อ้อม เจ้าหนี้ปู ท้าโชว์หลักฐาน หลังถูกพาดพิงปล่อยเงินกู้ออกดอก แฉ อ้างพี่สะใภ้เดือดร้อนเรื่องเงิน

15.07.24 | 18:05 น.

อ้อม เจ้าหนี้ ปู มัณฑนา แจงกรณีถูกพาดพิงปล่อยเงินกู้ออกดอก ท้าโชว์หลักฐาน พร้อมแฉพฤติกรรม

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับมหากาพย์ทวงเงิน ปู มัณฑนา ที่ล่าสุดเจ้าหนี้ ลูกหมี รัศมี พร้อมด้วย ลิลลี่ เหงียน, อ้อม และทนายกุ้ง อำนวยพร ได้เดินทางมาร่วมรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ตึกอาร์เอส กรุ๊ป โดยอ้อม เจ้าหนี้ ได้ออกมาชี้แจงในกรณีที่ถูกพาดพิงบางประเด็นเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ว่าไม่เป็นความจริง

โดยอ้อม หนึ่งในเจ้าหนี้ผู้เสียหาย ได้กล่าวว่า ก่อนอื่นเลยที่ตนออกมาแต่ละครั้ง จะมีการถูกพาดพิงหรือถูกเอ่ยชื่อ วันนี้ตนจะออกมาชี้แจงที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยดอกเงินกู้อยู่แล้ว ซึ่งคำกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงเลย ก่อนหน้านี้ที่เขาเข้ามาหาตนครั้งแรก เพื่อที่จะยืมเงิน ซึ่งตนก็ได้ให้เขายืมไป เนื่องด้วยเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน เราก็เลยช่วยเหลือไป

ครั้งถัดไปเขาก็ขัดสนและเข้ามายืมเงินตนอีก เราจึงบอกกับเขาไปว่าเราไม่ได้มีอาชีพปล่อยเงินกู้ เพราะที่ให้ไปในครั้งแรกเพราะตนแค่อยากช่วยเหลือ แล้วเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องลงทุนทำธุรกิจคอลลาเจน เขาเล่าว่าธุรกิจนี้ที่ทำกับเพื่อนได้ปันผลดีมาก และต่อมาเขาก็ได้ชักชวนอ้อมให้ร่วมลงทุนทำคอลลาเจน ซึ่งเขาอ้างว่ามีลูกค้าสั่งของเยอะขึ้น

Advertisement

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งแรกที่มีการกู้ยืมมีการคืนดอกเบี้ยหรือไม่ อ้อมกล่าวว่า ครั้งแรกเขาได้มีการเสนอให้เองก็คือ 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคิดว่าไม่ได้เป็นยอดที่เยอะก็เลยให้ยืมไป แต่เขาก็พยายามที่จะยืมเรื่อยๆ ตนจึงบอกเขาว่าไม่ได้มีอาชีพปล่อยดอก เขาจึงเริ่มเอาเรื่องธุรกิจมาคุยกับตน สุดท้ายตนก็ร่วมลงทุนกับเขาไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทนายฝั่งปูกล่าวว่า เขาจ่ายดอกเบี้ยให้ตนเยอะจนครบต้นครบดอก ซึ่งไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็นการลงทุนทางคอลลาเจน เป็นปันผลตอบแทนที่เขาจะต้องให้อ้อม ในหลักฐานมีรายละเอียดครบเลยว่าจะมีการปันผลให้ตนเท่าไหร่

อีกทั้งที่เขาบอกว่าเป็นดอกเบี้ยที่ส่งเข้ามา แต่ตนให้เขาเขียนในข้อความว่า เป็นปันผลแบ่งกำไร ซึ่งที่เขาพูดเช่นนี้มันไม่ถูก และยิ่งมาตอนที่พี่ลูกหมีให้เขาเซ็นกระดาษเปล่า และก็บอกว่าอ้อมให้เขาเขียนเป็นปันผลเขาก็เขียน เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งเขาไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะให้เขียนอะไรก็เขียน

“อ้อมอยากให้ทุกคนที่ติดตามข่าวได้ทราบถึงพฤติกรรมของเขา เขาจะชอบกล่าวอ้างถึงบุคคลที่ 2-3 หรือกล่าวอ้างอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะได้เงินมา รอบที่แล้วที่เขาบอกว่าพี่สะใภ้เขาเป็นซีอีโอดังหลายบริษัท ซึ่งเขาเอาชื่อพี่สะใภ้ไปแอบอ้างว่าเดือดร้อนปัญหาเรื่องการเงิน อ้อมมั่นใจว่าพี่สะใภ้เขาไม่รู้เรื่อง และมีบุคคลที่เขาแอบอ้างที่เป็นผู้ใหญ่ระดับประเทศ

ซึ่งยอดนี้อ้อมไม่ได้ให้ยืม เพราะอ้อมไม่เชื่อ และคิดว่าบุคคลนั้นคงไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับเขาหรอก เพราะเขาเป็นแค่ดารา และสามีเขาก็เป็นแค่ผู้สมัคร ส.ส.ท่านหนึ่ง ถ้าหากอ้อมพูดไปสามีจะรับพฤติกรรมภรรยาเขาได้ไหมว่ามีพฤติกรรมแบบนี้ แต่อ้อมจะยังไม่โชว์เพราะสามีเขารู้สึกผิด ใจเย็น และเขาไม่ได้ออกมาฟาดกับเจ้าหนี้เหมือนครั้งแรก

อ้อมอยากจะบอกว่ามีอะไรเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้สามีและทนายฟัง เพราะเขาเป็นคนช่วยคุณ และฝากถึงทนายฝั่งลูกหนี้ว่าอย่ารับรองพฤติกรรมเขาเยอะ เพราะเป็นห่วง ขนาดสามีที่อยู่บ้านด้วยกันทุกวัน ยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ทราบพฤติกรรมของภรรยาเขาทั้งหมด”

อ้อมกล่าวต่อไปว่า แต่ก่อนที่จะร่วมลงทุนเขาก็ได้มีการเคลียร์เรื่องเงินที่ยืมก่อน และก็อยากจะมีการยืมใหม่ อีกทั้งตอนชวนลงทุนเขาบอกว่าทำกับเพื่อนหลายคน และตนเคยขอเขาว่า ขอคุยกับเพื่อนคุณปูได้ไหม เขาก็ไม่ได้ให้คุยอะไร ตนก็เลยขอดูคอลลาเจนได้ไหม เพราะเขาบอกขายดีมาก เขาบอกเอาส่งแม่ค้าที่ไลฟ์ติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก และส่งเซเว่นด้วย ซึ่งตนก็เป็นทาสการตลาดอยู่แล้ว ก็อยากลองทานบ้าง แต่เขาบอกว่ามันหลายยี่ห้อ ก็เลยไม่ได้เห็นผลิตภัณฑ์

“หลักฐานอ้อมมีตามที่อ้อมยืนยัน คนที่พูดความจริงเขาจะเอาหลักฐานออกมาโชว์ แต่เขาไม่เคยเอาหลักฐานออกมาโชว์ว่าเป็นตามอย่างที่เขาพูดไหม มีแต่น้ำตาที่เขาเอาออกมา น้ำตาช่วยไม่ได้ หลักฐานและความจริงเท่านั้นว่าใครเป็นคนพูดจริง เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดพาดพิงต้องเอาหลักฐานมาโชว์ด้วย”

ด้านทนายกุ้งได้มีการชี้แจงอีกว่า อ้อมได้มีการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ข้อหาฉ้อโกง เพราะธุรกิจที่อ้อมบอกว่าตรวจสอบแล้วมันไม่มีอยู่จริง

อ้อมกล่าวต่อว่า ถ้าหากทางคุณปูอยากจะไกล่เกลี่ยจริงๆ ให้มาคุยกับตนเอง ไม่ต้องส่งบุคคลที่ 3 มา ถ้าหากส่งมาจะไม่ไกล่เกลี่ย หรือให้บุคคลที่ 3 ถือเงินมาคืนเลย เพราะทางไกล่เกลี่ยที่ดีที่สุดคือการคืนเงิน เพราะเขาทราบอยู่แล้วว่าเราร่วมลงทุนด้วย ถ้าหากได้เงินคืนเรื่องก็จะจบ เพราะตนไม่ได้อยากมีเรื่องราวอะไร ส่วนยอดเงินที่จะต้องคืนคือจำนวน 1,160,000 บาท ส่วนหลักฐานที่นำมาอ้อมจะยังไม่โชว์ แต่ถ้ายังพูดโกหกอ้อมจะเอาหลักฐานนี้มาเปิด

เมื่อถามว่าได้มีการรับเช็คจากคุณปูหรือไม่ อ้อมกล่าวว่า ตนได้รับเช็ค 3 ใบ มีบางวันที่ลูกค้าสั่งถึง 4 ครั้ง อ้อมจะโอนไป เขาบอกว่าเคสนี้อ้อมจะได้ปันผลเท่านี้ บางทีดึกๆ ลูกค้าก็สั่งมาอีก วันนั้นอ้อมเลยโอนไป 4 ครั้ง เขาก็เลยบอกว่าจะเขียนเช็คมาให้เพื่อรวมเป็นยอดเดียว

อ้อมกล่าวยืนยันว่า ตนไม่ได้อยากให้เขาไม่มีที่ยืนในสังคม ตนอยากให้เขามาคุยกับเจ้าหนี้ อย่าเลือกจะยืนบนหัวเจ้าหนี้อีกต่อไป ยอมรับความจริง อ้อมเชื่อว่าประชาชน คนติดตาม แม้กระทั่งเจ้าหนี้ทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเขา เพราะว่าอาชีพเขาต้องอาศัยความศรัทธาจากประชาชน

แต่ถ้าเขายังดันทุรังว่าเป็นผู้ถูกกระทำ เดี๋ยวเขาจะไม่มีที่ยืนเอง และหยุดพฤติกรรมกล่าวอ้างบุคคลที่ 2-3 ถ้ายังรักลูก สามี และครอบครัว พูดความจริงกับเขาทั้งหมดว่ามีพฤติกรรมเป็นอย่างไร ถ้าเขาพาดพิงและเอ่ยถึงตนอีก รวมถึงทนายของเขาด้วย เอ่ยได้ แต่ต้องเอาหลักฐานออกมา ถ้าเป็นความจริงจะไม่ตอบกลับ ถ้ายังใส่ไฟตน คนทั้งประเทศจะได้รู้กันเลยว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไร