หน้าแรก บันเทิง ทำงานแบบ &#82...

ทำงานแบบ ‘อิงฟ้า วราหะ’ กดดันแต่ตั้งใจ ให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

13.05.24 | 12:23 น.

ทำงานแบบ ‘อิงฟ้า วราหะ’ กดดันแต่ตั้งใจ ให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

อีกหนึ่งผลงานของ อิงฟ้า วราหะ ที่ถูกจับตามองไม่น้อย เมื่อต้องมารับบทโสเภณีสาวนามว่า ‘กุหลาบ‘ ในซีรีส์ บางกอกคณิกา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่องวัน31 เรียกว่าจัดเต็มยิ่งใหญ่ตั้งแต่เริ่มโปรโมตจนถึงฉากแรกของการเปิดตัวเลยทีเดียว โดยงานนี้อิงฟ้าก็บอกว่า สมการรอคอย เพราะออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอน ณ ตอนนี้ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่คนเรียกว่า แม่กุหลาบ แทนชื่อจริงและบรรดาฉายาที่เคยได้รับมาแล้ว

การแสดงซีรีส์แนวดราม่าชิ้นแรก แถมยังเป็นบทบาท โสเภณี ถึงแม้ว่าจะดูรุนแรง แต่กระนั้นอิงฟ้ากลับบอกว่า ทำให้เข้าใจในอาชีพ Sex Worker มากยิ่งขึ้น

“จากที่มันไกลตัวเรามากๆ พอเราลงไปดูพื้นที่จริงๆ หรือว่าเราทำความเข้าใจในหนัง ดูสารคดี ดูรายการที่เกี่ยวกับ Sex Worker มากขึ้น ทำให้เรารู้สึกเห็นใจในอาชีพนี้ แล้วความรู้สึกเรามันเปลี่ยนไปเลยเลยค่ะ มองเขาในมุมมองที่เราเห็นใจ และก็อยากให้อะไรหลายๆ อย่างมันเอื้อ คุ้มครองเขามากกว่านี้”

Advertisement

ก่อนที่เจ้าตัวจะเล่าถึงการได้ไปลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลมาใช้ในการแสดงว่า ก็ได้เจอทั้งคนที่เต็มใจและภูมิใจในอาชีพนี้ แต่อีกมุมก็มีคนที่ทำด้วยความจำเป็นเหตุยังมีลูกรออยู่ที่บ้าน
“วันนั้นกลับไปเราก็เลยตกผลึกได้ว่า มันเอามาใช้กับตัวละครได้ เพราะในเรื่อง บางกอกคณิกา มันมีโสเภณีที่เต็มใจ ทำด้วยความจำเป็น แล้วก็ภูมิใจที่ได้ทำอาชีพนี้”

นอกจากนี้ก็ยังมีการดูสารคดีต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทำให้ได้มองเห็นสังคมการทำงานในแบบที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้

“จริงๆ โสเภณีเขามีสังคมของเขาจริงๆ ที่คนทั่วไปไม่ได้ลงลึกเข้าไปรู้ว่าความช่วยเหลือของแต่ละคนเป็นยังไง โดนข่มเหง กดขี่ เรื่องอะไรบ้าง สิ่งที่น่าสงสารไปมากกว่านั้นก็คือ หนูได้ไปศึกษาว่าบางคนเขาเสียชีวิตจากการรับแขกก็มี โดนทารุณกรรม โดนใช้ความรุนแรง เรื่องของความปลอดภัย การโดนทำร้ายร่างกาย อะไรอย่างนี้ มันค่อนข้างที่จะเยอะอยู่พอสมควร”

เมื่อมองกลับมาที่ซีรีส์ บางกอกคณิกา อิงฟ้าก็ว่า “เป็นซีรีส์ที่เรียกว่าดาร์กเลยก็ว่าได้”
“เพราะว่ามันเป็นมุมมองของโสเภณีที่เราทำให้เห็นเลยว่าแขกมีหลากหลายประเภท มันมีทั้งดี วิตถาร แล้วในสมัยนั้นผู้หญิงถูกกดขี่อยู่แล้ว ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นโสเภณีด้วย ยิ่งถูกกดหนักเข้าไปใหญ่”

แม้ว่าจะเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่หนักหน่วงไม่น้อย แถมอิงฟ้าเองก็ยังถือว่ายังเป็นน้องใหม่ในวงการการแสดง แต่เจ้าตัวก็ว่า “ก็เป็นแนวพีเรียดที่หนูอยากเล่น คือเป็นคนชอบดูละครหรือซีรีส์ที่เป็นแนวย้อนยุคอยู่แล้วด้วย”
และ “เรื่องนี้ส่วนตัวว่าคุ้มที่จะให้ทุกคนดู”

“จริงๆ คิวถ่ายของเราเรียกได้ว่าค่อนข้างที่จะโหด แม้ว่าจะมีแค่ 8 ตอน แต่ก็ค่อนข้างใช้เวลาถ่ายทำค่อนข้างเยอะมาก เพราะว่าหนึ่งเรารอดูในเรื่องของโปรดักชั่นด้วย สถานที่ ชุด ทุกครั้งเวลาที่เราไป กองถ่ายเราต้องเผื่อเวลาในการแต่งหน้า ทำผม ก็เรียกได้ว่าหินอยู่พอสมควร”

กับความกดดันเพราะเป็นซีรีส์ที่หลายคนคาดหวัง อิงฟ้า ก็ว่าจะเป็นความกดดันที่เกิดจากที่ทั้งแฟนคลับและแฟนละครตั้งตารอชม “หลายๆ คนดูให้การตอบรับ ให้ความสนใจค่อนข้างมากมันก็เลยแอบ…มีฉากไหนที่ถ่ายแล้วเล่นไม่ดีหรือเปล่า อยากกลับไปดูไปเช็กใหม่ มีฉากไหนที่เล่นแล้วมันไม่ถึงไหม แต่จริงๆ ก็ทำเต็มที่ทุกๆ ฉาก ค่อนข้างที่จะมั่นใจ” และก็เต็มที่ขนาดที่พกเอาคาแร็กเตอร์ กุหลาบ กลับบ้านด้วยจนคนรอบข้างรู้สึกได้

“เหมือนเราติดคำพูดนี้ในละครมันใช้บ่อยเอามาใช้ในชีวิตจริง มันเป็นคนที่ ‘ช่างมัน’ บางเหตุการณ์ที่ต้องไปต่อข้างหน้าและต้องเป็นคนที่เชียร์อัพเพื่อนๆ ตลอดไม่งั้นจม ทุกอย่างมันจะดิ่งมันจะดาวน์ ชีวิตจริงพอมีคนมาบอกมีดราม่านี้นะ ถ้าเป็นเราเมื่อก่อนเอามาดูดิไหนใครว่าอะไรอีก แต่พอเป็นตอนนี้เหมือนแบบช่างมันไม่ดู”

“ก็เชื่อว่าคนที่ดูบางกอกคณิกา น่าจะได้ข้อคิดอะไรจากตัวละครแต่ละคนไปด้วย เพราะอย่างหนูคือได้เต็มๆ เลย เรารู้สึกว่ารักแม่กุหลาบค่อนข้างมาก จริงๆ อิงฟ้าก็มีความเป็นกุหลาบเหมือนกัน แต่แค่ไม่เคยเอาออกมาใช้เลย เมื่อก่อนเป็นอิงฟ้าที่ไม่ค่อยพูดแต่ดันเก็บมาคิดด้วย แต่พอเป็นกุหลาบก็ไม่ค่อยพูดแต่แค่ช่างมันเถอะไม่สนใจ มันก็เลยทำให้เราบางทีใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เหนื่อยน้อยลง”

อิงฟ้ามองว่าก้าวแรกของการเป็นนักแสดง ก็จะมีความกดดันนิดนึงตรงที่ ทำดีของเรากับทำดีของคนอื่นอาจจะไม่เท่ากัน “สำหรับเราอาจจะรู้สึกว่าเต็มที่สุดๆแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าออกไป ความคาดหวังของแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน ก็เดาใจไม่ถูกเหมือนกัน เพราะมันต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบที่ฟีดแบ๊กกลับมาอย่างแน่นอน”
“แต่ถ้าเป็นการติชมที่เราสามารถนำไปพัฒนาต่อไปได้เราก็ยินดีที่จะรับฟัง”

ตั้งแต่วันที่มงลง จนวันนี้เรียกว่าระยะเวลาที่ผ่านมาถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถของ อิงฟ้า ที่ได้ทำงานอย่างหลากหลาย จนถูกมองว่าอิงฟ้าทำได้ทุกอย่าง ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็ว่า “ทำได้” แต่เป็นทำได้แบบ “สาหัส”
“บางทีมันก็กดดัน เพราะมันต้องทำได้ ในระยะเวลาที่จำกัด มันจะมีความกดดันเล็กๆ กลัวว่าจะทำไม่ได้ สุดท้ายเราก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าเรา ต้องทำให้ได้ สุดท้ายมันก็ผ่านไปได้”

“เราก็บอกตัวเองว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เชียร์อัพตัวเอง ไม่อยากมองโลกในแง่ลบ ไม่งั้นเราจะดิ่ง ทุกวันนี้เราเหนื่อยจากการทำงาน เราตั้งใจทำงานในหลายๆ อัน”

เรียกว่าทำงานจนแทบไม่มีเวลาพัก เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีงานเข้ามาแม้ว่าจะเป็นวันหยุดแต่เธอก็เลือกที่จะรับงานไว้ก่อน แบบ ‘น้ำขึ้นให้รีบตัก’ ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ตรงนี้ได้นานแค่ไหน
“มีขึ้นแล้วมันก็มีลงตามวัฏจักร ซึ่งเราก็เห็นมาตลอด ไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้เรตค่าตัวนี้หรือเปล่า พยายามคว้าเท่าที่จะทำได้”

“แต่เวลาหนูทำงาน หนูตั้งใจทำจริงๆ ไม่เคยทำแบบส่งๆ ทำทุกอย่างให้ลูกค้าภูมิใจ การพูดปากต่อปาก เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีงานเยอะขึ้น ส่วนมากหนูจะได้งานปากต่อปากเยอะ และส่วนนึงก็มาจาก แฟนคลับที่คอยผลักดันงานเราให้อยู่ในสื่อตลอด เขาช่วยทำการตลาดให้เรา”

หากใครจะมองว่าตอนนี้ยังไม่มีใครมาแทนอิงฟ้าได้ เจ้าตัวก็ยิ้มเบาๆ ก่อนจะตอบว่า
“ไม่หรอก แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งมองในแง่ดี เรายังครองใจ ใครหลายๆ คนได้ แต่ในอีกแง่นึง เราก็มีความกดดันเล็กๆ ทำอะไรก็เป็นดราม่าได้ง่าย ยิ่งสูงยิ่งหนาว ถ้าภูมิคุ้มกันไม่แกร่งจริงๆ มันก็ทำให้เอ็นเนอร์จี้ในการทำงานลดน้อยลง”

ส่วนเรื่องของความรัก อิงฟ้า บอกว่าก็อยากอยู่ในโหมดคลั่งรักบ้าง แต่กระนั้น ณ วันนี้อยากจะทำงานเพื่อให้มีเงินมากพอ ไม่ต้องผ่อนบ้าน หรือทรัพย์สินต่างๆ เสียก่อน

“วันหนึ่งถ้ามีแฟน หนูคงเปิดและคิดว่าแฟนคลับที่รักเราจริงๆ จะเข้าใจ เพราะว่าทุกวันนี้มีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งเขารู้ว่าเราทำงานเหนื่อย อยากให้มีคนดูแล แล้วพี่ฟ้าก็จะ 30 แล้ว อยากเห็นเราในโหมดคลั่งรักบ้าง”

“สำหรับตัวหนูไม่ได้กลัวที่จะมีแฟน แต่เรากลัวว่าถ้าเราเปิดไปแล้ว แล้ววันนี้มันไม่ใช่มากกว่า ยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามว่าทำไมถึงเลิกกับคนนี้ อยากให้มันเป็นเรื่องปลายๆ ของเรา ตอนนี้อยากให้คนถามเรื่องงานมากกว่า”

เมื่อถามว่าเคยเห็นภาพตัวเองมีแฟนไหม อิงฟ้าก็ตอบทันทีว่า “เห็น” พร้อมยอมรับว่าตัวจริงก็เป็นคนคลั่งรักพอสมควร เพราะแม้ว่าตอนนี้จะได้รับความรักจากแฟนคลับ จากครอบครัว แต่มันก็ทดแทนความรักในรูปแบบของคนรักไม่ได้

ถ้าจะมีคนเข้ามา “เขาก็ต้องรับให้ได้ กับสิ่งที่เขาต้องเจอ หรือว่าต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าอยู่ตรงนี้ เราเองก็คงต้องให้กำลังใจเขาเยอะๆ เขาต้องรับมือ และมีภูมิคุ้มกันให้ได้ แล้วเขาเองก็ต้องรู้ด้วยว่า ในการปฏิบัติตัวอยู่ตรงนี้ต้องเป็นอย่างไร ต้องเป็นผู้ใหญ่ระดับหนึ่ง”

“คนที่จะมาเป็นแฟนหนูเขาต้องรับให้ได้ กับการที่เราทำงานด้วย เขาอาจจะซัพพอร์ตเราด้วยการให้กำลังใจให้เรา ส่งความรักให้กันก็โอเคแล้ว”

“สำหรับเรา ยังรู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว อยากสบายและอยากรวยด้วยตัวเองอยู่ดี”