เจมส์ ธีรดนย์ แจงปมอดีตผู้จัดการถูกฟ้อง ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รับมีเสียความรู้สึก
จากกรณีที่มีตัวแทนบริษัทหนึ่งได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังมีบุคคลนำข้อมูลลับของบริษัทออกไปเผยแพร่ ซึ่งบุคคลดังกล่าวคืออดีตผู้จัดการของนักแสดงหนุ่ม เจมส์ ธีรดนย์ หรือ เจมมี่เจมส์ โดยล่าสุด เจมส์ที่มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวไลน์อัพคอนเทนต์ใหม่ Next on Netflix Thailand 2024 ที่ Emsphere เจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้
กับสังกัดที่มีปัญหายังมีอะไรค้างคาใจ?
“ของผมเราเป็น CEO บริษัท เจ เอ็ม เจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เราได้มีการแถลงแล้วจากเรื่องอะไรก็แล้วแต่ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันว่าอดีตผู้จัดการผมไม่ได้อยู่อันเดอร์บริษัทของเจเจครับ แต่เรื่องดีเทลทั้งหมดผมไม่รู้นะครับ ดีเทลแบบละเอียดผมขอไม่พูด เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายของทุกฝ่าย“
ความเสียหายที่มันกระทบเรามีอะไรบ้าง?
”เรื่องของชื่อเสียงที่มีคนมาพูดชื่อบริษัทเรามันก็มีกระทบอยู่แล้วแหละ มันยังอยู่ในกระบวนการที่ยังไม่ได้รับการเคลียร์ทั้งหมดก็ขอไม่พูดดีกว่า”
มีคดีความการฟ้องร้อง?
“ใช่ เป็นการฟ้องร้องของทางนั้นกับคู่กรณีเขา”
สร้างความไม่สบายใจกับเรา?
“ผมเพิ่งรับรู้เหมือนกันครับ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สบายใจอยู่แล้ว เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เราไม่รู้ความจริงทั้งหมด สิ่งที่เราทำได้คือเราก็ต้องเทกแอ๊กชั่น เราก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยการที่ตัดสินใจให้เขายุติบทบาทการเป็นผู้จัดการ“
เสียใจไหม ด้วยความที่สนิทกัน?
“ผมว่าทุกคนไม่อยากที่จะมีเรื่องมาเกี่ยวข้องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ผมยังไม่รู้ดีเทลทั้งหมดก็เลยไม่อยากพูดอะไร ถามว่าเรื่องนี้กระทบจิตใจไหม ทุกคนก็คงเสียความรู้สึกนะ หลังเกิดเรื่องก็ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้น พอมันไม่ใช่คดีความของเรา ฝั่งบริษัทหนึ่งกับคู่กรณีคนนี้เราก็จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของเขา”

เรื่องนี้มันสร้างความเสียหายให้กับบริษัทเราไหม?
“ตอนนี้ยังไม่พูดดีกว่า ผมก็ยังยืนยันครับว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แล้วอะไรก็ตามที่เขาแถลงข่าวไปทั้งหมด เขาไม่ใช่พนักงานบริษัทผมครับ ส่วนบริษัทผมก็เดินหน้าต่อ ขยันทำคอนเทนต์ต่อ ปีนี้ก็คิดว่าเป็นปีที่กลับมาทำงานเต็มรูปแบบ”
เหนื่อยกับการที่ต้องมาดูแลทุกอย่างเองหมดเลย?
“ผมดูเองมาซักพักแล้วครับ ก็สนุกดีสำหรับชีวิตเรา ก็คิดว่าพอไหว วันนึงเราเริ่มสร้างธุรกิจ ม้นก็จะมีสเต็ปที่เราต้องค่อยๆ ก้าว“
พูดถึงการไว้ใจคน?
”ผมว่าสุดท้ายแล้วผมคบใครผมให้ใจทั้งหมด เราไม่อยากพูดพาดพิงถึงคนอื่น พูดกว้างๆ แล้วกันเราคบใครเราให้ใจอยู่แล้ว“
ปีนี่โฟกัสอะไร?
“ก็ยังเรื่องครัวครับ ครัวใหม่เพิ่งเสร็จ (7 หลัก?) ไม่น่านะ…ไม่น่าเอาอยู่ ระหว่างเสื้อผ้ากับเรื่องครัวเป็นการลงทุนที่ตีคู่กันมาเลยครับสำหรับผม เตาอันนึงบอกเลยว่าไม่ใช่ถูกๆ นะ ฟังก์ชั่นมันก็เพิ่มขึ้นตามราคาที่มันเพิ่มขึ้น ปีนี้น่าจะได้เห็นผมกลับมาทำ chef table กลับมามากขึ้น เห็นผลงานการแสดงมากขึ้นด้วย“
การเป็นเชฟมันเห็นเงินคุ้มเราถึงรักและทุ่มเทกับมัน?
“ผมว่าเรื่องเงินมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับสกิล ผมเองก็ไม่ได้เก่ง ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเชฟขนาดนั้น ผมไม่ได้ทำงานร้านอาหาร ผมทำในสิ่งที่ผมชอบทำ และพัฒนาตัวเองเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ แต่ห้องครัวผมก็มีครบทุกอย่าง (ทุ่มไป 2-3 ล้าน?) … นอกจากฟังก์ชั่นแล้วยังมีเรื่องของดีไซน์ ทุกคนเข้าใจใช่ไหมครับ เวลาที่ครัวสวยเราจะอยากเข้าครัว ก็เลยเติมอยู่เรื่อยๆ แล้วก็พัฒนาอยู่เรื่อยๆ เติมฟังก์ชั่นเรื่อยๆ ตัวแพงมันจะเป็นพวกเตาอบ หรือเครื่องครัวอะไรที่มันเป็นเหมือนแฟชั่นได้ด้วย เหมือนของแต่งบ้านที่เพื่อนมาเห็นแล้วรู้สึกสวย อยากจะได้ ผมเปลี่ยนครัวทุกปีอยู่แล้ว อันไหนไม่ใช้ก็ส่งต่อให้ที่บ้าน”

