‘ลิลลี่ เหงียน’ นำทีมผู้เสียหายเข้าร้อง สตช. โดน ‘เอิร์ก’ หลอกลงทุนกว่า 500 ลบ. โยงปม ‘เก๋ เลเดอเรอร์‘

2.08.24 | 17:02 น.

‘ลิลลี่ เหงียน’ นำทีมผู้เสียหายเข้าร้อง สตช. โดน ‘เอิร์ก’ หลอกลงทุนกว่า 500 ลบ. โยงปม ‘เก๋ เลเดอเรอร์‘

จากกรณีที่ ลิลลี่ เหงียน นางแบบชาวเวียดนาม ได้ออกมาแฉว่าถูก เอิร์ก เลเดอเรอร์ หลอกโกงเงินเสียหายกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายประมาณ 50 คน ที่โดนเอิร์กหลอกลงทุนคลินิกเสริมความงาม และสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 500 ล้านบาท

ล่าสุด อี้ แทนคุณ ที่ปรึกษากฎหมาย ได้พาลิลลี่เหงียน กลุ่มนางแบบ FHM-นางเอกมิวสิก ลูกน้ำ ศิริพรนรา นิลน้อย, เดือน ฐิติกานต์ ศรีทรัพย์ และปอ ชญาภา สุวรรณเวลา ตัวแทนผู้เสียหายเข้าร้อง และสอบถามความคืบหน้าต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจสากล ในการติดตามจับนายเอิร์ก เลเดอเรอร์

อี้ แทนคุณ กล่าวว่า หลักวันนี้ก็คือจะมาสอบถามความคืบหน้าคดีที่ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านกองปราบ และได้มีการออกหมายของตำรวจสากล ซึ่งได้มีการประสานงานไว้กับท่านผู้ใหญ่ที่นี่

“วันนี้ผมได้มีตัวแทนของผู้เสียหาย และได้รับมอบให้มาดำเนินการจากผู้เสียหายท่านอื่นๆ ด้วย เริ่มจากคุณลิลลี่เขาเป็นตัวแทนของผู้เสียหาย 50 กว่าล้าน แล้วก็มีเพื่อนๆ ประมาณ 200 กว่าล้านบาท มีตัวตนจริง มีหลักฐานจริง มีการดำเนินแจ้งความจริง คุณลูกน้ำ เสียหายประมาณ 3.5 ล้าน และมีกลุ่ม เพื่อนๆ นางแบบในวงการ รวมทั้งหมดแล้ว 10 กว่าล้าน คุณปอ เสียหายประมาณ 5 ล้านกว่าบาท และมีเพื่อนๆ เสียหายประมาณ 100 กว่าล้าน รวมทั้ง 3 ท่านเฉพาะที่ยืนตรงนี้ ประมาณ 300 ล้านกว่าบาท และยังมีที่อื่นๆ ที่มอบให้ผมเป็นตัวแทนในการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ 500 กว่าล้านบาท”

Advertisement

ด้านปอ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนในส่วนธุรกิจ ในส่วนของตนก็จะเป็นคนทำธุรกิจ แล้วอยากจะต่อยอด เขาก็จะมาหลอกเราว่าในส่วนธุรกิจที่เราทำ อย่างพวกสินค้า คือเขาเอาคลินิกของเขามาบังหน้า เพื่อให้เรามาลงทุนคลินิกเขา และส่วนผู้เสียหายคนอื่นๆ ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และมูลค่าความเสียหายก็ประมาณ 100 กว่าล้านอย่างที่อี้แจ้งไป

“ในส่วนผลประโยชน์ ที่ตกลงกันไว้ก็คือ เขาจะให้เป็นรายเดือน แล้วจะแบ่งเป็นในส่วนของ ตอนเปิดคลินิกใหม่ๆ คือต้องย้อนกลับไปตอนเพื่อนสนิทเขาเสียชีวิต เขาจะให้เป็นส่วนของศัลยกรรม กับส่วนของสกิน เริ่มต้นเขาบอกให้เอาสินค้าเขาไปวางที่คลินิกได้ ซึ่งจะจ่ายเป็นลักษณะรายเดือนให้เรา ซึ่งนอกจากเขาทำคลินิกแล้ว เขายังทำเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วย”

ปอ ได้กล่าวอีกว่า ความเชื่อใจ คือเขาได้ไปออกรายการดังรายการหนึ่ง ซึ่งเขานำคลิปมาให้ชม แล้วบอกว่า ถ้าเขาไม่แน่จริงคงไม่มาออกรายการนี้หรอก เราก็มีความเชื่อใจประมาณหนึ่ง ณ วันนั้นเขาก็บอกหมดว่า เขาถูกเพื่อนเขาใส่ร้าย และตอนนี้เขากำลังทำธุรกิจใหม่เกี่ยวกับเรื่องของความงามและเอนเตอร์เทนเมนต์ เราเชื่อใจเขา เพราะว่าภาพที่เขานำเสนอให้เรา”

ด้านลูกน้ำ กล่าวว่า ได้รู้จักเอิร์กด้วยการไปถ่ายแบบเอ็มวี จากนั้นก็มีการชักชวนให้มาถ่ายรีวิวคลินิกเสริมความงามของเอิร์ก และก็มีการแนะนำว่าเศรษฐกิจแย่ เนื่องจากโควิด อีกทั้งในช่วงนั้นกลุ่มนางแบบก็เป็นอีกอาชีพที่ไม่ค่อยมีงาน แต่มีเงินเก็บ เอิร์กจึงได้เชิญชวนให้กลุ่มนางแบบลงทุนคลินิกเสริมความงาม โดยการเซ็นสัญญา จากนั้นก็มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนเรื่อยๆ ในเรื่องของแบรนด์เนม นาฬิกาหรู รถหรูต่างๆ

“ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับพี่เก๋ เลเดอเรอร์ ที่เป็นนางแบบอยู่แล้ว และได้ตามข่าวพี่เก๋ และเขาก็ได้พูดว่า เขาไม่ได้เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของพี่เก๋ เราเองก็มีความเชื่อใจในตรงนี้ และการตกลงในแบ่งผลประโยชน์ก็คือ สมมุติหนูลงทุนเดือนแรก 5 แสนบาท ก็จะได้เงินประมาณ 5 หมื่นบาทต่อเดือน และได้มีการเซ็นสัญญาหลักปี โดยที่เราไม่สามารถนำเงินก้อนของเราออกมาได้ คือ กลุ่มนางแบบจะมีสัญญากับเอิร์กว่าเราไม่สามารถถอนเงินตรงนี้ได้ ซึ่งจะสามารถถอนเป็นระยะเวลา 1-2 ปี เรามีเงินก้อนอยู่ตรงนั้น แต่ระหว่างนั้นเรามีเงินคล้ายปันผลของคลินิกในทุกๆ เดือน ซึ่งมาทราบว่าโดนหลอกคือตอนที่เขาหนีไปแล้ว เป็นระยะเวลา 2 ปี”

ด้านอี้ กล่าวว่า มีผู้เสียหายทั้งหมด 50 คน ส่วนใหญ่จะเป็นคนในวงการ มีนักธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการธนาคาร และเซเลบอีกหลายท่าน ซึ่งพวกเขาเครียดมาก เนื่องจากเป็นเงินเก็บเกือบทั้งชีวิต

“ลักษณะการทำ คือถ้าเป็นนางแบบนางงามหรือคนที่มีบุคลิกดีหน่อย เขาก็จะชักชวนให้ลงทุนกับคลินิกของเขา แล้วก็มีให้ลงทุนกับโปรดักต์อื่นๆ เช่นนาฬิกา แล้วมาขยับเป็นรถ แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นเขาประกอบอาชีพอะไร น่าจะมีฐานเงินประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเงินตรงนี้ ถ้ามีใครไปทวง เขาก็อ้างว่าเอาไปลงทุนอยู่ ยังไม่ได้คืน ถ้าถอนตอนนี้จะเสียผลประโยชน์ที่ได้ไป ไม่คุ้ม หรือบางคนก็จะบอกว่าสัญญาผูกขาดแล้ว ต้องดำเนินคดีเอา จะถอนคืนไม่ได้ เพราะจะถือว่าผิดสัญญา หลายๆ คนก็เริ่มรู้สึกตัว ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด ในช่วง 2 ปีที่แล้วในช่วงคลี่คลายแล้ว หลายคนก็เอาเงิน เอาทองทั้งหมดที่มี อย่างน้องๆ นางแบบก็หมดตัวเลย หลายคนก็เครียด ซึมเศร้า คิดสั้น ฆ่าตัวตาย เรามาดูชีวิตของคุณเอิร์กในปัจจุบันนี้ก็อยู่สุขสบาย ใช้ชีวิตหรู ใช้แบรนด์เนมทั้งตัว”

อี้กล่าวต่อไปว่า ขอบคุณทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางตำรวจที่ทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้ให้ หลังจากที่อินเตอร์โพลได้ออกหมายแดง ผมก็จะได้ติดตามเพิ่มเติมขึ้นเพื่อจะจับกลุ่มกลับมาดำเนินคดี เพราะตอนนี้เรามีหมายจับเรียบร้อยแล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการแจ้งว่าคนในวงการบันเทิงเปิดบัญชีม้า อี้ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ เรื่องบัญชีม้าของคนในวงการบันเทิงอาจจะถูกหลอกไปอีกทีนึง ว่าให้เป็นตัวแทนในการช่วยไปเปิดบัญชี คือ เขาจะมีวิธีหลอกล่อในการเอาผลประโยชน์มาให้ อย่างเช่นการมาร่วมหุ้น อาจจะให้หุ้นลม แบ่งเปอร์เซ็นต์จากคลินิกที่เขาทำอยู่ ซึ่งไม่มีอยู่จริง

“ตอนนี้พยายามจะสืบเสาะไปว่าเรื่องราวทั้งหมด มันไปเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตของคุณเก๋หรือไม่ เพราะมันมีเรื่องราวบางอย่างที่เชื่อมโยงอย่างแยกขาดไม่ได้ แต่ว่าจะโยงถึงขนาดรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ว่าเขามีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดการเสียชีวิตของคุณเก๋หรือไม่ ผมคิดว่าใครมีข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม ก็มาให้ข้อมูลกับผมได้ ถ้าโยงไปถึงว่าเขาเป็นสาเหตุหนึ่งที่หลอกลวง หรือทำให้คุณเก๋ เสียชีวิต อาจจะพลิกเป็นอีกคดีหนึ่งขึ้นมาก็ได้ คือรื้อฟื้นคดี”

เมื่อถามว่าจุดเชื่อมโยงที่เกี่ยวกับเก๋คืออะไร อี้เผยว่า “คือเรื่องของคลินิก เพราะเมื่อก่อนมีการลงทุนคลินิกอักษรย่อ ล. ก็มีการชวนคนมาร่วมลงทุน ในลักษณะโมเดลของการทำคล้ายๆ ครั้งนี้เลย คือมีการไปเชิญบุคคลเซเลบ คนมีชื่อเสียงมาลงทุนด้วยกัน มูลค่าความเสียหายที่คุณเก๋ต้องแบกรับประมาณ 30 กว่าล้าน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเก๋เครียด และคิดสั้นหรือไม่”

สำหรับคนในวงการบันเทิงที่เปิดบัญชีม้า อี้ได้เผยว่าถ้าพูดชื่อไปแล้ว ก็เป็นคนที่ทุกคนรู้จัก แต่ขออนุญาตเก็บไว้ เพราะหลายๆ ข้อมูลตนยังอยากโฟกัสไปที่ตัวคุณเอิร์กเป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่หลายคนที่มาให้ข้อมูล เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม

“ยังมีหลายคนที่กังวลต่อชีวิตของเขาว่า ถ้าเขาเปิดเผยตัวไปแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ธนาคาร มันจะเสียเครดิตเขาด้วย เราก็เลยไม่เคยเปิดเผยชื่อ แต่ทุกคนยืนยันได้ว่ามีผู้เสียหายจริงๆ มีหลักฐานเป็นการโอน การทำสัญญาจริงๆ และมีกลุ่มไลน์เกือบ 50 ชีวิตที่มีตัวตนจริงๆ”

ด้านเดือน หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า ของตนถ้ารวมยอดแล้ว 2 ล้านกว่า ถ้ารวมที่เขาต้องคืนเราจริงๆ ประมาณ 3 ล้านกว่า ก่อนหน้านี้ได้เจอกับเอิร์ก เดือนมกราคม ปี 2562 เขาจ้างนางแบบไปถ่ายเอ็มวี ซึ่งเขาก็สร้างความสนิทสนมกับพวกเรา พอจบจากการถ่ายเอ็มวีเขาก็พยายามติดต่อพวกเราว่ามีเคสลงทุน ได้ผลกำไรนิดหน่อย พอเราเชื่อใจเขาก็มีการชักชวนลงทุนนาฬิกาหรู และขยับมาเป็นรถหรู ตนก็ลงทุนกับเขา รวมไปถึงกลุ่มนางแบบที่ไปถ่ายเอ็มวีในวันนั้นด้วย พอหลังๆ เขาไม่คืนต้น ไม่คืนดอก ไม่คืนอะไรเลย แล้วเขาอ้างว่าให้ทบทุน เป็นก้อนใหญ่เลย เราจะได้เยอะขึ้น ซึ่งเพิ่งร่วมลงทุนได้ 8 เดือน เขาก็หนีไป

“หนูเชื่อใจเขามาก ในวันที่เขาจะไป เขาให้หนูโอน หนูมีเท่าไหร่หนูโอนหมด แค่ตังค์จะไปกองปราบเพื่อไปแจ้งความ หนูยังไม่มีตังค์เติมน้ำมันเลย”

ด้านลิลลี่ กล่าวเสริมอีกว่า ตนก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ที่เขาบอกว่าเป็นโควิดลงปอด แล้วตนไม่มีเงินเลย เขาก็ให้ตนโอนเงินให้เขา เพื่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่สุดท้ายเขาก็หลอกตน เสียเงินให้เขาไปอีก 3 แสนบาท

“แล้วการที่เขาออกมาพูดว่า ได้ให้ทนายมาเคลียร์กับหนู หนูขอแจงว่าเขาให้ทนายมาเคลียร์จริงค่ะ แต่ว่าก่อนที่หนูจะขอคุยกับทนายเขา หนูก็บอกว่าคุยได้นะถ้าเอาเงินมาให้สัก 1 ล้านบาทก่อนก็ได้ เพราะว่าตอนนี้มันแย่มาก เพราะหนูต้องเอาเงินใช้นอกระบบที่เขาเอาคอนโดหนูไปเข้า เดือนนึงจ่ายไป 280,000 บาทแล้วหนูไม่มีตังค์ เขาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวให้ทนายความมาเคลียร์ พอหนูเคลียร์กับทนาย เขาบอกว่าให้รีบไปถอนแจ้งความก่อน แล้วเขาจะโอนเงินให้ แต่ลี่บอกว่าไม่ถอน เพราะลี่ไม่เชื่อใจแล้ว ตอนนั้นแหละลี่ก็ด่าเขาไปเต็มที่เลย แล้วเขาก็พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องของนักลงทุนคนอื่น แต่เรื่องนี้หนูไม่เกี่ยว หนูไม่ได้ไปลงทุนอะไรกับพี่เอิร์กเลย เขามายืมเงินหนู หลอกล่อเอาความฝันของหนู แต่สุดท้ายเขาก็เอาเงินนั้นไปลงทุนนาฬิกา รถหรู ต่างๆ นานา เขาก็ส่งมาให้ดูแต่หนูไม่ได้สนใจ เพราะเริ่มแรกเขาชวนหนูทำธุรกิจ แต่หนูไม่ทำ เพราะหนูโดนโกงเยอะแล้ว แต่เขายืมเงินหนู หนูก็ให้ทนายร่างสัญญาละเอียดทุกอย่างเลย ซึ่งหลักฐานหนูอยู่ที่ศาล ไม่สามารถเอาออกมาให้ทุกคนดูได้ เพราะทนายไม่อนุญาต”

ลิลลี่กล่าวต่อไปว่า เราต้องการเงินคืน เพราะพวกเราทุกคนผ่านความเดือดร้อนผ่านความเป็น ความตายมา แล้วเงินเยอะมากเราก็อยากจะได้คืน

“หนูเชื่อว่าความหวังมันมี หนูเชื่อว่ากฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทยเรา จะสามารถดำเนินการให้เสร็จเร็วขึ้น”

เมื่อถามว่า ตามคดีถ้าเอิร์กไม่มีเงิน 500 ล้านมาบาทมาคืน ต้องทำอย่างไร

อี้กล่าวว่า เท่าที่สืบดู เงินเขาใช้ไปเยอะแล้ว มีการกระจายไปที่ต่างๆ ซึ่งเรากำลังตามสืบอยู่ ถ้าเขาไม่มีเงิน เราก็ต้องตามยึดทรัพย์ที่เขามี เพราะว่ามันเข้าเงื่อนไขว่าเป็นการฟอกเงิน คือเอาเงินที่หลายคนสูญเสียไปต่อเงินในการหลอกลวงคนอื่น เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน และเข้าข่ายการฟอกเงิน เราก็จะตามสืบทรัพย์ หากมีทรัพย์สินไปซ่อนอยู่ตรงไหน หรือรูปแบบใดก็แล้วแต่ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นชื่อเขา แต่มีการถ่ายโอน หลังจากที่มีการก่อเหตุขึ้นมา

“อย่าคิดว่าจะหนีหายไปได้ เราก็จะไปตามสืบมา ถึงแม้จะยากหน่อย สำคัญที่สุดคือเส้นทางการเงิน ว่าเส้นทางการเงิน ที่แต่ละคนโอนไปให้เขา เขาโอนไปไหนต่อ แล้วไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง คนนั้นจะอยู่ในฐานะที่เป็นทั้งผู้ต้องหาก็ได้ หรือจะเป็นในฐานะพยานให้พวกเราก็ได้”

นอกจากนี้ ลิลลี่ยังตั้งข้อสงสัยอีกว่า มีคนหนึ่งที่เป็นเพื่อน หรือแฟน ให้ชื่อว่า อ. คนนั้นน่าจะเป็นคนนำเงิน หรือทรัพย์สินของเอิร์กไปให้เอิร์กหรือไม่ อยากให้ลองนำคนนี้มาสืบสวนดู

ต่อมาผู้เสียหายได้มีการเปิดคลิปเสียงของเอิร์ก ที่มีรายละเอียดการถอนแจ้งความ การหลอกลงทุน และรายละเอียดว่าเอิร์กมีการข่มขู่ทางผู้เสียหายอย่างไร

จากนั้น พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ อดีต ผบก.กองการต่างประเทศในฐานะที่ปรึกษา ผบ.ตร. ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชน ถึงขั้นตอนการตามตัวเอิร์กในต่างประเทศว่า จากการที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนคดี ก็จะมีการร้องศาลออกหมาย ขั้นตอนมี 2 รูปแบบ ถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ สามารถส่งหมายจับ เพื่อขอประกาศหมายสีแดง แต่เพื่อความรอบคอบก็ต้องเป็นแนวทางที่ 2 คือต้องยื่นฟ้องกับศาลก่อน ถึงจะขอหมายสีแดงได้ ต้องดูเป็นกรณีไป ซึ่งกรณีนี้ได้มีการยื่นขอประกาศหมายสีแดงไปแล้ว

“หมายสีแดงเป็นหมายประกาศของตำรวจสากล ที่จะติดตามจับตัวคนร้าย ซึ่งในตำรวจสากลมีทั้งหมด 195 ประเทศ รวมไทยด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกจะดำเนินการไม่ได้ เพราะเราก็มีการประสานงานทั้งในเครือข่ายตำรวจสากล และนอกเครือข่ายตำรวจสากล”