นุ้ย เชิญยิ้ม ไม่เกร็งเล่นหนังกับภรรยา ตั๊ก ศิริพร แต่กังวลเพราะโดนวีนกลางกอง อัพเดตหลังแจ้งความเพื่อนบ้าน
ต้องมาร่วมงานด้วยกันในภาพยนตร์เรื่อง “มานะแมน” สำหรับ “นุ้ย เชิญยิ้ม” และภรรยาคนสวย “ตั๊ก ศิริพร” โดยหลังงานบวงสรวง “นุ้ย” ก็ได้เปิดใจว่าชอบที่ได้ทำงานด้วยกัน แต่ก็แอบกังวลเพราะถ้าเล่นผิดก็โดนวีนทันที
มีความเกร็งหรือกังวลอะไรไหมทำงานกับภรรยา?
“ไม่เกร็งแต่กังวล กลัวเล่นออกมาไม่ดี ไม่เต็มที่ เพราะพี่ตั๊กเวลาเขาเล่นอะไร เขาเต็มที่ ไอ้เราจำไดอะล็อกไม่ค่อยได้ เราก็จะเล่นสไตล์ของเราไป แต่ถามว่ากดดันไหมก็ไม่ ชอบทำงานด้วยกัน (หัวเราะ) แต่ก็มีบ้างที่ไม่ถูกใจ เขาก็จะวีนตรงนั้นเลย ดูสิให้น้องมารอ แค่นี้ก็จำไม่ได้สมองเป็นอะไรหมด ส่วนมือก็มีหยิกบ้างอะไรบ้าง เขาชอบทำอะไรเป๊ะๆ แล้วพูดเสียงดัง ไม่มีกระซิบแบบพ่อเล่นดีๆ เกรงใจน้อง ไม่มีเลย มีแต่เฮ้ย 2 เทคแล้วเนี่ย”
มีซ้อมบทด้วยกันที่บ้านไหม?
“เขาส่งมาเราก็ไปอ่านของใครของมันเลย เพราะเขาจะอยู่อีกบ้านหนึ่งกับเรา เวลามาต่อบทด้วยกันจะไม่มี ส่วนมากก็ไปต่อด้วยกันหน้ากองเลย”

ทำงานกับภรรยาได้อะไรมาบ้าง?
“ได้เหงื่อมาเยอะเลย (แล้วเงินได้ไหม?) โถ่ ก็รู้อยู่มีแต่ใบภาษี เงินให้เขา แต่ไม่เป็นไร เขาดูแลบ้านไง เราต้องเป็นพ่อบ้านที่ดี แต่ก็มีแบ่งค่าน้ำมันมาบ้างนิดหน่อย ค่าทางด่วน”
มีเล่นๆ ไปแล้วอ้าว…มันเป็นเรื่องที่บ้านไหม?
“ไม่นะ (หัวเราะ) คือให้มันเป็นธรรมชาติที่สุด แล้วเขาก็ทำออกมาซะเต็มที่เลย (ถ้าคนดูเรื่องนี้แล้วอยากให้ร่วมงานกันอีก?) ก็ขอบคุณมากๆ นะ ผมเจอตั๊กตั้งแต่ก่อนบ่ายคลายเครียด ที่อยู่ช่อง3 ด้วยกัน ก็จะเขินๆ กันมาตลอด ก่อนจะคบเป็นแฟนกัน ทักวันนี้เล่นด้วยกัน ก็ยังเขินกันอยู่เลยเวลาเข้าฉาก ตัวเขาเองก็เหมือนกันนะ เขาไม่อยากเล่นเป็นผัวเมียกันในเรื่อง กลัวคนแบบว่าเป็นข้างนอกไม่พอเหรอ ยังมาเป็นในหนังในละครอีก แต่ก็ทำงานสบายเหมือนกัน แต่ก็มีเขินๆ บ้าง”
กังวลฉากไหนมากที่สุด?
“มีฉากที่เขามาแอบชอบเรา เราเป็นดาราเก่า แล้วเขามาเจอเราก็กรี๊ดแตกออกมา ส่วนในชีวิตจริงคือ ไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับมาเนี่ยห้ะ กลับมากี่โมง งานเลิกกี่โมง ไม่เหมือนในหนังเลย (ถ้ามีภาคสองพร้อมเล่นไหม?) เล่นได้ ร่วมงานกับเมียไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ใครจะกล้ามีปัญหาครับ ยินดีมากๆ ตอนนี้อายุมากขึ้น ถ้ามีงานอะไรที่เราพอจะทำได้และเหมาะสมกับพวกเราสองคนก็เชิญนะครับ จ้างได้เลย ค่าตัวก็ตกลงกันแล้ว ว่าพ่อขอสัก 20 เปอร์เซ็นต์แล้วกันนะ อย่างเอาไปเต็มร้อย แบ่งๆ กันใช้”
อัพเดตเรื่องแจ้งความเพื่อนบ้าน?
“ไม่มีอะไรแล้วครับ ก็ป่วย ก็รักษากันไปนะ เขาจิตเวช พี่น้องเขาก็มาขอบคุณเรานะ ว่าอันนี้มันเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ เพราะพี่น้องเขาต้องทำงานกันหมด ไม่มีเวลาดูแล ป่วยจิตเวชต้องกินยาสม่ำเสมอ แต่เราก็ต้องขอบคุณ สน.มีนบุรี เขาด้วยที่เขาส่งไปรักษา พอรักษาเสร็จก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้ว ตอนนี้ก็กินยาตามปกติ พี่น้องเขาก็เดินมาขอบคุณเราทำ ก็คุยกันด้วยดีๆ สงสารเขาไง แต่ก่อนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้”

ก่อนหน้านี้มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย?
“ก่อนหน้านี้ก็จะมีเอะอะโวยวายบ้าง โรคพวกนี้พอมันหนักขึ้น ขาดยา มันก็จะอันตรายต่อคนรอบข้างในหมู่บ้าน แต่ตอนนี้โอเคแล้วครับ มีการดูแลที่ดีครับ (ก่อนหน้านี้มีถึงขั้นคิดขายบ้าน ย้ายบ้านหนีไหม?) ก็คิดเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้บ้านมันขายยาก แล้วหลังนี้อยู่มา 21-22 ปีแล้ว มันเป็นบ้านคู่ชีวิตของเราไปแล้ว เราก็บอกพี่น้องเขา ว่าให้ดูแลให้ดีนะพี่นะ ให้เขาทานยาตามปกติ บุหรี่อย่าให้สูบเยอะนะ อะไรที่หมอห้ามก็ดูให้หน่อยนะ แต่พี่น้องเขาน่ารักมากนะครับ เขาเข้าใจเรา”
คนเจอปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านเยอะ มีวิธีรับมือไหม?
“จริงๆ บางเคสเขาส่งไปโรงพยาบาลนะ แต่รักษาเสร็จ พอดีหน่อยเขาก็ส่งกลับบ้าน แต่โรคพวกนี้มันก็จะกลับมาเป็นได้อีก เพราะฉะนั้นคนในครอบครัว อันดับแรกต้องดูแล ต้องให้ยาตามเวลาที่หมอสั่ง แล้วก็ดูว่าถ้าไปรบกวนบ้านโน้นบ้านนี้ คนในครอบครัวต้องดึงกลับมาก่อน คนอื่นเขาไม่รู้ไง อาจจะใช้กำลังกัน เดี๋ยวก็โดนตีโดนชกโดนต่อยมันอันตราย ให้คนคนครอบครัวดูแลก่อนดีที่สุดครับ ส่วนการป้องกันของเรา คือจะปิดบ้านหมดเลย ไม่ออกไปเดินเพ่นพ่าน เราก็ต้องดูแลป้องกันตัวเองก่อน อย่างน้อยคนในครอบครัวต้องปลอดภัยครับ”


