บุ๋ม ปนัดดา เผย ดารารุ่นใหญ่ ถูกมิจฯในคราบนักบุญหลอก จนกำลังจะไม่มีบ้านอยู่
เรื่องของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่เพียงแต่ประชาชนทั่วไป จะโดนหลอกเท่านั้น แต่บรรดาเหล่าคนบันเทิง ก็ถูกหลอกเช่นกัน
ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว พร้อมกับเรื่องไฟไหม้สวนปาล์ม
นาทีที่ทราบว่าสวนปาล์มไฟไหม้เสียหายหนัก?
“เข่าทรุดเลยค่ะ วันที่คุณสามีส่งคลิปมาว่าไฟไหม้ลามมาสวนปาล์มของเรา ซึ่งที่ตรงนั้นมีทั้งหมด 127 ไร่ แล้วไหม้ไป 50 ไร่ ไหม้จากไร่อ้อยข้างๆ เขาถางอ้อยของเขาแล้วก็เผา แม้ว่าเราจะทำแนวกันไฟแล้วแต่มันก็ยังลามมาที่สวนของเรา ความที่ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน เราก็เลยคิดว่าไม่ได้ตัดหญ้าเท่าไหร่ เพื่อให้หญ้ามันคลุมต้นปาล์มและจะได้สร้างความชุ่มชื้น แต่ที่ไหนได้หญ้ากับกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี บวกกับลมกระโชกก็เลยมาถึงสวนของเรา ตอนนี้เลยกลายเป็นว่านอกเหนือจากแนวกันไฟที่เราที่เราต้องทำเพิ่มก็คือขุดคลองเพิ่ม เพราะช่วงระหว่าง 50 ไร่ที่ไหม้ก่อนจะถึงอีก 50 ไร่ที่เหลือ มีคลองอยู่ตรงกลางพอดี อีกครึ่งหนึ่งก็เลยรอด
เราได้แต่แค้นไร่อ้อยข้างๆ ด้วยความเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมแพ้คน ตามนิสัยของตัวเองเราก็ไปตามหาตัวให้ได้ว่าใครเป็นคนทำต้องรับผิดชอบ จริงอยู่ว่าคุณมีสิทธิที่จะทำอะไรในไร่ของของตัวเองก็ตาม แต่ถ้ามันสร้างความเดือดร้อนกับไร่ข้างเคียงหรือว่าทรัพย์สินของคนอื่นก็ต้องรับผิดชอบ คุก 7 ปี ปรับอีกแสนกว่า แต่รู้ไหมว่าคุณสามีของดิฉันพูดว่ายังไง อย่างน้อยเราก็ยังมีที่ดินเหลือนะ เรียกไปเขาก็ชดใช้เราไม่ไหวหรอก กลายเป็นคุณสามีไม่เอาเรื่อง พ่อพระอะไรขนาดนี้ ถ้าใส่จีวรก็ใช่แล้วล่ะ แต่เหตุการณ์นี้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ลงไปเคลียร์เอง เพราะว่ามันเป็นทรัพย์สินของคุณสามีที่ซื้อเป็นมรดกให้น้องอเล็กซ์ เขาซื้อที่ดินผืนนี้ไว้นานแล้วก่อนที่จะเจอเราอีก ฉะนั้นเราก็ต้องยอมเขา แต่ถามว่าเจ็บใจมั้ยก็เจ็บใจ”
ประเมินความเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่?
“หลักล้านแน่นอน เพราะว่าเดือนหน้าเราจะแทงปาล์มอยู่แล้ว แต่เราเองก็ยังพอมีทุนในการสู้ แล้วถ้าเป็นเกษตรกรคนอื่น อันนั้นทรุดทั้งน้ำตาเลยนะ สิ่งที่เขาปลูกมา 8-9 ปี แล้วมันหายไปในพริบตาแบบนี้ ไฟไหม้เป็นอะไรที่ไม่เหลือจริงๆ แล้วเราเป็นคนไม่ชอบการโดนเผาอะไรอย่างนี้ ที่ผ่านมาเราก็ออกมารณรงค์เรื่องเผาป่าเผาโน่นเผานี่ พอต้องมาเจอเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเองอีกมันยิ่งกระฟัดกระเฟียด ตอนนี้ก็ประกาศตามหาเจ้าของไร่อ้อยข้างๆ อยู่นะคะ ขายเท่าไหร่ เราอยากที่จะซื้อต่อเลยเพื่อตัดปัญหาในอนาคตจะได้ไม่ไหม้สวนปาล์มเราอีก”
หลังจากนี้ต้องทำยังไงต่อไป?
“ต้องเริ่มต้นใหม่หมดเลย ซื้อต้นปาล์มใหม่ ขุดคลองยาว และปรับหน้าดินใหม่ ถามว่าตอนนี้ใจเย็นลงบ้างมั้ย ใจเย็นลง แต่ด้วยเหตุผลและความถูกต้องก็ยังต้องมีอยู่ ถ้าตามหาตัวได้อย่างน้อยก็อยากได้ยินแค่คำว่าขอโทษสักคำก็ยังดี เพราะยังไงคุณสามีก็ยืนยันว่าไม่เอาเรื่อง พ่อพระคือสามีของดิฉันเนี่ยยินดีให้อภัย แต่ดิฉันต้องการคำขอโทษค่ะ“
ตอนนี้ก็ยังคงเป็นที่พึ่งของคนในวงการบันเทิงอยู่เหมือนเดิม?
“ถ้าใช้ชีวิตปกติไม่โทรมาหรอก แต่เวลาที่มีเรื่องเดือดร้อนขึ้นมาก็จะนึกถึงเรา เราก็รู้สึกโอเคดีใจอย่างน้อยก็เป็นที่ปรึกษาให้ได้ บางคนโดนคอลเซ็นเตอร์หลอก บางคนโดนเฟซบุ๊กปลอมหลอกให้รัก บางคนก็โดนมิจฉาชีพที่มาในแง่ของงานบุญงานธรรมะ พอมาตีสนิทก็หลอกให้ลงทุนแล้วก็หายเป็นสิบๆ ล้าน วันนึงมีคนมาขอให้ช่วยเหลือเยอะมาก ทั้งเพื่อนดาราและประชาชนทั่วไป”
เคสดาราที่มาขอความช่วยเหลือแล้วหนักที่สุดตอนนี้คือเคสอะไร?
“จะเป็นเคสมิจฉาชีพที่มาในคราบของนักบุญ แล้วหลอกให้ลงทุน ตอนนี้กำลังจะไม่มีบ้านอยู่และกำลังจะไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต แล้วก็กินยาหาหมอเพราะเครียดมาก ถามว่าเป็นคนมีชื่อเสียงมั้ย พูดชื่อปุ๊บรู้จักกันทุกคน เป็นรุ่นเก่ารุ่นใหญ่ของวงการ เราเองก็พยายามเป็นกำลังใจให้เขาเก็บหลักฐานอย่างนี้ไว้นะ สู้อย่างนี้นะ คุยต่อรองแบบนี้นะ เพราะค่อนข้างจะพลาดท่าเสียทีไปเยอะ แล้วเป็นกรณีของเอกสารหลักฐานกฎหมายด้วยที่เขารู้และทำเป็นขบวนการค่ะ แล้วโจรในคราบนักบุญเนี่ยสังเกตยากมากเพราะว่ามันใช้ความสนิทสนมในการเข้าหา ส่วนใหญ่แล้วคนอายุเยอะมีตังค์เหลือเก็บจะเป็นเหยื่อของคนพวกนี้ อาศัยความเหงาความศรัทธาความเชื่อ อันนี้ก็จะโดนกันเยอะ
อีกเคสหนึ่งเป็นนักร้องโดนเฟซบุ๊กปลอมทักเข้ามาพูดคุย ใช้โปรไฟล์ปลอมแล้วหลอกให้หลงรัก โทรคุยวิดีโอคอลแต่ไม่เคยได้เห็นหน้าจริง สรุปไม่ใช่ผู้ชายจริงจะหลอกให้โอนเงิน เราก็เลยต้องเบรกให้หยุดก่อน แล้วไปค้นหาโปรไฟล์จริงให้ ว่าคนนี้ๆ เป็นข้าราชการอยู่ตรงนี้ แต่เขาไม่ได้มาเล่นอย่างนี้นะคะ เคสนี้ถือว่าโชคดีไปที่เรายังสกัดทัน”
ช่วงนี้หลายคนโดนแก๊งมิจฉาชีพกันเยอะ มีทริกจับสังเกตโจรไหม?
”มิจฉาชีพอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแอพพ์ธนาคาร จะเรียกติดต่อ หรือจะความโชคดีต่างๆ ไม่มีอะไรต้องให้เราโอนเงินไปก่อน ต่อให้เรากู้เงิน ถ้าแน่จริงโอนมาให้เราค่ะ ฉะนั้นอย่าโอนเงินไปก่อนเด็ดขาดไม่ว่าเขาจะอ้างอะไรก็ตาม แล้วคนพวกนี้ทำกันเป็นขบวนการ สร้างบรรยากาศให้เหมือนกับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงๆ เราก็ต้องตั้งสติและระวังให้ดี”

