คติจาก’คู่รักดารา’ ทุกวันแห่งความรัก คือการปรับตัว

14.02.17 | 12:08 น.

สำหรับหลายคนอาจมองว่า “ทุกวันเป็นวันแห่งความรัก” เลยไม่ได้ให้ความสำคัญนักกับ 14 กุมภา วันวาเลนไทน์ เช่นเดียวกับพวกของขวัญแทนใจ ทั้งกุหลาบ ช็อกโกแลต ตุ๊กตา ฯลฯ ก็อาจไม่ได้มีความหมายเท่ากับคน 2 คนพยายามช่วยกันประคับประคองความรัก

ดังนั้น นอกจากวาเลนไทน์นี้ “คู่รักดารา” จะไปฉลองที่ไหน หรือหาของขวัญอะไรให้แก่กัน เคล็ดลับการครองรักให้อยู่ยงยาวนานก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

“เราใช้หลักในการเรียนรู้” จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม เล่าให้ฟังถึงความรักกับ จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว ที่ไม่เพียงความคิดจะแตกต่าง อายุยังห่างกัน 16 ปี เลยหนีไม่พ้นปัญหาช่องว่างระหว่างวัย

โดยหลังปรับตัวตลอด 1 ปีที่คบหาก็เข้าใจกันมากขึ้นในเรื่องของเวลา ซึ่งแม้จะยุ่งแต่ยังหาทางมาเจอกันจนได้

“มันคือการเรียกร้องของหัวใจ” จ๊ะจ๋าว่ายิ้มๆ

Advertisement

หด

“ถ้าเที่ยงคืนจ๋ายังไม่ถึงบ้าน เขาจะมาหา เพราะอัดรายการจ๋าจะไม่รับโทรศัพท์แล้วเขาจะติดต่อไม่ได้ ทุกตีหนึ่งที่อัดรายการเขาจะขับรถมาหาที่สตูดิโอที่ปทุมธานี อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะเสร็จประมาณตีสาม แล้วเขาจะขับรถตามไปส่งที่บ้าน”

“เราก็บอกว่าไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ แต่เขาบอกว่าเขาอยากทำ ทำแล้วเขาสบายใจ เขาเข้าใจ เพราะเวลาที่เขาเหนื่อย เขาก็อยากมีกำลังใจ ฉะนั้นเขาเลยมาเป็นกำลังใจให้เรา”

ฟังแล้วอย่าเพิ่งอมยิ้ม ด้วยเธอบอก “เรื่องที่ไม่เข้าใจก็มีนะ”

“อย่างเรื่องการกินข้าวด้วยกัน คือจ๋าเป็นคนกินเร็วไง คิดเร็ว ทำอะไรเร็วๆ แต่ว่าพี่จิ๊บเป็นคนที่ช้าๆ จ๋ากินหมดแล้วพี่จิ๊บยังเคี้ยวไม่ละเอียดเลย เขาก็บ่นเรา ว่าถ้ากินอย่างนี้ต่อไปจะเจอปัญหา ลำไส้ กระเพาะ การย่อยนะ สุขภาพจะไม่ดี ควรจะเคี้ยวให้ครบร้อยครั้ง แต่จ๋าเคี้ยว 15 ที ขอกลืนก่อนแล้วกัน”

และเพื่อป้องกันการทะเลาะ ทั้งคู่จึงตกลงกันว่า เมื่อไปทานข้าวจะให้ฝ่ายชายสั่งก่อน จากนั้นเมื่อหมดไปครึ่งหนึ่ง สาวเจ้าถึงเริ่มทานเพื่อจะทานเสร็จพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ จ๊ะจ๋ายังบอก “เรื่องความรักมันอยู่ที่ใจของเราเป็นเรื่องการตกลงทำความเข้าใจและความไว้ใจ เราคุยกันว่าเราจะเชื่อใจกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะว่าเราอยู่ในวงการบันเทิง เรารู้ว่ามันมีลมพัดผ่านมาอยู่เสมอ ฉะนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดว่าเรายืนอยู่บนความเชื่อใจ ทุกอย่างมันจะดี”

“แต่ว่ามันก็มีข้อแม้ ความเชื่อใจมันไม่ได้เกิดจากการที่เราหลับหูหลับตาเชื่อใจกัน มันต้องเกิดจากพฤติกรรม การกระทำทั้งต่อหน้าและลับหลังถึงจะได้รับความเชื่อใจนั้นไป”

ส่วนคู่ที่คบมาร่วม 5 ปีอย่าง ใบเตย อาร์สยาม-สุธีวัน ทวีสิน กับ ดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา ก็ยังปรับตัวเข้าหากันทุกวัน

ใบเตย

“ทุกๆ วันที่ผ่านมาทั้งพี่แมน ทั้งใบเตยก็มีงอนมีง้อ มีดุมีด่ากันเยอะแยะ แต่ก็อยู่ที่ความเข้าใจค่ะ ถ้าปรับแล้วมันเข้าใจกัน ปรับแล้วมันไม่ต้องพูดอะไรเยอะ ใบเตยว่านี้แหละคือคำว่าชีวิตคู่ มันต้องเรียนรู้กันทุกวัน” ใบเตยเล่า

อย่างช่วงนี้เขามักน้อยใจเธอที่ไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ตามประสาคนติดเพื่อน แถมห้ามแฟนไปยุ่มย่าม เพราะไม่ชอบเหนื่อยกับการดูแลทั้งเพื่อนและแฟนในเวลาเดียวกัน

หลังๆ เวลาจะไปเลยไม่บอกล่วงหน้านาน เช่นเดียวกับเรื่องที่แฟนหนุ่มห้ามแต่งตัวเซ็กซี่ แต่เธอกลับชอบโพสต์รูปหวิวในอินสตาแกรม

“เขาจะเห็นพร้อมประชาชนทั่วประเทศเหมือนทุกคนเลย เพราะเราไม่บอกล่วงหน้า” ใบเตยย้ำ

แต่ถึงอย่างนั้น “ถ้าใครเห็นใบเตยในวันที่มาดูหนัง กินข้าวกับแฟนจะงงไปเลย เพราะแต่งเรียบร้อย อันนี้คือเราทำเพื่อเขา”

“เราก็ต้องแลกกันเนอะ”

ส่วน ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน ว่า “ความรักอย่างเดียวมันไปไม่รอด เพราะความรักมันคืออารมณ์ล้วนๆ แต่ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน ต้องบาลานซ์ระหว่างความรัก ความเอาใจใส่ ความหวาน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีเหตุผล”

ยิ่งช่วงนี้ที่ต้องเข้ากรมรับใช้ชาติ ถ้าเป็นสาวอื่นอาจหวั่นๆ แต่กับ ลิลลี่-ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ ที่คุยกันมากว่า 2 ปีนั้นไม่ใช่ปัญหา

ฟฟห

“น้องเขาเป็นคนที่มีความเอาใจใส่สูงมากๆ มีความมั่นคงในความคิด เขาจะอยู่ข้างๆ ตลอด คือมันก็ยากนะ สำหรับคนหนึ่งที่จะต้องมารอเรา 10 อาทิตย์ ที่ไม่ได้ติดต่อกันเลย เขาก็รอ มุ่งมั่น พร้อมซัพพอร์ตในทุกเรื่องที่เราทำ มันทำให้เราสบายใจที่มีคนนี้อยู่ข้างๆ”

ทว่าข้อดีหนึ่งของการที่นานๆ เจอกันที คือ “มันทำให้เราเห็นคุณค่าของกันและกันมากขึ้น เรื่องทะเลาะอะไรต่างๆ ก็น้อยลง เพราะว่าเราอยากจะให้เวลาทุกวินาทีมันดี เราก็เต็มที่กับเขา เขาก็เต็มที่กับเรา”

ดังนั้น แม้เหลืออีก 9 เดือนต้องห่างกัน แต่เขาก็เชื่อว่ามันไม่ใช่ปัญหา

ด้าน กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ ออกตัวบอกกับ เอ้ก-บุษกร ไว้ตั้งแต่แต่งงานใหม่ๆ เลยว่า “พี่ก็เพิ่งเคยเป็นสามีเนอะ มีอะไรจะพยายามปรับตัว มีอะไรที่ชอบไม่ชอบก็ค่อยๆ บอกกัน”

ด้วยการแต่งงานเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น

“พอเราแต่งงานเราก็มีหน้าที่เป็นสามี มันก็จะมีรายละเอียดของมันอีก สมมุติว่าวันหนึ่งถ้าในอนาคตเราเป็นพ่อเป็นแม่ เราก็ต้องมีหน้าที่มากขึ้นผมว่าคนคนหนึ่งมีหน้าที่ได้หลายอย่าง บางทีเราอาจจะลืมตัว ไปใช้หน้าที่ของอีกอย่างไปใช้กับอีกอย่างนึง ซึ่งมันไม่ได้” เขาว่า

ก

และบอก “ของสำคัญของชีวิตคู่ คือมีอะไรต้องพูดกันคุยกัน มันไม่มีใครทำอะไรถูก หรือทำอะไรถูกใจไปหมดซะทุกอย่าง การปรับความเข้าใจกัน มันเป็นสิ่งสำคัญ”

“เคยมีคนบอกว่า ถ้าชีวิตคู่ที่ไม่เคยทะเลาะกัน มันอันตรายมาก คือหมายถึงว่าไม่พูดกันเลย ไม่ทะเลาะกันเลย มันอันตราย เพราะว่าเราจะไม่รู้เลยว่าความชอบไม่ชอบของเขาคืออะไรกันแน่ แล้วสุดท้ายการไม่พูดกันมันก็เหมือนระเบิดเวลา แล้วสุดท้ายระเบิดเวลานี้มันจะไประเบิดเมื่อไร”

ดังนั้น คู่เขาจึงคุยกันทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างทัศนคติ กระทั่งเรื่องของกิน และเมื่อคุยแล้วต้องเปิดใจรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายด้วย

ที่สำคัญ “เราจะบอกก่อนว่า ถ้ามีอะไรจะทะเลาะกันทุกครั้ง ห้ามออกจากบ้าน ห้ามหนี ถ้ายังไม่พอใจและยังไม่อยากเจอหน้ากันก็อยู่กันคนละห้องได้ แต่ว่าเมื่อใจเย็นลงแล้ว ให้กลับมาคุยกัน”

เพราะความรักจะไปได้ตลอดรอดฝั่งต้องช่วยกันทั้งสองคน

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก @chinchinawut @bitoeyrsiam @eggbusakorn @jaja_primrata