‘แน็ก ชาลี’ เดินเครื่องจีบ ‘กามิน’ ลั่นเรื่องรักต้องใช้เวลา รับจำเรื่องวัยเด็กกับ ‘มิ้นต์’ ได้หมด

4.03.24 | 21:30 น.

‘แน็ก ชาลี’ เดินเครื่องจีบ ‘กามิน’ ลั่นเรื่องรักต้องใช้เวลา รับจำเรื่องวัยเด็กกับ ‘มิ้นต์’ ได้หมด

โลกเป็นสีชมพูอีกครั้ง สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี ไตรรัตน์’ ที่ช่วงนี้รับงานรัวๆ ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง อีกทั้งสถานะเรื่องหัวใจก็เป็นไปในทิศทางที่ดีกับคู่จิ้นติ๊กต่อกเกอร์ชาวเกาหลีใต้ ‘กามิน’ ซึ่งหนุ่มแน็กก็ยืดอกรับแมนๆ ว่าขณะนี้กำลังลุยจีบฝ่ายหญิงอยู่ พร้อมกับออกมาเปิดใจเกี่ยวกับข่าววัยเด็กที่เกือบจะคบกับ ‘มิ้นต์ ชาลิดา’ ณ งานแถลงข่าว ‘วันอ้วนโลก: WORLD OBESITY DAY 2024’ ณ โซน Central Court ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

ช่วงนี้ดูสดใสขึ้น?
“สดใสปนง่วงไปด้วย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้นอน ก็ตามที่เห็นครับ จีบสาวออนไลน์ ก็ถึงเช้าทุกวัน ตอนนี้ผมพยายามพาเพื่อนๆ ไปเจอหลายประเทศ พอหลายประเทศก็เลยไม่มีเวลานอน ทำมาจะ 2 เดือนติดแล้ว”

เราทุ่มเทขนาดนี้ มีความคืบหน้ายังไงบ้างกับ ‘กามิน’?
“ผมก็ต้องบอกตรงๆ ว่าเราก็ปล่อยให้เป็นไปตามที่จะเกิดขึ้น หลายคนถ้าใช้คำตรงๆ อาจจะอินจนมีคนเร่งให้ผมแต่งงานเยอะมาก แต่สำหรับผมนี่คือชีวิตจริง เคยเจอกันแค่ 4 ชั่วโมงเอง แต่ต่อไปจะเป็นยังไง ผมจะพยายามหาโอกาสเจอให้มากขึ้นๆ จะเป็นยังไง ก็ให้เป็นไปตามนั้น ถามว่ามีโอกาสบินไปหาเขาไหม ก็มีครับ จะไปหลายครั้งแล้ว (หัวเราะ) ที่ไม่ได้ไปก็ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่หลังจากช่วงนี้ถ้ามีโอกาสก็คงไป (เขาชวนไหม?) ผมขอเขาไปเอง ตั้งแต่แรกๆ แล้ว”

Advertisement

การบินไปเจอเขาที่โน่น จะพิสูจน์รักแท้ยังไง?
“ไม่ๆ เรื่องนี้ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่พิสูจน์รักแท้อะไร มันไม่ได้ไกลขนาดนั้น ถ้าต่างคนต่างว่างจริงๆ แค่นั่งเครื่องบิน 5-6 ชั่วโมง ผมว่ามันเป็นเรื่องความมั่นใจที่เราทำให้เขาเห็น หรือเขาทำให้เราเห็นมากกว่าว่าอย่างน้อยการไม่ได้เจอกัน เราก็ยังรักษากันอยู่แบบนี้ อยู่กันนานๆ เห็นกันได้ มันน่าจะเป็นอะไรที่ดูมั่นคงกว่าอีก จริงๆ เราก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นช่วงหลัง แต่ตัวผมโดดใส่ใจเต็มร้อยแต่แรกแล้ว แต่มันก็มีอะไรหลายๆ อย่าง ที่มันไม่ได้สวยงามเสมอ มันมีอุปสรรคอีกหลายอย่างที่หลายคนไม่ทราบ หรือหลายคนก็อาจจะเดาถูกไปแล้ว แต่สุดท้ายตอนหลังมันก็เป็นอะไรที่ดีขึ้น ก็เป็นอะไรที่ดีมากๆ”

อุปสรรคมากสุดคืออะไร?
“คือการนอนหลับ (หัวเราะ) ตอนนี้ผมไม่ได้พาเพื่อนๆ ไปเจอแค่กามินอย่างเดียว ตอนนี้ผมไปทั่วจริงๆ ผมมีความสุขมากที่ได้ไปโซนยุโรป พาแร็ปเปอร์ให้ได้ไปเป็นที่หนึ่งของอเมริกา เมื่อคืนผมก็ทำการบ้านก่อนเข้าไปเจอ ก็นั่งจนถึงเช้าก่อนมางานวันนี้ แต่มีความสุขมาก ถึงจะเหนื่อยบ้าง ถามว่าได้อะไรไหม ก็ได้เพื่อนมากขึ้น ได้คนที่จริงใจกับเรามากขึ้น

ถึงเรื่องอื่นๆ เราจะไม่ได้อะไร แต่ก็มีรอยยิ้มสลับกับความทุกข์ ความเศร้า สุดท้ายก็จบกลับมามีความสุข ทุกคนมีความสุข ผมก็จะมีความสุขมาก ตัวผมหนึ่งที่ให้เกียรติ ผมจะบอกตลอด หลายอย่างที่อาจจะเห็นว่าพูดเล่นบ้าง แต่สำหรับผมจะจริงจัง อย่างที่เขาบอกกันว่าทำไมไม่ขอเป็นแฟน สำหรับผมทุกอย่างต้องใช้เวลา และสำหรับเขาด้วย การขอเป็นแฟนออนไลน์คงไม่ถูกต้อง เดี๋ยวเราจะเจอ จะเริ่มทำงานด้วยกัน พาให้ทุกคนได้รู้จักเขามากขึ้นเพราะเขาน่ารัก แล้วเราจะได้คุยกัน ได้เจอกันทุกๆ วัน ถ้าผมพร้อมเมื่อไหร่กันทั้งคู่ ก็จะไม่กดดันตัวเอง จะค่อยขอเริ่มสถานะยังไง ก็คอยดูต่อไป”

แฟนๆ เชียร์หนัก เหมือนเร่งไปในตัว กดดันไหม?
“ไม่กดดันหรอก แต่ผมก็รู้สึกว่ามีเยอะมากคนที่มาเร่ง ผมจะใช้วิธีเบรกด้วยการถามว่า ‘พวกพี่คบกับแฟนกี่วัน แต่งงาน’ อย่างน้อยมันต้องใช้เวลา ผมเคยเจอกันแค่ 3-4 ชั่วโมง ยังตามใจทุกคนไม่ได้ ผมไม่สามารถแต่งงานกับเขาได้แน่นอน ทุกอย่างต้องใช้เวลา ใช้การคุยกันให้เข้าใจ ให้แต่ละคนได้เห็นตัวตนแท้จริงก่อน ได้ลองอยู่ด้วยกัน ได้ลองขยับความสัมพันธ์ เดี๋ยวรอดูการพัฒนาว่าจะเป็นยังไง”

ตอนที่เขามาเมืองไทย ก็บอกว่าใจฟูมาก ครอบครัวเราดูแลเขา?
“ถ้าครอบครัวผมดูแลใครเป็นอะไรที่ดีมาก ผมรักคุณแม่มาก รักพี่น้องผมมาก พวกเขารักใครก็เต็มที่มากๆ คุณแม่เห็นเรามีความสุข เขาก็มีความสุข คุณแม่ผมน่ารักมากๆ อยู่แล้ว”

ที่บอกว่าให้เต็มร้อย เราเองมีเผื่อใจไว้ไหม?
“ผมเผื่อตั้งแต่วันแรก ผมรู้อะไรจะเป็นอะไร จุดเริ่มเรื่องนี้ผมเป็นคนเริ่ม ผมก็ต้องแอบทราบเรื่องจุดจบบ้างอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างมันดันเป็นชีวิตจริงขึ้นมาด้วย มันเลยอาจจะเดาจุดจบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ตอนนี้เราทำให้ทุกคนมีความสุข ได้เจอเพื่อนๆ มากขึ้น ผมดีใจมากที่หลายที่ทั่วโลกพูดภาษาไทย”

เชื่อกับความรักแท้ที่เกิดในโลกออนไลน์ไหม?
“จริงๆ มันเกิดได้ทุกที่นะรักแท้ แล้วมันก็จบลงได้ทุกที่เหมือนกัน สำหรับมันก็ดีนะความรักถ้าทำให้มีความสุขขึ้นก็ดีกว่าอยู่แล้ว”

ล่าสุดเขาก็ดูหึงเหมือนกันนะ?
“ไม่ๆ เขาไม่ได้ขนาดนั้น คือต้องบอกว่าหน้ากล้องเรามีความน่ารักที่ให้คนได้เห็น บางทีเป็นการแสดงที่ต้องพูดตรงๆ แม้แต่ตัวผมเราต้องแสดง เพราการจะออกไปไลฟ์ทีนึงเราต้องออกไปแสดงให้ทุกคนมีความสุข ไม่ใช่ออกไปคุยในทางไม่ดี ซึ่งเขาก็มอบความสุขนี้ให้เหมือนกัน ตัวเราก็ออกไปทำให้ทุกคนได้ยิ้มแย้ม ได้มีความสุข เวลาบอกฉันหึงๆ มันเป็นภาษาไทยที่บางทีมีคนไปสอนหรือเราไปสอน เขาก็จะพูดเล่น แซวเล่นกัน ต้องยอมรับว่าหลายๆ อย่างมันคือความน่ารัก อยู่ๆ คนเกาหลีจะพูดคำพวกนี้เองกันได้เหรอ ผมมีคุยส่วนตัวกันอยู่แล้ว ช่วงแรกที่คุยผมจะบอกเขามากกว่าว่าทำยังไง เรื่องอะไรไม่ดี คนไทยไม่ชอบ คนไทยชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ผมจะซัพพอร์ตและตีกรอบให้เขาตลอดอยู่แล้ว”

เขินไหมเวลาเขาบอกว่าหึงเรา?
“ไม่เขินครับ กลัว แซวเล่นๆ เขาดุอยู่ๆ เรื่องซักผ้าก็แซวเล่น ผมเป็นคนบอกเขาเองเพราคิดว่าคนไทยน่าจะชอบ มันเลยเป็นอะไรที่น่ารัก แต่ดุอยู่ๆ ผมอ่ะมิตรภาพเยอะ ต้องบอกว่าหลายคนที่ชอบมาด่าผมทำไมไป PK กับสาวจีนบ้าง คือพวกคุณไม่ต้องด่าว่าอะไรผมหรอก จริงๆ คุฯต้องดีใจไหมที่ได้เห็น กามิน ในวันนี้ กลับไปจุดเริ่มต้นว่าได้เห็นเขาเพราะใคร แล้วรู้ไหมว่ามีหลายคนที่ผมจะมีโอกาสพามาให้ได้เห็นก่อนกามินอีกนะ แต่ผมเลือกกามิน พวกคุณก็ต้องดีใจกับผม

คนจีนอีกหลายคนนั่นคือเพื่อนผมจริงๆ เป็นเพื่อนกันก่อนกามินอีกด้วย หรือว่าในโซนยุโรปพวกแร็ปเปอร์ ผมทำเพลงกับเขามาก่อน แต่ละคนผมจะให้เขาออกมาทำเวลาช่วงไหนเท่านั้นเอง เดือนนี้ผมอยากให้ใครได้ความรักจากเพื่อนๆ ตัวผมต้องแฟร์ เพราะ PK พวกเขาได้คนละเป็นร้อยล้าน แต่ผมไม่ได้อะไร แถมไม่ได้หลับไม่ได้นอนด้วย ไม่ได้อะไรในนั้นจริงๆ เลย ได้แต่มิตรภาพ นี่คือความสุขที่ผมได้กลับมา บางทีผมก็ไม่ได้แม้แต่ความจริงใจกลับมาด้วย

บางคนถามว่าทำไมผมชอบพูดแบบนี้ เหมือนทวงบุญคุณ ผมจะบอกว่าถ้าเป็นพวกคุณไม่มาทำแบบนี้หรอก เลิกงานก็ดึกแล้ว ต้องมานั่งเขียนสคริปต์ของแต่ละคนถึงเช้า แต่ผมทำด้วยความจริงใจ อยากให้ทุกคนเปิดใจและรับในสิ่งที่ผมทำด้วย”

คนชื่นชมว่าแม่เราดูแลกามินดีมาก
“ก็เป็นความน่ารักที่ต้องขอบคุณเขาด้วย เขาเป็นคนที่น่ารักมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราบอกคุณแม่ บอกพี่บ้านเราอยู่แล้ว ว่าเดี๋ยวเขาจะมา แล้วบ้านเราก็พร้อมจะต้อนรับเขาอยู่แล้ว ลูกชอบ แม่ก็ไปรับ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งเป็นแม่คนอื่นก็ทำอยู่แล้ว”

เรื่อง ‘มิ้นต์ ชาลิดา’ ตกลงเคยจีบจริงไหม
“ผมจะบอกว่าอย่าไปว่ามิ้นต์เลย ผมไปเห็นคอมเมนต์ยังรู้สึกแทนเลย จริงๆ ไม่มีอะไร มันเป็นเรื่องที่เกิดตั้งแต่เด็กแล้ว แล้วมันเป็นคำถามที่ไม่ได้อยู่ดีๆ แล้วเขาออกมาพูด มันเป็นคำถามที่เขาถูกถาม เขาก็เลยพูดแบบน่ารักๆ ตลกๆ ก็ได้คุยกับมิ้นต์ เพราะโตมาเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว บ้านเราก็อยู่ใกล้กัน เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียน เขาเพื่อนสนิทกับเพื่อนผมอีกทีด้วย เราก็ยังเจอกันบ้างพอโตขึ้นมา ผมก็เลยบอกว่าไม่ต้องไปเครียด ไม่ต้องอะไร จริงๆ มันเป็นเรื่องน่ารักๆ”

จำเรื่องราวได้ไหมมิ้นต์บอกเขาจำไม่ได้
“จำได้หมดครับ สภาพผมเดินไปถึงปุ๊บ แบบเริ่มเป็นหนุ่มแล้วเว้ย จะไปดูหนังกับสาว ไปถึงปั๊บ อ้าว…สวัสดีครับแม่ (หัวเราะ) แม่นั่งคั่นกลางครับ ผมจำได้หมด ผมนั่งฝั่งขวา เขานั่งฝั่งซ้าย คุณแม่ก็น่ารักครับ (ตอนนั้นคือตั้งใจจีบ?) จีบดิพี่ (หัวเราะ) ตอนเด็กเราเรียนที่เดียว

กัน เราก็รู้สึกว่าเออน่ารักดี ก็คือจีบแหละตอนเด็กๆ แต่ด้วยความที่เราทั้งคู่เด็กมาก คุณแม่เขาก็ดูแลลูกเขา เขาคงกลัวผม (หัวเราะ) ไม่หรอกๆ แซวเล่น เด็กๆ ไปมันก็ต้องมีผู้ใหญ่ครับ”

ยังไม่เคยใช้คำว่าแฟน
“ไม่มีเลยครับ (หัวเราะ) ถามว่าหายไปตอนไหน ก็หายไปช่วงนั้นแหละครับ เด็กๆ คุยกันแล้วพ่อแม่เขาหวงก็เป็นเรื่องปกติมาก ไปไหนพ่อแม่ก็ต้องไปด้วย ก็เป็นป๊อปปี้เลิฟตอนเด็ก น่ารักๆ ทั้งคู่ ไม่เซอร์ไพรส์ที่เป็นข่าวเลย ก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี อยากให้ทุกคนเข้าใจ แล้วผมเป็นคนปิดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เวลาใครถามอะไรผมก็พูดเต็มเหนี่ยวอยู่แล้ว ผ่านมา 17-18 ปีแล้วครับ เป็นเพื่อนที่ดีและน่ารักกันอยู่แล้ว ก็ขอให้เขามีความสุขในการใช้ชีวิต เราทักทายกัน เป็นเพื่อนกันปกติอยู่แล้ว”