา ที่เล่นเป็นเจ้าหญิง เวลามองหรือเดินกับแจ็คกี้ ชาน ต้องทำให้ท่าทางให้ดูสูงส่งเหมือนราชวงศ์ตลอดเวลา ซึ่งตัวคุณทิชาบอกว่าการเดินแบบนั้นมันยากกว่าการเป็นนักแสดงอีก แต่ว่าเขาเคยผ่านเวทีการประกวดนางงามมาก็เลยทำออกมาได้ดี มีรูปร่างและรอยยิ้มที่สวยงามอยู่แล้ว นักแสดงทุกคนเป็นมืออาชีพมากไม่มีใครมาสายเลยในกอง”

*ถามแจ็คกี้ ชาน ได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหม่รู้สึกอย่างไรบ้าง

เฉินหลง : ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงตื่นกลัวและตื่นเต้นมาก ทั้งๆที่ผมเป็นคนเฟรนด์ลี่มาก แล้วพอพวกเขาตื่นเต้นมากๆเวลาแสดงด้วยกันก็จะไม่ยอมจ้องตาผม ผมก็ต้องไปเล่นสร้างความคุ้นเคยกับเขา ไปล้อเลียนเขาสร้างความสนุกสนานเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันจะได้ถ่ายได้ง่าย

*วางผลงานเรื่องต่อไปคืออะไร และจะได้มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ แบรด แดทเนอร์ และ คริส ทักเกอร์ ใน รัช อาวน์ (rush hour) เวอร์ชั่น 4 ไหมเพราะว่าเวอร์ชั่นซีรีส์ ไม่ค่อยได้รับการตอบรับดีเท่าเวอร์ชั่นหนัง

เฉินหลง : ประมาณเดือนพฤษภาผมจะได้ร่วมงานกับโซนี่ พิคเจอร์ส ในภาพยนตร์เรื่อง ไฟว์ อะเกนท์ บูลเลท  และเดือนกันยาจะได้ร่วมงานกับนักทำหนังชาวอเมริกันชื่อดังพอสมควรแต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ ในเดือนกันยาจะได้ทำหนังฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่ถ่ายทำที่โมร็อคโค เชื่อว่าทุกคนน่าจะตื่นเต้น เมื่อสองวันที่แล้วผมได้คุยกับคริส ทักเกอร์ เรื่อง รัช อาวน์ (rush hour) เวอร์ชั่น 4 แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องการทำสคริปต์ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่มีผู้จัดจ้างผมไปเล่นหนังรักบ้าง ผมแก่เกินจะเล่นหนังแอคชั่นแล้ว (หัวเราะ)

เฉินหลง เปิดตัวหนัง (11)