‘บิ๊ก ทองภูมิ’ แถลงขอโทษผู้จัดปมเทกองละครยอมชดใช้ค่าเสียหาย 7 หลัก
จากกรณีที่นักแสดงหนุ่ม ‘บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์’ ได้เทกองถ่ายละคร ‘วิญญาณแพศยา’ ของบริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด สร้างความเสียหายให้กับกองละครจำนวนหลายล้านบาท จนผู้จัดละคร ‘บอย พีรพล จันทรากาศ’ ถึงกับต้องฟ้องร้องค่าเสียหายกับนักแสดงหนุ่ม ซึ่งสุดท้ายคดีความก็ได้จบลงด้วยการตกลงยอมความกันของทั้งสองฝ่าย
ล่าสุดหนุ่มบิ๊ก ก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีดังกล่าว พร้อมกับผู้จัดละคร และทนายความของทั้งสองฝ่าย ที่ ร้านอาหาร Goodboy Riverview ท่าอิฐ จ.นนทบุรี
หลังจากที่มีเรื่องกรณีที่มีเรื่องข่าวออกมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นเรื่องของการที่ผมเทกองละคร ซึ่งเราก็รอเวลาที่จะออกมาพูดอะไร จริง ๆ แล้ว ผมจะเล่าที่มาที่ไปเรื่องหนึ่ง ก็มีผู้ใหญ่มอบหมายให้ไปทำงาน คราวนี้เสร็จปุ๊บ ถึงเวลามันก็เป็นคำสั่งไม่ใช่มันก็เป็นคำสั่งไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจของผมนะ ก็บอกว่าจะไปเคลียร์ทุกอย่างให้จบ เสร็จคราวนี้พอเคลียร์หรืออะไรไปแล้ว เราก็มารู้อีกทีว่ามีคดีเรื่องการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น คราวนี้เราก็รอเวลาว่าผู้ใหญ่เนี่ยจะจัดการหรืออะไรยังไง เมื่อรอเวลาจนถึงทุกวันนี้นะ คราวนี้มันถึงเวลาแล้ว ตอนนี้มันได้รับการกระทบกระเทือนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพี่บอย ฝ่ายทนายฝั่งนู้น เราก็เลยรู้สึกว่าถึงเวลาที่เราจะหาทางออกที่สงบ สันติ และทุกคนได้ใช้ชีวิตกันอย่างปกติ แล้วทุกคนก็ได้รับความเป็นธรรม ผมก็เลยอยากที่จะออกมาเพื่อที่จะ เหมือนจบทุกอย่าง เพื่อที่จะทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้ นะในทุกส่วนซึ่งตัวผมก็มีความยินดีมากๆ แล้วก็วันนี้ดีใจมากๆ เลยนะ ได้มาเจอพี่ๆ ทุกคน เพราะว่า หนึ่งเลยผมกับพี่บอยหรือกับทีมงานพี่อ้อ และกับทุกคนเราทำงานกันมา ผมก็กล้าสาบานนะถ้าฟ้าผ่าได้ก็ฟ้าผ่าเอา (หัวเราะ) ทีมงานเป็นทีมที่น่ารักนะครับ ในกองเขาไม่มีด่า แล้วก็ส่งบทส่งอะไรตรงเป๊ะ ๆ เพราะฉะนั้นเป็นทีมที่น่ารัก พี่เป็ด (ผู้กำกับ) ใจดีมาก เคยทำงานกันมาเป็น 10 ปีแล้ว เหมือนที่เราเคยบอกกัน ว่าทำตามคำสั่งทุกอย่าง มันไม่ใช่การตัดสินใจของผม

ซึ่งต่อไปนี้ ผมจะขอพูดว่าเนื่องจากการที่กระผมมีเนื่องจากการที่กระผมมีเหตุพิพาท กรณีการถ่ายทำละครเรื่อง “วิญญาณแพศยา” กับ บริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดละคร เรื่อง “วิญญาณแพศยา” นั้น
กระผมขอกราบขอโทษ คุณบอย พีรพล, คุณอ้อ กนกวรรณ และบริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดด้วยความจริงใจ เนื่องด้วยการกระทำและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของกระผมในขณะนั้น เป็นเหตุให้การถ่ายทำละครต้องล่าช้า และทำให้บริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดได้รับความเสียหาย รวมทั้งผู้ร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นดารานักแสดง ทีมงาน ต้องได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของกระผมในครั้งนั้น
กระผม จึงขอกราบขอโทษคุณบอย พีรพล, คุณอ้อ กนกวรรณ, บริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, ดารานักแสดง และ ทีมงานทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ และหวังว่า คุณบอย พีรพล, คุณอ้อ กนกวรรณ, บริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, ดารานักแสดง และ ทีมงานที่เกี่ยวข้อง จะให้อภัยและให้โอกาสแก่กระผมในการทำงานเพื่อนำเงินที่ได้ มาชดใช้ความเสียหายให้แก่บริษัท และกระผมขอขอบพระคุณ คุณบอย พีรพล, คุณอ้อ กนกวรรณ และบริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ให้โอกาสแก่กระผม ในการที่จะเปิดโอกาสทำงานร่วมกันอีกรวมทั้งช่วยหางานให้แก่กระผมด้วย

ถามคุณบอย เรื่องราวที่เกิดขึ้นพอมาถึงตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
บอย: พี่ก็มองว่าน้องเขาก็ได้รับบทเรียน หรือว่าจากในสิ่งที่เขาทำเขาก็น่าจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วก็รับผิดชอบงานมากขึ้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ซึ่งมันก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เขาพัฒนาตนเองต่อไปได้ด้วย
มีการชดใช้อะไรยังไงบ้าง?
ทนายความฝั่งบอย: ขออนุญาตตอบแทนคุณบอย ก็คือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดสัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดามากนะครับ ที่เกิดขึ้นทั่วไป ในส่วนของคดีนี้ก็จบลงด้วยการตกลงยอมความกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งในส่วนบิ๊กก็ได้ยอมรับอย่างที่แถลงข่าวไปเมื่อกี้แล้วว่าจะต้อง ขอโทษแล้วก็ยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น ในการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงนั้น ทำให้บริษัทเสียหายนะครับ ซึ่งในข้อตกลงนะครับข้อตกลงตรงนี้ ก็มีทั้งในส่วนที่คุณบิ๊กตกลงเยียวยาชดใช้ให้กับทางกองถ่าย ซึ่งรายละเอียดจะเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ต้องขออนุญาตนะครับ คงไม่สามารถให้รายละอียดตัวสัญญายอมได้
ชดใช้ยอมความจะเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทนายความฝั่งบอย: เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในเมื่อตอนนี้คุณบิ๊กได้เข้าใจแล้วและได้ขอโทษแล้ว ว่าสิ่งที่ทำมันผิดพลาดไป แล้วก็ทางบริษัทเอง พี่บอยกับพี่อ้อ ก็ให้โอกาสคุณบิ๊ก รวมทั้งอาจจะกลับมาร่วมงานการแสดงกันอีกก็ได้ หรือว่าเป็นการลักษณะว่า อาจจะมีงานทางไหน ไม่ว่างานจะเป็นรูปแบบอะไร ซึ่งทางบริษัทก็ยินดีที่จะหาช่วยคุณบิ๊กตรงนี้ เพื่อที่จะให้คุณบิ๊กเองสามารถตั้งหลักได้นะครับตั้งหลักได้ ในส่วนของการชดใช้เยียวยาก็ทยอยใช้ไป โดยเราก็มีกำหนดเวลาให้อยู่ แต่บริษัทคงไม่ใจไม้ไส้ระกำ เพราะว่าถ้าคุณบิ๊กสามารถทำได้ในอย่างที่รับปากไว้ ทุกอย่างก็คงจะคลี่คลายกันได้ด้วยดี เพราะว่าวันนี้ถือว่า ในเมื่อทั้งสองฝ่ายก็ตกลง กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิมแล้ว ก็อยากจะให้ บรรยากาศแบบนี้ดีต่อๆ ไปครับ
มีกำหนดระยะเวลาไหมว่าจำนวนกี่หลัก หรือภายในระยะเวลากี่ปี?
ทนายความฝั่งบอย: ขออนุญาตบอกตรงๆ หรือว่าบอกคร่าว ๆ เลยนะครับ 7 หลักครับ เพราะว่าทางกองถ่ายก็เสียหายพอสมควร ก็เป็นตัวเลข 7 หลักซึ่งบริษัทก็พอใจ เพราะว่าเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจริงอย่างที่ทราบ ละคร ‘วิญญาณแพศยา’ เป็นละครพีเรียด ฉากแต่ละฉาก มันค่อนข้าง มีต้นทุนและค่าใช้จ่าย ค่อนข้างสูง การที่คุณบิ๊กไม่ได้มาถ่ายแล้วก็ถ่ายไปแล้วและก็เสียหายไปก็เป็นเงินร่วมหลายล้าน ซึ่งคุณบิ๊กก็ยอมรับในตรงนั้นซึ่งบริษัทก็ถือว่า 1.เหมือนยอมรับผิด และ 2.ยินยอมที่จะชดใข้ให้ให้ เลยจบลงได้ด้วยดีเลยยอมความกันได้แต่ก็ไม่ได้เร่งรัดว่าจะต้องจะต้องรีบหาเงินมาใช้ ให้โอกาสให้เวลาในการทยอยใช้

กระบวนการทางกฎหมายมีการเจรจามากน้อยขนาดไหนในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา?
ทนายความฝั่งบอย: เราฟ้องปลายปี 2565 และก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล นัดแรกประมาณต้นปี 2566 แต่เนื่องจากว่าทางศาล เองก็เห็นว่าคดีในลักษณะแบบนี้ สมควรที่ทางสองฝ่ายจะได้มีการพูดคุยกัน เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกันก่อน ซึ่งศาลก็เป็นคนกลางมีท่านผู้ประนีประนอมมาเป็นคนกลางให้ แล้วก็มีการดำเนินการไป 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นด้วยเงื่อนไขของเวลาหรืออะไรต่างๆ เพราะว่าอย่างข้อมูลที่ได้ทราบจากคุณบิ๊ก ว่าสาเหตุที่เกิดเหตุมันก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณบิ๊ก พอคุณบิ๊กไม่มาถ่ายตามสัญญาก็เกิดความเสียหายกับกองถ่าย และมีอีกหลายชีวิตอยู่ในกอง รวมทั้งดาราคนอื่นๆด้วย จะต้องมารื้อฟื้นคิวกันใหม่ เพราะฉะนั้นการเจรจาตอนนั้นก็เลยไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ แต่คดีที่มันข้ามมาปี 2567 เนื่องด้วยเป็นกระบวนการทางศาล ที่จะนัดพิจารณาสืบพยานกัน ซึ่งก็ใช้เวลามากพอสมควรกว่าที่จะนัดเวลากันได้ เมื่อถึงวันที่จะสืบพยานจริง ๆ แล้วพอดี คุณบิ๊กเองก็ได้แสดงความจริงใจ ได้ขอโทษและตกลงที่จะยินยอมชดใช้ ให้ทางกองถ่ายก็เลยเป็นที่มา วันนี้ก็ตกลงและยอมกันด้วยดี ก็พอใจกับทั้งสองฝ่าย
เท่ากับไกล่เกลี่ยศาลอีกครั้ง?
ทนายฝั่งบิ๊ก: เรื่องการเจรจาผมขอชี้แจง จริง ๆ แล้ว ตั้งแต่คุณบิ๊กไปทำงาน ทางผู้ใหญ่เขาบอกว่ามันเป็นการเบียดเวลาระหว่างผู้ใหญ่กับทางบิ๊กที่จะต้องมาถ่าย ผู้ใหญ่ก็ยื่นคำขาดทางคุณบิ๊กว่า อันนี้ไม่ต้องไปถ่ายแล้ว เดี๋ยวผู้ใหญ่ไปเคลียร์เอง ซึ่งทางคุณบิ๊กก็ไม่ทราบ ซึ่งมาทราบอีกทีก็ตอนที่โดนฟ้องแล้ว พอโดนฟ้องแล้วเราก็พยายามเจรจากันมาตลอด ผู้ใหญ่ก็รับปากว่าเรื่องความเสียหายเดี๋ยวจะจัดการให้ จนมาถึง ศาลนัดสืบพยาน ซึ่งเราก็คุยกันมาตลอดว่าเรื่องนี้ ทางผู้ใหญ่คงได้ดูแลตามที่รับปาก ซึ่งทางคุณบิ๊กเองก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้บิ๊กจัดการเอง ซึ่งตรงนี้ต้องขอขอบคุณทางผู้จัดเองที่ลดความเสียหายบางส่วนที่ฟ้องไป ลดลงมาเหลือยอดเงินส่วนหนึ่งที่ทางคุณบิ๊กรับได้ และการเจรจากัน ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่ที่เอาไปใช้งานเขาไม่เข้าไปยุ่งแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ทางคุณบิ๊กจะต้องหาเงินมาจ่ายเอง
พอบอกได้ไหมว่าผู้ใหญ่ที่ว่านี้คือใคร?
ทนายฝั่งบิ๊ก: เราขอไม่ก้าวล่วงดีกว่าครับ เดี๋ยวจะมีกาแตกลูกแตกหลานไป (หัวเราะ)
ถามคุณบอย คุยกับบิ๊กอย่างไนในเรื่องนี้?
บอย: น้องเขาก็สำนึกผิด แล้วขอโทษและยอมรับในสิ่งที่เขาทำฉะนั้นเราก็ต้องให้โอกาส เพื่อเขาต้องดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนกัน
บิ๊ก: ผมไปเจอเขาก่อนที่จะเป็นเรื่อง ผมไปหาพี่อ้อตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมก็ขอโทษไปบอก แล้วก็เล่าเรื่อง และบอกมาตลอด คราวนี้เขาก็ว่าทางออกมันคือ เขาเข้าใจเรานะ เขาบอกว่า บิ๊กเนี่ย พี่ก็เป็นอย่างนี้ หาทางแก้ปัญหา สุดท้ายผมว่ามันไม่มีอะไร ทุกคนถึงเวลาเราก็หาทางออก เพราะผมว่าเราไม่ได้เกลียดกัน ไม่ได้มีอะไร ถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกให้ได้

มันเริ่มมาจากเรื่องของการแบ่งเวลา?
บิ๊ก: แบบที่พี่เขาบอก (ทนายความฝั่งบิ๊ก) อย่างที่ผมบอกว่าผมก็ไปตามใบงานเลย ถึงเวลาเราก็ทำตามนั้นเป๊ะๆ แต่ว่า มันมีเรื่องแบบนี้ที่เราไม่คาดฝัน ทางฝั่งคุณบอยเขาก็ไม่ทราบนะว่ามันมีเรื่องนี้เขาก็เลยยังไม่เข้าใจแต่ว่า คล้ายว่าเราอยู่อย่างนี้เราก็รู้ฝั่งนู้น เราก็รู้ฝั่งนี้ ผมก็เลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจบ ผมจัดการเอง บอกทนายความจัดการเคลียร์ สงบ สันติภาพ จบเลย
ตอนที่บิ๊กแถลงมีท่อนช่วงท้ายของเรื่องการทำร่วมกัน ที่ให้ช่วยหางาน หมายความว่าอย่างไร?
บิ๊ก : เดี๋ยวพี่เขาก็ช่วยเรา พอเขารู้เรื่อง ทุกคนจิตใจเขาก็ดีหมดนั่นแหละ
บอย: หมายถึงว่าน้องเขารับรู้แล้วแหละว่าสิ่งที่เขาทำมันจะเกิดผลอะไรขึ้นมา ฉะนั้นโอกาสหน้าเขามีโอกาสแก้ตัวเราก็ให้โอกาสเขาเช่นเดียวกันประมาณนี้ (คือยังร่วมงานกันได้?) ได้ (หัวเราะ)
ทนายความบอย: ก็นี่แหละข้อดีของการยอมความก็คือทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้นะครับ ยินยอมพร้อมใจกัน ถูกต้องแล้วครับ
พอมีการไกล่เกลี่ยกันเสร็จเรียบร้อยมีการคุยอะไรกันไหม?
บิ๊ก: เพิ่งคุยล่าสุด จุ๊บแก้มกันตรงนี้ (ยิ้ม) คือตอนอยู่กองผมตำส้มตำใช่ไหม พี่บอยยังมาถ่ายรูปเราตำส้มตำใช่ไหมล่ะ (หันไปหาบอย) คือมันไม่ได้มีเรื่องอะไร อย่างที่ผมบอก คือมันไม่ใช่เรื่องอะไรเลย จริงๆ มันไม่ได้มีเรื่องเลย แต่อย่างที่บอกบางอย่างมันเป็นเรื่องถึงเวลา สถานการณ์อุบัติเหตุชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็เดินมาถึงอย่างนี้โดยไม่มีใครคาดคิด ถามว่าเจตนาเรามันไม่ใช่ เพราะถ้างั้นสมมุติเราไม่ดีจริงๆ เราก็ทำอย่างงี้ เราก็ทำมาตั้งนานแล้วสิ เราเป็นดารามาตั้งนาน ก็คืออย่างที่พี่เขาอธิบายเรื่องราว ว่าเป็นอย่างนี้ มันก็เลยเป็นเรื่องราว

นอกจากชดใช้เงินแล้วมีอะไรอีกไหม?
บิ๊ก: มีการรักกันสองคน (หัวเราะ) ไม่มีๆๆๆ
บอย: บิ๊กเขาจะมาช่วยร้องเพลงที่ร้าน
บิ๊ก: ไกลเหมือนกันนะท่าอิฐ เดี๋ยวก็มาร้านเขา เพราะเขาบรรยากาศดี ก็ฝากไว้ด้วยนะ กู๊ดบอย คาเฟ่ ในท่าอิฐ (หัวเราะ)
บอยมีอะไรอยากคุยกับพี่บิ๊กเพิ่มเติมไหม?
บอย: ก็ไม่มี หมายถึงก็คุยกันมาบ้างแล้ว (บ้างแล้ว คือยังไง?) ก็อย่างที่บอกน้องเขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจผิดพลาดมันเกิดผลอะไร สำหรับตัวเขาและคนอื่นๆฉะนั้นมันจะเป็นประสบการณ์ ในชีวิตกับการทำงานของเขา ต่อไปเขาอาจจะต้องไม่ผิดพลาดแบบนี้อีก และทุกคนก็ให้โอกาสเขาได้ เพราะคนเรามันต้องการโอกาส ต้องการการแก้ตัวอะไรประมาณนี้
แล้วบิ๊กพอเกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เราทำอย่างไรต่อไปในการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผิดพลาดแบบนี้อีก?
บิ๊ก: ถึงเวลาเราก็ทำตามหน้าที่ของเรา สำหรับผมนะ ทุกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุอย่างหนึ่ง เหมือนรถชน มันไม่มีใครอยากให้เกิด แต่โดยส่วนตัวของผมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ หากเราแก้ปัญหาได้เพื่อความสงบสุขด้วยความยินดี ยื่นมือไปซะ ยอมลงเพื่อทุกอย่างจะได้จบ จะได้ไม่มีปัญหา

