‘กุ้ง สุธิราช’ ร่ำไห้อัพเดตอาการน้องสาว วิรดา ป่วยไข้เลือดออกเดงกี สมองบวม 14 วันยังไม่ฟื้น หวังปาฏิหาริย์
นับเป็นเวลา 14 วันแล้วที่นางเอกลิเกชื่อดัง “วิ-วิรดา วงศ์เทวัญ” น้องสาวนักร้องลูกทุ่งและพระเอกลิเกชื่อดัง “กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ” ที่ล้มป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงและต้องพักรักษาอาการมานาน 14 วัน ซึ่งยังไม่ฟื้นคืนสติ ทำเอาแฟนๆ ห่วงใยสุดๆ ล่าสุด “กุ้ง สุธิราช” มาพร้อม “จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอัพเดตอาการป่วยของน้องสาว “วิ-วิรดา” ณ ห้องประชุม Sukhumvit I ชั้น 3 โรงแรม ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท

กุ้ง สุธิราช เผยอาการของน้องสาวด้วยแววตาแดงก่ำว่า “น้องสาวผมตอนนี้ติดเชื้อไข้เลือดออกชนิดรุนแรง เท่าที่ผมรู้น้องไปทำงานด้วยกันเมื่อวันที่ 20-21 ธันวาคม 2566 ไปอัมพวาและชัยนาท แล้วหลังจากนั้นพอทราบว่าน้องสาวเริ่มมีอาการเป็นไข้ ก่อนหน้านั้นปวดท้องนิดหน่อย เขารู้สึกว่าเป็นขัดเบา เป็นที่มดลูกหรือเปล่า เขาก็คิดไปเองว่าเป็นลักษณะแบบนั้น ก็มาถามหาที่ผม ผมก็บอกว่าไม่มีให้ไปหาหมอ วันที่ 23 ธันวาคม แล้วหลังจากนั้นก็ไปทำงาน เขาก็กลับไปอยู่ที่ราชบุรี เขาเริ่มปวดท้อง เริ่มมีไข้สูง เลยซื้อยาลดไข้มาทานเอง เริ่มรู้สึกดีขึ้นก็ไปทำธุระส่วนตัว”
“จนวันที่ 26 ธันวาคม รู้สึกไม่ค่อยไหว มีไข้ ปวดท้อง ปวดเนื้อปวดตัว ก็เลยไปหาหมอคลินิคฉีดยามา 2 เข็ม ก็ไม่ทราบว่ายาชนิดไหน เดินไม่ไหวต้องปะคองขึ้นรถ เขาบอกว่าหัวใจเต้นช้า ความดันตก วันที่ 27 ธันวาคมมีไข้ซมทั้งวัน แล้วเราต้องเดินทางไปทำงานลิเกวันที่ 30 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 เดินทางไปหลายที่ เลยนัดว่าจะนั่งรถไปด้วยกัน น้องก็มาหาที่บ้านเดินเข้ามาก็ปกติ หลังจากนั้นก็รู้สึกหนาวห่มผ้าคลุมทั้งตัว หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกัน”
“จากนั้นตอนตี 3 คนดูแลก็บอกว่าพาน้องไปโรงพยาบาลแล้ว ปวดท้อง มีไข้ ก็ไปถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มารู้อีกทีตอนเช้าเห็นน้องกำลังสั่นมาก ผ้าห่ม 4-5 ผืนเอาไม่อยู่ ทางโรงพยาบาลก็ดูแลเบื้องต้น ช่วงเที่ยงผมก็เข้าไปเยี่ยม เห็นน้องนอนหลับ ผมอยู่สักระยะนึงก็ไม่ได้ปลุก คิดว่าน้องเพลีย คิดว่าเสร็จงานจะกลับมาเยี่ยม ระหว่างที่เดินทางไปได้สัก 1 ชั่วโมงนิดๆ ทางพี่เลี้ยงก็โทรมาบอกว่าน้องเป็นอะไรไม่รู้ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ปลุกก็ไม่รู้สึกตัว ตาลอย ช่วงนั้นมีอาการเหมือนสำลัก เหมือนชักกึกๆ มีน้ำลายไหลออกมา”
“ตอนนั้นทางหน่วยแพทย์ก็เข้าไปรุมดู ผมก็รู้สึกใจไม่ดีแล้ว คือช่วงตี 3 ที่เข้าไป เขาเจาะเลือดสงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออก ผลออกมาก็เป็นจริงๆ เกล็ดเลือดตอนนั้นยังแสนกว่าอยู่ หลังจากที่น้องช็อกหมดสติ ในระหว่างนั้นทางแพทย์ก็โทรมาคุยว่า อาจจะต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ผมก็ตกลง อันไหนที่ทำแล้วน้องปลอดภัย เราก็ขอให้ทำเลย”

“ตอนนั้นความดันเท่าที่ทราบอยู่ที่ 60/30 คือต่ำมาก จำเป็นต้องใช้ยากระตุ้นความดัน ทีแรกให้ทางแขนแต่ไม่ไหว ก็เลยให้ทางเส้นเลือดกระตุ้นให้หัวใจดีขึ้น ก็ยังไม่ถึงกับดีขึ้นซะทีเดียว พอเสร็จงานผมก็มาที่โรงพยาบาล น้องยังนอนนิ่งก็เลยปรึกษาขอย้ายโรงพยาบาล ทางแพทย์เขาอนุญาตแต่ติดตรงปัญหาที่ว่าหัวใจยังไม่ดี มีภาวะเสี่ยงในการเคลื่อนย้าย ก็รอจนย้ายได้ช่วงบ่ายของวันที่ 31 ธันวาคม ก็ย้ายมาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์บอกว่าหัวใจเต้นไม่ดี เต้นอยู่แค่ 20% ต้องทำการบอลลูนหัวใจ เพื่อให้หัวใจไม่ทำงานหนักจนเกินไป แล้วก็มีการทีซีสแกนดูเรื่องสมอง มีอาการสมองบวมด้วย”
“พอทำบอลลูนหัวใจเสร็จผมก็ไปทำงานต่อ พอกลับมาอีกวันหนึ่งด้วยเครื่องก็ยังช่วยให้หัวใจค่อยๆ เต้นกลับมาดีขึ้น แต่ยังไม่รู้สึกตัว คิดว่าน่าเชื้อเดงกีมี 4 สายพันธุ์ น้องน่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ 1 ที่เด็กๆ เป็นก็จะไม่หนักอะไร แต่ผู้ใหญ่เป็นจะหนักมากที่ระบาดในเมืองไทย แต่บังเอิญว่าน้องอาจจะมาหาหมอช้า ก็เลยทำให้โรคนี้หนัก อาจจะประกอบกับว่าติดเชื้ออย่างอื่นด้วยก็เลยทำให้หนักมากถึงขั้นวิกฤต คุณหมอบอกว่าประมาณ 5% ที่จะเป็นหนักขนาดนี้ ก็เลยได้คุยกับอาจารย์หมอที่ระดมทุกอย่างว่าจะทำอะไรได้บ้าง ก็มีการทำพลาสม่า ทำอยู่ 2 ครั้ง ก็ยังไม่ฟื้น คุณหมอก็ดูม่านตาว่ายังไม่ตอบสนอง ก็รักษากันตามสิ่งที่ควรจะทำทุกอย่าง ณ เวลานี้ ตอนนี้ผลของความดันเลือดที่ว่าใช้เครื่องบอลลูน เขาก็พยายามบาลานซ์ให้เอาเครื่องนี้ออก เพื่อทำ MRI ได้ ก็จนกระทั่งถอดเครื่องบอลลูนออกได้ หัวใจก็ยังเต้นอยู่ที่ 35% แล้วก็ได้เข้าทำ MRI ผลก็ออกมาไม่ค่อยดี สมองน่าจะขาดเลือด”

“ในส่วนของแนวทางการรักษา ระบบหัวใจดีขึ้น ไม่ได้ใช้เครื่องแล้ว ใช้ยาน้อยมาก หัวใจเต้นประมาณ 50% แล้ว ระบบไต ปอด ตับ ยังอยู่ในขั้นดี อาจจะมีติดเชื้อบ้าง แต่ที่หนักคือสมอง ยังไม่รู้สึกตัว หมอก็พยายามทำทุกอย่าง”
กุ้ง ได้อ่านใบจากโรงพยาบาล โดยบอกว่า ข้อมูลจากโรงพยาบาลบอกว่า ‘คนไข้มาโรงพยาบาลด้วยอาการไม่รู้สึกตัว เป็นไข้เลือดออกชนิดรุนแรง ขณะนี้คนไข้ยังไม่รู้สึกตัว แล้วยังใส่ท่อช่วยหายใจ โดยรวมอาการยังอยู่ในภาวะวิกฤตและมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งทีมแพทย์ต้องคอยมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดและอัพเดตสถานการณ์ให้ญาติผู้ป่วยทราบวันต่อวัน’ คือตอนนี้การทำงานของสมองมันยังไม่ดี ตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตอบสนอง”
ด้าน จิ้งหรีดขาว ก็ไปขอพรต่างๆ มาเป็นยังไงบ้าง?
จิ้งหรีด – “ก็ทำทุกอย่างค่ะอะไรที่ช่วยได้ แล้วก็พาคุณแม่ชีไปทำบุญ เราสายมูเนอะก็ไปช่วยทุกที่นะ แต่บางทีเราไม่ได้ลงโซเชียลเราทำหมดแล้ว เหมือนจะดีขึ้น บางทึ ก็มีอะไรให้เราเห็นว่าดีขึ้นแต่ก็ยังเหมือนที่คุณกุ้งพูดยังทรงตัวอยู่เราก็ทำเยอะ“
กำลังใจของครอบครัวเป็นยังไงบ้าง?
กุ้ง – “มันจะขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลาระหว่างที่อยู่โรงพยาบาล วันนี้ห่วงว่าจะทำบอลลูนหัวใจได้ไหม คือพอหมอบอกว่าดูจากเกร็ดเลือด เพราะมันอยู่แค่ 2 หมื่นตอนนั้นที่จะทำบอลลูเราก็ลุ้นในระหว่างนั้นเราก็ต้องไปทำงานพอสามารถทำบอลลูนได้ ไม่เกิดอะไรขึ้นระหว่างการทำ ดีใจขึ้นมาระดับนึงแล้ว แต่พอมาอีกวันมีตรงอื่นเข้ามาอีกทำให้เราใจฟ่อลงไปอีกอะไรแบบนี้”
“มันก็อยู่ระดับนี้ตลอดเวลา (เสียงสั่นน้ำตาซึม) แต่ถามว่า.. เราไม่หมดกำลังใจคือต้องบอกว่าเราทำทุกวิถีทางที่ควรจะทำไม่ว่าทางการแพทย์เราก็ให้คุณหมอดูแลเต็มที่ ซึ่งต้องขอบคุณคุณหมอ พยาบาล ดูแลเต็มความสามารถจริงๆ ส่วนพวกเราที่พอจะทำได้คือทำบุญ แล้วไม่ใช่เรา มีแฟนๆ ที่เขารักน้องก็จะส่งบุญมา ทำบุญให้น้องหาย ให้น้องฟื้น”
“คุณแม่ก็บนให้น้องว่าถ้าฟื้นเดี๋ยวจะบวชโกนหัวเลยทั้งคู่ ทั้งแม่ทั้งน้องเลย ซึ่งพอถึงวันที่มันรอไม่ได้แม่ก็ขอบวชโกนหัวเลย เพื่อส่งบุญให้น้อง เราก็ไม่รู้ว่าเปอร์เซ็นต์มันจะหายได้ขนาดไหน จะรู้สึกตัวได้ขนาดนั้น แต่เรายังมีความหวัง ตอนนี้หวังปาฏิหาริย์ถึงแม้จะ ริบหรี่ ก็หวังว่า.. (เสียงสั่นน้ำตาคลอ) แค่ให้น้อฝตอบสนองให้รับรู้เราก็ดีใจแล้ว”
จิ้งหรีดขาว – “มันต้องรอปาฏิหาริย์จริงๆ ค่ะตอนนี้”
กุ้ง – “คุณหมอก็ทำทุกอย่างจริงๆ ตอนนี้คือเรารู้ว่าคุณหมอทำเต็มที่มากเพราะเขารู้ว่าเรายังมีความหวัง คุณหมอก็ยังไม่หมดหวังเหมือนกัน พยายามทำทุกวิถีทางคือเขาจะประชุมกันทุกวันตอนนี้จะทำอะไรได้บ้างให้น้องมีโอกาสที่จะฟื้นกลับมาได้”

ตอนที่ไปเยี่ยมได้พูดให้กำลังใจน้องยังไงบ้าง?
กุ้ง – “บอกครับ ให้กลับมานะ เราตัวติดกันมาตลอดตั้งแต่เด็ก เรารู้ใจกันจะทำอะไร เป็นพระเอกคู่กันร้องเพลงคู่กันคือทำอะไรด้วยกันมาตลอด จนถึงวันที่น้องป่วย ช่วง 30-1 (เสียงสั่นน้ำตาตลอด) เราต้องทำหน้าที่คนเดียว แต่ก็พยายามทำให้ได้ให้ดีที่สุด ให้มันไม่รู้สึกว่ามันขาดอะไรไปก็หวัง คุยกับน้องว่าฟื้นมานะทุกคนให้กำลังใจรักหนูมาก”
“เขาเป็นคนที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เขาเป็นนักร้องที่ทำเพลงได้ไม่กี่เพลงหรอก เป็นนางเอกคู่กัน ก็ยังมีพี่ประคองอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา น้องก็ไม่เคยท้อนะ คือทำทุกอย่าง ในช่วงที่เขาเคยป่วยเขายังไลฟ์ขายของ อันไหนที่มีรายได้เข้ามาหาครอบครัวเขาก็ทำเต็มที่คือเราเห็นความพยายามความตั้งใจของน้องแล้วด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมา (เสียงสั่นน้ำตาคลอ) เราขาดเสาหลักคือพ่อไปแล้ว ก็มีกันแค่นี้จริงๆ”
หมอบอกว่าปาฏิหาริย์ที่จะได้รับมันมีกี่เปอร์เซ็นต์?
กุ้ง – “เอ่อ คุณหมอก็ทำเต็มที่ครับ ส่วนของปาฏิหาริย์มันก็ต้องดูกันวันต่อวัน แต่อย่างน้อยผลหัวใจดีขึ้น ค่าตับอะไรดีขึ้น แต่ตอนนี้น้องยังไม่สามารถหายใจด้วยตัวเอง ยัใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่แล้วก็สมองต้องรอดู หมอบอกมีเคสที่ไม่มีคลื่นหัวใจแต่ก็สามารถกลับมาได้อยู่ แต่ตอนนี้สมองยังบวมอยู่ ยังต้องดูเป็นวันต่อวัน”
เคสที่กลับมาได้โอกาสที่จะกลับมาเหมือนปกติขนาดไหน?
กุ้ง – “มีครับ ที่กลับมาได้ เดินได้ ปกติดี แต่ในกรณีเคสนี้ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ คุณหมอยังไม่ได้ว่าจะหายจะดีขึ้นยังไงขนาดไหนครับ”

ปกติ วิ ร่างกายแข็งแรงใช่ไหม?
กุ้ง – “เขาไม่เจ็บป่วยอะไร ไม่มีโรคประจำตัว เป็นเด็กร่าเริงปกติ ถ้าป่วยก็ป่วยด้วยกันหมด เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน เป็นหวัดก็เป็นด้วยกันหมด ที่หนักสุดก็คงเป็นครั้งนี้
คิดว่าเป็นแค่หวัดธรรมดา?
กุ้ง – “ใช่ครับ มีไข้ ผมโทรหาเขาไม่รับสาย เขาโทรกลับมาบอกว่าไม่ไหวนอนทั้งวัน คิดว่าเป็นไข้ทับระดู เพราะรู้สึกว่าปวดท้อง เขาพูดกับพี่เลี้ยงเขาว่าเมนยังไม่มาหรอกก็ ก็คิดว่าแบบนั้น จนรู้จริงๆ ว่าเป็นไข้เลือดออกตอนเข้าโรงพยาบาล”
เป็นเรื่องที้ต้องระวัง เพราะอาจจะคิดว่าไม่น่าจะเป็นได้?
กุ้ง – “ใช่ครับ ผมเองตอนที่โรงพยาบาลบอกมาว่าเป็นไข้เลือดออกผมยังไม่เชื่อนะ แต่ว่าสถานที่เราทำงานก็เจอยุงเยอะเหมือนกัน ก็ยังไม่คิดว่าจะเป็นไข้เลือดออก คือว่าเป็นไข้หวัด เกล็ดเลือดจากแสนสี่ ในวันเดียวเพียงไม่กี่ชั่วโมงลดลงเหลือ 7หมื่น เหลือ 4 หมื่น ก็เลยค่อนข้างจะหนักเหมือนกัน”
เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนไหม?
กุ้ง – “มีผมเคย มีอาการตับโตมันจะแน่น รู้สึกหายใจลำบาก แต่น้องยังไม่เคยเป็น แขนไม่เป็นจ้ำ ปกติมาก เข้าโรงพยาบาลคือคืนวันที่ 29 ธ.ค.66”
จิ้งหรีด – “ไม่รู้ว่าเป็นผลจากการฉีดยา 2 เข็มนั่นด้วยหรือเปล่า เพราะเหมือนไปกดไว้หรือเปล่า”

พูดถึงคนที่ให้กำลังใจ?
กุ้ง – “ต้องบอกว่าครอบครัววงศ์เทวัญ น้องๆ ลูกๆ หลานๆ ทุกคน ที่มาให้กำลังใจ มาเฝ้ามาดูแล ไม่มีใครที่หมดหวัง ไม่มีใครท้อ แม้ว่าร้องจะยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าหลังจากนี้อีกกี่วัน แต่ทุกคนยังหวังพึงปาฏิหาริย์ พึ่งคุณหมอด้วย ทุกคนไม่มีท้อ มีแสงเล็กน้อยตรงไหนเราไปได้ก็ไป ทำทุกอย่าง แฟนๆ ที่ส่งกำลังใจที่ไปทำบุญบวชพระที่ไหนกันแล้วส่งบุญมาให้”
“เราก็พยายามบอกน้องว่าทุกคนส่งกำลังใจให้นะ วิต้องสู้นะ ต้องกลับมานะ ต้องตื่นมานะอย่างน้อยให้นับรู้ว่ากำลังใจจากพี่น้อง ญาติ แฟนๆ และจากคนที่รู้ข่าวก็ส่งกำลังใจมากันทุกคน อยากให้น้องตื่นมารับรู้ว่ากำลังใจเหล่านี้มีส่งมาให้นะ เขารักวินะ ยังมีคนที่รักและชื่นชมอีกมากมาย ก็อยากให้เขาตื่นมารับรู้ตรงนี้ด้วยครับ หวังว่ากำลังใจจากทุกคนส่งผลให้น้องมีสติกลับคืนมาได้เร็วที่สุด ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะสื่อสารผ่านช่องทางส่วนตัว”
อ่านข่าวเพิ่มเติม

