เอ่ยชื่อ เช็ค-สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ คนไม่น้อยคงรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในนักคิด นักเขียน ของบ้านเรา และที่ผ่านมาเขาก็สร้างงานดีไว้ให้ชื่นชมหลายอย่าง
ล่าสุดในเว็บไซต์ของ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด ของเขา เช็ค สุทธิพงษ์ ก็เขียนเรื่องมาเล่า ใช้ชื่อเรื่องว่า การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ โดยว่า
‘ก่อนอื่นต้องขออภัยที่สัปดาห์นี้ผมจัดสรรเวลา และสมาธิเพื่อเขียนบทความต่อจากสัปดาห์ก่อนโน้นไม่สำเร็จ อันที่จริงต้องบอกว่าเกือบเสร็จน่าจะใกล้เคียงความจริงกว่า เนื่องจากผมเจียดเวลาขณะทำงานอยู่ที่ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เขียนส่งมาตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.พ. แต่ปรากฏว่าแอดมินไม่ได้รับเมล์ของผม และเมื่อพยายามส่งอีกครั้งในตอนเย็นด้วยความรีบร้อน ผมทำข้อความทั้งหมดหายไปในอากาศได้ยังไงก็ไม่รู้
จากวันนั้นถึงวันนี้ หากไม่มีข้อความในไลน์ขึ้นมาเตือนเมื่อสักครู่ ผมก็คงยังไม่ได้มานั่งลงใช้ความพยายามเขียน คราวนี้เขียนจริงๆ ด้วยดินสอ ลงบนกระดาษ มันคงจะไม่หายไปในอากาศ เพราะความไม่รู้หรือรู้น้อยของผมอีก

ปีนี้ผมมีความตั้งใจที่จะทำหลายเรื่องให้สำเร็จ
เรื่องแรกคือ เรื่องการทำสวน นอกจากผักหญ้า สมุนไพร ผลไม้ ปีนี้ผมตั้งใจว่าจะทำให้สวนริมแม่น้ำมีอาหารประเภทโปรตีนมีความหลากหลาย สมบูรณ์ มั่นคง ไม่ต้องซื้อหาจากภายนอก ที่สำคัญคือเป็นอาหารปลอดภัย
เริ่มจากการทำให้สระที่ขุดไว้มีน้ำ เลี้ยงปลาได้ ตอนนี้สำเร็จแล้ว ปลาหลายชนิดตัวโตขนาดฝ่ามือ สามารถจับกินเป็นอาหารได้แล้ว ในบ่อนอกจากเลี้ยงปลา ผมตั้งใจจะเลี้ยงเป็ด ห่าน และกบ คิดว่าภายในเดือนมีนาคม น่าจะเรียบร้อย ถัดจากเป็ด ห่าน และกบ ผมคิดว่าคงเป็นคิวของคอกไก่ และหมูหลุม เท่านี้ก็คงกินกันไม่หวาดไม่ไหว
นอกจากโปรตีนจากสัตว์ โปรตีนจากพืชตระกูลถั่ว ผมก็เริ่มเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ ปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว 2-3 ชนิด ซึ่งก็ได้ผลดี
หลังจากนั้นก็คงถึงคราวของโรงไส้เดือน และกระท่อม ห้องหับ รวมทั้งห้องน้ำห้องท่าที่จะไว้ต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อผู้มาเยือน วางแผนคร่าวๆ ว่าให้เสร็จสักหลังหนึ่งภายในปีนี้เช่นกัน จะได้หรือไม่ได้ตามที่ตั้งใจก็ทำไปตามเงื่อนไขปัจจุบัน ไม่ทุกข์ไม่ร้อน
แต่ที่ตั้งมั่นว่าต้องสำเร็จให้ได้ คือ การปลูกต้นไม้เพิ่มอีกสัก 5-6 พันต้น โดยเฉพาะยางนา ปลูกไว้ให้นกให้กา ให้แผ่นดิน หรือใครก็ตามแต่ในวันข้างหน้า เพราะตัวเองคงไม่มีปัญญามีชีวิตอยู่ใช้สอย แต่ไม่มากก็น้อยคงได้ชื่นชม
ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของชีวิตภาคเกษตรกร
ความตั้งใจอีกเรื่อง เป็นเรื่องของการท้าทายตัวเอง ซึ่งเป็นความสนุกโดยแท้ แต่ทำไปทำมาผลพลอยได้ไม่ใช่แค่ความสนุก นั่นก็คือเรื่องที่เนื่องมาจากเดือน พ.ค.นี้ ผมจะไปปั่นจักรยานต่อจากปีที่แล้ว ที่จากคุนหมิงไปจอดแค่เต๋อชิง เพราะฝนฟ้าไม่เป็นใจ ฝนตกหนัก ดินสไลด์ โคลนถล่ม ปิดเส้นทางจนไปต่อไม่ได้ ปีนี้พี่ๆ ผู้จัดจะไปต่อจากเต๋อชิงให้ถึงลาซา เพิ่มความสูงจากระดับน้ำทะเลจากสูงสุดปีที่แล้ว 4 พันกว่า เป็น 5 พันกว่าในปีนี้ ท้าทายดี
ผมยังจำความรู้สึกของการหนาวเหน็บถึงกระดูกดำตอนฝ่าพายุหิมะดำดิ่งลงเขาระหว่างซูซ่วงไปเต๋อชิง ท่ามกลางทัศนวิสัยที่เลวร้ายมากระหว่างทางในปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี แต่ที่จำได้ดีกว่าคือ น้ำใจของชาวบ้านริมทางที่อนุญาตให้คณะของเราไปเบียดเสียดยึดพื้นที่หน้าเตาผิง แถมยังมีชากับบะหมี่ร้อนๆ ให้อุ่นท้องอีก
เมื่อเดินทาง สำหรับผมจะเจออะไรก็ได้ ว่ากันไป อะไรก็ดีทั้งนั้น แต่สำหรับชีวิตไม่อาจจะเป็นอย่างนั้น การจะไปในเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม ทำให้ผมต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าเดิม นี่เป็นที่มาของการที่ทำให้ผมหันมาออกกำลังกายอย่างมีวินัย และมีเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิม นั่นคือการวิ่ง
ยิ่งได้แรงบันดาลใจจากพี่ตูน บอดี้สแลม ยิ่งทำให้ผมเหิมเกริม เป้าที่ตั้งไว้จึงไม่ใช่แค่จะไปปั่นจักรยานให้ถึงลาซา แต่มีเป้าจะวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 กว่ากิโล ให้ได้ภายในปี’60 นี้ ชีวิตผมช่วงนี้จึงมีอะไรสนุกสนานให้ทำทุกวัน เยอะแยะไปหมด และทำไปทำมาทำท่าว่าจะกู่ไม่กลับเสียแล้ว เพราะแต่ละเรื่องมีรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นที่มีประสบการณ์มากกว่ามาให้คำแนะนำ เยอะแยะไปหมด แล้วจะไม่สนุกได้ไง
(ระหว่างที่เขียนนี่ก็ได้ยินเสียงไลน์ในไอแพดเด้งดึ๋งๆ ตลอดเวลา เหลือบตาดูเห็นรายชื่อทีม TV Burabha Runner ที่จะไปวิ่งเพื่อหาเงินช่วยเด็กเป็นลูคีเมียที่สวนหลวงฯ วิ่งสร้างตึกของศิริราช ช่วงเชียงใหม่ ลำปาง ยาวขึ้นเรื่อยๆ)
หลายท่านอาจสงสัยว่าเที่ยวก็เที่ยว งานก็ทำ กำลังกายก็ออก จิตอาสาก็สู้ สวนก็สร้าง แล้วบอกว่าชีวิตจะละวาง มันยังไงนะ

สำหรับผมการเตรียมตัวทั้งในการทำสวน เตรียมไปปั่นจักรยาน หรือกระทั่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ลาซา และไม่ได้อยู่ที่เส้นชัยในการวิ่ง แต่ทั้งหมดคือการเตรียมตัวของชีวิตบั้นปลาย
ผมจะเป็นคนแก่ที่มีสุขภาพดี มีอาหารที่ดีครบถ้วนหลากหลาย มีบ้านที่สัปปายะ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอากาศที่ดี มีมิตรที่ดี มีชีวิตที่เลือกได้ มีใจที่สุข สงบ เบาบาง สามารถเจือจานแบ่งปัน ฉะนั้น เป้าหมายทั้งหมดที่ไปข้างหน้าในวันนี้ก็เพื่อการถอยหลังในวันหน้า
ถึงแม้ผมจะเชื่อว่าในวันนั้นผมจะไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ผมไม่ต้องการตายท่ามกลางการแวดล้อมของใคร แต่จะตายท่ามกลางความพึงพอใจของตัวเอง ซึ่งผมเชื่อว่าผมจะทำได้เหมือนกับการปั่นจักรยานไปลาซา และการวิ่งฮาล์ฟมาราธอน’
สุทธิพงษ์ในวัย 55 ปีว่าอย่างนั้น.
ขอบคุณเรื่องและภาพจาก tvburabha.com และเฟซบุ๊ก สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

