หนุ่ม กรรชัย ฟาดใคร ‘หน้าชามข้าวหมา’ เผย พชร์ ติดต่อเล่นหนังในบท ‘ครูกะปิ’
เรียกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างแท้จริง สำหรับ พิธีกร ผู้ประกาศข่าวคนดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ล่าสุดได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า “โยงได้ทุกเรื่อง สร้างเรื่องโกหกได้ทุกอย่าง โดยไม่สนสี่สนแปด โคตรไร้ราคา โธ่..ไอ้หน้าชามข้าวหมา” จนชาวเน็ตต่างก็สงสัยว่าพูดถึงใคร จนล่าสุดเมื่อได้เจอหน้าเจ้าตัวในงานแถลงข่าว ‘ทรูออนไลน์ เน็ตบ้านไฟเบอร์อันดับ 1’ ที่ True Branding Shop สยามสแควร์ ซอย 2 ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ว่า
โดย หนุ่ม กรรชัย ได้เผยว่าช่วงนี้ทำงานหนักมาก “แทบจะไม่ได้พักเลย จ-ศ ต้องตื่นเช้าเตรียมงาน พอถ่ายรายการอะไรเสร็จ ก็กลับมาประชุมเพื่อหาเคสในวันต่อไป คือ ชีวิตเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว”

กับกรณีที่หลายคนยกให้เป็น ผู้ใหญ่บ้าน นั้น เจ้าตัวก็ยอมรับว่า “เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา”
“คือคำจำกัดความมันได้หลากหลาย เรื่องของชาวบ้านเราก็อยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือ หรืออาจจะมงอีกอย่างก็ได้ว่าเข้าไป ส. เขาหน่อย”
ยอมรับมีเครียดที่ต้องเข้าไปเป็นคนกลางในเรื่องของคนอื่น

“เรื่องการทำงานมันมีอุปสรรคเยอะ แน่นอนว่ามีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ถึงแม้ในวันนั้นๆ เราจะมีการนำเสนอใน 2 มุมก็แล้ว แต่อีกมุมหนึ่งถ้าเกิดเพลี่ยงพล้ำในเรื่องของสังคมที่เขามองว่าอีกฝ่ายหนึ่งพูดไม่ถูกไม่ควร ทำให้สังคมเขาจับพิรุธ หรือจับผิดได้ คนนั้นจะเสียประโยชน์ พอเสียระโยชน์ ก็จะมองว่า รายการทำให้เขาเป็นแบบนี้ เราก็เครียดเหมือนกันนะ ไม่รู้จะทำอย่างไรแต่เราก็ถือว่าได้ให้โอกาสได้พูดกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการโฟนอินเข้ามาหรือให้เข้ามาในรายการ”
“ตอนนี้ก็ยังไม่โปรหรอกครับ พอเราได้ปรึกษาจิตแพทย์ เขาก็บอกว่าต้องปล่อยไปบ้าง คุณหมอจิตแพทย์บางท่าน บอกว่าลักษณะอย่างผมก็เหมือนเป็นจิตแพทย์คนหนึ่งเหมือนกัน เพราะเราต้องรับฟังเรื่องของคนอื่นเข้ามาเยอะ การที่เราได้รับปากเรื่องของคนอื่นเข้ามาทุกวันมันก็จะมีที่เราเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาไว้ในจิตใต้สำนึกเราบ้าง”

กับการที่ต้องเข้าพบจิตแพทย์ กรรชัย ก็ว่ามีทั้งการโทรคุยและเข้าพบแบบส่วนตัว
“เป็นโทรคุย แต่ว่า 3-4 เดือนก็จะมีไปเจอทีนึง (จิตตก?) ไม่ใช่จิตตกแต่บางทีมันก็ทำให้เรานอนไม่หลับเหมือนมีเรื่องเหล่านี้วนอยู่ในหัว”
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวเน็ตเขาขุดภาพตอนเล่น หอแต๋วแตกฯ แล้วบอกว่าอย่ายุ่งกับตัวแม่ มีความรู้สึกโกรธบ้างหรือไม่ กรรชัย ก็ว่า

“บอกเลยว่ามันเป็นตราบาปของชีวิตจริงๆ น่ากลัวมากตอนนี้มีการเอาคลิปไปแชร์กันแล้ว”
ซึ่งล่าสุด พชร์ อานนท์ ก็ได้มาทาบทามเพื่อเล่นหนังเรื่องใหม่เรียบร้อยแล้ว
“มาแล้วแต่ไม่ได้ติดต่อให้ไปเล่นเรื่องนี้นะ แต่ให้เล่นเรื่องใหม่เรื่อง หมู่บ้านโค-กระโหลก บ้าไปแล้ว เขาส่งรูปมาให้เราดูแล้วก็บอกว่าพชร์ขออนุญาตนะ เพราะจะให้พี่หนุ่มเล่นเป็นแบบนี้ผมก็บอกว่าพี่พชร์ใจเย็นๆ เขาก็บอกพี่หนุ่มช่วยพชร์หน่อย ผมก็บอกว่าโอเคพี่พชร์ทำภาพไปก่อน แต่อย่าเพิ่งปล่อยที่ไหนนะ”

ยังไม่คอนเฟิร์ม? “ก็ยังๆ แต่ว่ากลัวอ่ะ เข็ดจากเรื่อง หอแต๋วแตก ขนาดตั้งกี่ปีแล้วเขายังขุดมาอย่างงี้ มันเป็นเรื่องที่ โอ้โห..สุดจริงๆ เนอะ อยากให้ดูจังเลยมันส่งรูปมา (เปิดรูปให้ดู) บอกเขาไปว่าอย่าเอาไปเผยแพร่นะ พี่ปวดหัวมากเลย คือ เขาไปทำภาพเอง เป็นครูกะปิ พชร์ อานนท์ ทำมาโดยที่ยังไม่มีการรับปากที่จะเล่นนะ เดี๋ยวนี้น่ากลัวมากเลย คิดจะเอาภาพมาทำอะไรก็ได้หรอ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงโพสต์ล่าสุด เรื่อง หน้าชามข้าวหมา ที่หลายคนสงสัยว่าพูดถึงใครหรือเปล่า เจ้าตัวก็บอกว่า
“ไม่มีอะไร คือ โพสต์ไปอย่างนั้นเอง คือไปรู้เรื่องบางเรื่องมา คือพี่ไม่ได้พูดเจาะจงชื่อว่าเป็นใคร แค่พูดลอยๆ ว่ามันจะมีคนที่ชอบโยงเรื่องไปในทางที่ผิด มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เราก็เลยพิมพ์ลอยๆ ขึ้นมา นึกจะพิมพ์ก็พิมพ์ ธรรมดาพี่เป็นคนไม่ค่อยพิมพ์อยู่แล้ว เป็นคนไม่ค่อยลงเฟซบุ๊ก ไม่ค่อยลงไอจี มันก็จะมีบางคนมากล่าวหา บางทีก็มาว่าเราจ้างอวตารไปว่าคนนั้นบ้าง ไปว่าคนนี้ ไปสร้างให้สังคมมันปั่นป่วน ซึ่งจริงๆ แล้วบอกเลยว่า ถ้าลองคิดดูดีๆ นะ วันนี้มีคนตามเฟซบุ๊กพี่ 3 ล้านกว่า กับพี่ต้องไปขอให้อวตารคนนึงที่มีคนตามหลักหมื่นคนอ่ะ พี่ลงเองไม่ดีกว่าหรอ ถูกไหม อวตารลงก็ไม่มีประเด็นอะไรเกิดขึ้นในสังคม แต่ว่าถ้าพี่ลงอ่ะ พี่ก็เชื่อว่าพี่ๆ น้องๆ สื่อเอาไปเล่นเป็นข่าว ซึ่งพี่ก็ไม่เคยลงนะ เพราะพี่รู้สึกว่าการที่เรามีฟอลโลเวอร์ติดตามเราเยอะๆ บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องเอาเฟซบุ๊กไปเป็นอาวุธในการไปทำร้ายใคร”
แต่โพสต์ทีพ่อก็เอาจุกเหมือนกันนะ?
“จริงๆ ถ้าพี่โพสต์ทุกวัน มันอาจจะเป็นความเคยชิน แต่พอนานๆ โพสต์ที หลายคนก็จะสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดจากตรงนี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าพี่โพสต์ทีแล้วจุกนะ เพราะแทบจะไม่ค่อยโพสต์เลย คือเรื่องมีเข้ามาให้พี่เห็นทุกวัน พอเราทำสื่อ มันเหมือนวันนี้มีคนที่รักและไม่รัก คนที่รักเขาก็จะเข้าใจติดตามเรา คนที่ไม่ชอบเขาจะติดตามในเชิงตำหนิ ติเตียนคอยว่า ถ้าเราคิดบวกว่า คนเหล่านี้เขาแค่ฝากความหวังไว้กับเรา พอเราทำไม่ได้เขาก็รู้สึกโกรธเรา เราก็จะโอเค อย่างน้อยคนฝากความหวังเอาไว้ เลยมองว่ามันอาจจะมีบ้างที่คนทำให้มันเป็นประเด็นขึ้นมา”

“สิ่งที่พี่ลง พี่ลงแบบลอยๆ ก็คือใครหน้าเหมือนชามข้าวหมาก็รับไป เอ้า..มันจะมีใครหน้าเหมือนชามข้าวหมาล่ะ”
แต่ตอนนี้อารมณ์ดีแล้วเนอะ?
“ก็อารมณดีทุกวันอยู่แล้ว พี่เป็นคนไม่ค่อยใส่ใจอะไรที่มันหนัก เมื่อก่อนเป็นคนไม่ได้เลย เวลามีเรื่องอะไร จะกังวลใจ เครียด เพราะอะไร เราไปทำอะไร แต่ปัจจุบันมันแกร่งขึ้น เหมือนได้รับวัคซีน พอมันถาโถมเข้ามา มันก็เฉยๆ คนที่จะด่าจะว่าก็มีส่วนหนึ่ง แต่ก็เชื่อว่าตัวพี่เองก็มีคนที่รักและพร้อมจะปกป้องพี่เหมือนกัน”

