อนันดา-ณิชชา หวานไม่พัก รอจังหวะชีวิตลงตัวค่อยคุยเรื่องมีลูก
เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่รับซัมเมอร์ สำหรับ แบรนด์ My only sunshine ของ ณัฐ ณิชชา ภรรยาสาวคนสวยของ อนัดดา เอเวอร์ริ่งแฮม ที่ล่าสุดได้มาคอลแปกับนางเอกสาวรุ่นพี่ แอน ทองประสม โดยได้เปิดตัวที่ ลานลิฟท์แก้ว เซ็นทรัลเวิล์ด โดยงานนี้ทั้งคู่ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องงาน และครอบครัวไว้ว่า
วันนี้มาเปิดคอลเคชั่นใหม่ คอลแลปกับพี่แอน ทองประสม?
ณิชชา : ค่ะ ก็รู้สึกดีใจมากๆ เลย ส่วนตัวณัฐชอบพี่แอมมากแล้วรู้สึกว่าพี่แอนเป็นผู้หญิงที่เก่ง เท่ แล้วจริงๆ ก็ตรงกับคาแรกเตอร์แบรนด์เรามากๆ มีโอกาสคุยกันสักพักแล้วว่าอยากทำงานร่วมกัน
อนันดา : เขาไปจีบตั้งแต่กองละครแล้ว ก็เอ๊ะ..ทำไมมากองบ่อยจัง ไม่ได้มาเยี่ยมผมหรอก มาจีบพี่แอน
เรามีได้ช่วยให้ความคิดเห็นอะไรคอลเลคชั่นนี้บ้าง?
อนันดา : ถ้าคอลเลคชั่นนี้ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น เพราะเขาทำกับพี่แอน แต่เราก็อยู่ตั้งแต่เขาก่อตั้งแบรนด์มา ช่วงโควิดก็เป็นช่วงที่เขากำลังหาแบรนด์ใหม่ที่จะทำ ก็ขับรถไปกันสองคนทั่วประเทศ แล้วเราไปทะเลกันบ่อย แบรนด์ที่เขาอยากทำก็เป็นพวกบีชแวร์ที่มันซัมเมอร์หน่อย ก็ช่วยคิดชื่อ เราฟังเพลงในรถกัน ก็เลยกลายเป็น My only sunshine ผมช่วยครีเอทชื่อครับ ที่เหลือเขาทำเอง
หวานกันทุกวัน หวานกันตลอด?
ณิชชา : หวานป่ะๆ (หันมายิ้มกับอนันดา)
อนันดา : ดูสิ มีกดดันด้วย (หัวเราะ) หวานค่ะ หวานจริงๆ (ยกไหว้ภรรยา) หวานสุดๆ เชื่อมๆ เลย (หัวเราะ) วันนี้หวานเพราะเห็นยอดขาย รอดแล้วกลับบ้านได้เแล้ว คือคอลเลคชั่นนี้เขาตั้งใจมาก เขาเป็นคนตั้งใจ คอนเซิร์นกับทุกรายละเอียด จนกลายเป็นกังวลกับทุกอย่าง เราก็เห็นเขาอัพดาวน์ๆ มาเป็นเดือนกับคอลเลคชั่นนี้
รังสีนั้นมันมาถึงเราบ้างไหม?
อนันดา : คือเขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์มาก ผมจะพูดตลอดว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมาก และเขาเป็นคนที่มีความจริงใจสูงสุดเท่าที่ผมเคยเจอแล้ว เขาเป็นคนที่รับความรู้สึกได้เร็วมาก บางทีอาจจะเร็วเกินไป จนบางทีเราก็ต้องเตือนเขาให้คัดกรองบ้างก็ได้ ระวังหน่อย เพราะบางทีแบบเขาดีใจก็ดีใจสุดๆ ตอนที่เขากังวลก็กังวลสุดๆ เราก็เลยต้องคอยบอกเขาให้รู้จักที่จะบาลานซ์หน่อย ก็เอาเป็นว่าเอนเนอร์จี้นี้แหละทำให้เขาประสบความสำเร็จ ก็ต้องแสดงความยินดีด้วยครับ

แล้วมีวิธีอื่นไหม นอกจากให้กำลังใจ หรือพาเขาไปไหน?
อนันดา : หนีครับ บางจังหวะเราก็ต้องปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว เราอยู่ตัวเล็กๆตรงนี้ดีกว่า ตอนไหนขายดีเราก็เทคเครดิตเลย เห็นไหมใครตั้งชื่อ ถ้าไม่มีชื่อนี้ขายแบบนี้ไม่ได้นะ
เขามีเหวี่ยงเราไหม?
อนันดา : ก็ไม่เชิงหรอกครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติของทุกคู่ ผมว่าข้อดีของคนที่จริงใจกับความรู้สึก มันไม่ได้ต้องมาเดาอะไร พอบางทีคนที่ไม่ตรงไปตรงมา เขาไม่บอกเราตรงๆเราก็ต้องมานั่งเดาอีก แต่อันนี้คือเรารู้เลย ถ้าไม่แฮปปี้เราก็คุยกันได้ ว่าเอ้ยเป็นอะไร กังวลอะไรหรือเปล่า
ณิชชา : แต่เขาจับเอนเนอร์จี้ได้เร็วมาก คือบางทีจริงๆที่เขาพูด ตอนที่ณัฐคุยโทรศัพท์กันแล้วหน้าณัฐแบบบางทีหงุดหงิดนิดนึง เขาก็รู้แล้ว จริงๆเราไม่ได้เหวี่ยงใส่เขาเลยนะ ช่วงนี้เราก็เลยต้องรู้จักให้ให้พื้นที่ส่วนตัวกันมากขึ้น
อนันดา : มันก็อาจจะเป้นเป็นฟีลเหมือนเขาแค่ต้องการให้สัมผัสกันบ้างเฉยๆ อาจจะมีแค่จับมือก็โอเค เข้าใจกัน
ณิชชา : แต่ไม่สังเกตหรอว่าณัฐทำงานและห่างจากที่รัก
อนันดา : สังเกตสิครับ ขอบคุณครับ
ณิชชา : ไม่อยากจะไปกระทบเขา ไม่อยากให้เขารับรู้ปัญหาของเรา
อนันดา : เพราะว่าเขาเป็นประเภทที่ทำงานทุกเวลาจริงๆ บางทีตี 1-2 ก็จะเห็นเขาลุกออกไปทำงาน
ตอนนี้พร้อมมีลูกไหม?
อนันดา : สะดุ้งเลยนะ มาอย่างไรคำถามนี้ เขาดีมีลูกเลยแบบนี้หรอ แบบเห้ย..ยอดถึงแล้วมีลูกเลย ใจเย็นๆ
ณัฐคิดอย่างไรเรื่องลูก?
ณิชชา : ตอนนี้ชีวิตณัฐยุ่งมาก เดี๋ยวว่ากัน เดี๋ยวหาจังหวะที่มันพอดี แล้วถ้าเกิดเราพร้อมแล้วจะแจ้งเขาแน่ๆ ถ้าพร้อมนะ
อนันดา : ถ้าเอาแบบตรงไปตรงมา ตอนที่คุยกันก่อนแต่งงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ได้ซีเรียส เราก็คุยกันว่าไม่มีก็ได้ แต่เราก็ยังยืนพื้นว่าเราจะแต่งงานกัน อยู่ด้วยกัน แต่พอแต่งงานมาเนี่ยก็ยอมรับว่ามันมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป อาจจะเป็นที่ตัวเราเอง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามีแรงกดดันมาเบาๆบ้าง แต่พอเอาไปคิดมันก็ไม่เคยแอนตี้ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะมี แต่พอคิดไปเรื่อยๆ ก็น่าสนใจ เนื่องจากเราทั้งคู่ก็เป็นเจ้าของบริษัททำธุรกิจของตัวเอง มันมีความรับผิดชอบเยอะ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันต้องพร้อมที่จะทุ่มทั้งชีวิตให้กับอีกชีวิตหนึ่ง ผมรู้สึกว่าต้องเคลียร์ก่อนว่า เมื่อไรเราพร้อมก็ค่อยมาเคลียร์กันอีกรอบหนึ่ง


