เปิดความน่ารักคู่แม่ลูก ‘ออม กรณ์นภัส-ก้อย นฤมล’ เกิดมาเพื่อซัพพอร์ตกันและกัน

12.08.24 | 08:26 น.

เปิดความน่ารักคู่แม่ลูก ‘ออม กรณ์นภัส-ก้อย นฤมล’ เกิดมาเพื่อซัพพอร์ตกันและกัน

เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติแบบนี้ ‘มติชนออนไลน์’ เลยขอมาพูดคุยกับ 2 แม่ลูกคนบันเทิง ที่บอกเลยว่าฮอตสุดๆ ในตอนนี้ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นางเอกสาวดาวรุ่งของช่อง3 อย่าง ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ที่ถูกจับตามองและพูดถึงเป็นอย่างมาก จากซีรีส์ ‘ใจซ่อนรัก’ และเรียกได้ว่าเป็นลูกไม้ใต้ต้นของคุณแม่ ก้อย นฤมล พงษ์สุภาพ นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ ตามรอยเข้ามาสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว

โดยออมเผยว่ารู้สึกชอบเมื่อได้ลองมาทำงานการแสดง และการเป็นตัวของตัวเองแบบเต็มที่ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจไร้ความกังวลใดๆ ซึ่งแม่ก้อยเองก็ยืนยันอีกเสียงว่า

“ออมมีความเป็นตัวเองมาก เหมือนพี่กะเทยเลี้ยงมา”

อย่างไรก็ตามแม่ก้อยก็เป็นต้นแบบในการทำงานของออมในหลายๆ ด้าน ซึ่งไม่เพียงแค่เรื่องของการแสดงเท่านั้น แต่แม่ก้อยยังเป็นต้นแบบในเรื่องของความมีวินัยและความอดทนให้กับลูกสาวคนนี้อีกด้วย

Advertisement

“หนูคิดว่าแม่อดทนมากเลยค่ะ และแม่ก็มีวินัยด้วย หนูก็เลยคิดว่าอันนั้นแหละค่ะที่เป็นเป้าหมายให้หนู”

“อีกอย่างคุณแม่ไม่ดุเลยค่ะ แต่อาจจะมีบ่นๆ บ้างในเรื่องที่ไม่ถูก ไม่ควร คุณแม่ใช้ชีวิตกับออมเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ได้มีกรอบ เราอยากทำอะไรก็ทำ แต่ก็ไม่ได้ตามใจมากขนาดนั้น”

นอกจากนี้คุณแม่ยังคอยแนะนำวิธีการวางตัวของการทำงานในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระเบียบวินัย มารยาท ความตรงต่อเวลา และควรทำการบ้านในบทบาทที่ตัวเองได้รับ อย่าให้เป็นภาระของคนอื่น

ถึงแม้ว่าวันนี้ออมจะมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ในทุกวันนี้เขาก็ยังคงทำตัวปกติ เพราะทุกวันก็เหมือนทุกวัน ที่ทำตามหน้าที่ของตัวเอง โดยแม่ก้อยก็ได้เผยว่า

“แม่เชื่อว่าเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขามีชื่อเสียง ออมก็ทำตามหน้าที่ของเขาและตามโอกาสที่ได้รับ เขาก็ไม่ได้เคอะเขิน หรือตื่นเต้นอะไร และมักจะเอ็นจอยไปตามสถานการณ์”

พร้อมยกตัวอย่างว่า “มีคนให้เต้นเขาก็เต้น หรือบางทีก็เต้นขึ้นมาเองเลย ก็แล้วแต่สถานการณ์”

หากจะมีเรื่องให้ต้องเป็นห่วงในมุมของคนเป็นแม่ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของสุขภาพ

“เป็นห่วงเรื่องสุขภาพเขามากกว่า เพราะว่าจริงๆ แล้ว การนอนดึกตื่นเช้า ก็เป็นเรื่องปกติของนักแสดงอยู่แล้ว แต่เขาจะไม่ค่อยชอบทานอาหารเสริม และวิตามินใดๆ ทั้งสิ้น ก็เลยเป็นห่วงเรื่องสุขภาพอย่างเดียว”

“นอกนั้นเขาก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ อยู่แล้ว”

เพราะฉะนั้นคุณแม่ จึงต้องหันมาดูแลลูกสาวคนนี้มากขึ้น “จริงๆ เขาก็ไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะเขาก็ดูแลตัวเองด้วย แต่ก็จะกังวลในเรื่องของความหลงลืม และเรื่องสุขภาพ ซึ่งเบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแม่จะมีความเป็นห่วงลูกสาว”

นอกจากจะต้องดูแลลูกสาวแล้ว ตัวเองก็ยังต้องมีความสตรองด้วยเช่นกัน เพราะผู้หญิงนอกจากจะเป็นแม่บ้านแล้ว พอได้มาเป็นแม่ไม่ว่าจะเป็นสภาพภายนอกหรือภายในร่างกายเราก็จะแย่ลงเรื่อยๆ แม่สมัยนี้ ก็ต้องดูแลตัวเอง นี่คือเรื่องพื้นฐานเลย นอกจากนั้น เราต้องแบ่งเวลาให้ได้ ต้องดูแลลูกด้วย ดูแลบ้านด้วย ต้องทำให้พร้อม และทำให้ครบวงจรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้ว่าจะเป็นคู่แม่ลูกที่ตัวติดกันตลอด เพราะมักจะได้เห็นภาพที่ไม่ว่าออมจะออกงานที่ไหนก็จะมีคุณแม่อยู่ใกล้ๆ เสมอ แต่เมื่อถามถึงการแสดงความรักระหว่างคุณแม่และลูกนั้น ออม ก็เผยว่า

“จริงๆ ก็บอกตลอด เพราะเป็นคนที่ติดพูดว่ารักแม่นะ”

รวมถึงมาในรูปแบบการดูแลใส่ใจ “บางครั้งก็อาจจะซื้อกาแฟมาให้ทุกเช้า เพราะรู้ว่าถ้าเขาไม่ได้ดื่มกาแฟ จะปวดหัว ส่วนแม่ก็ดูแลออมทุกอย่างอยู่แล้ว ตั้งแต่หัวจรดเท้า การที่เขาดูเราก็คือการแสดงความรัก”

ด้าน คุณแม่ก็เผยว่าการที่น้องออมบอกรักคุณแม่ตลอด จนเป็นความเคยชินนั้น เนื่องจากสมัยน้องออมยังเด็ก แม่ก็จะบอกรักเขาตลอด ก่อนนอนก็จะบอกกู๊ดไนท์ บอกรัก

แม้ตอนที่เขาโตแม่จะไม่ค่อยได้พูด แต่เขาจะพูดเอง เพราะเขาก็จะติดคำพูดของเขาโดยไม่รู้ตัว อย่างคำว่าบ๊ายบาย จะเป็นคำว่ารักนะ ซึ่งเป็นคำติดปากของบ้านเรา

“แต่ก่อนแม่ก็จะเป็นคนหวานๆ อยู่กับลูกแม่ก็จะอ้อน แต่ตอนนี้โตแล้ว แม่ก็ไม่อยากแสดงอะไรมากมาย ส่วนใหญ่น้องออมจะเป็นคนแสดงความรักมากกว่า เหมือนตัวละคร เอิน ใน ใจซ่อนรัก ที่มีนิสัยคล้ายกันกับออม คือเป็นตัวของตัวเองมาก เขาก็เลยได้บทนี้ แม่คิดว่าแบบนั้น”

ส่วนออมนั้นอาจจะเหมือนเป็นเด็กซ่าๆ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ค่อยชอบสังสรรค์ปาร์ตี้มากมายนัก ส่วนใหญ่ถ้าว่างก็จะอยู่บ้าน แต่ก็จะดูโตและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น

“ตอนนี้ออมเติบโตมากเลย แต่ว่ายังต้องรักษามาตรฐานแบบนี้ไปเรื่อย จนกว่าจะแข็งแรงไปกว่านี้ อันนี้ก็คือเรื่องแรก ที่เขาเป็นนางเอกเต็มตัว แล้วถามว่าบทบาทที่เขาได้รับมันหนักไหม เหมือนจะไม่หนัก แต่จริงๆ แล้วก็หนักสำหรับชีวิตนักแสดงคนหนึ่ง แต่ด้วยวัยของเขา และความเป็นตัวของออม ทำให้มันดูไม่หนักหนา ดูสนุก เพราะฉะนั้นก็อยากให้เขาคงรักษามาตรฐานแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนแข็งแรงกว่านี้”

“จริงๆ แล้ว แม่คิดว่าไม่มีลูกคนไหนที่เติบโตแล้วในสายตาแม่ ลูกก็ยังเป็นลูก แม่ก็ยังเป็นแม่ ออมก็ยังคงเป็นเด็กในสายตาแม่ แต่ในการทำงาน เขาก็โตในสายคนอื่น ซึ่งในสายตาแม่ เวลาเจอกันก็ยังต้องคุยกันว่าจะต้องแก้ หรือปรับปรุงตรงไหนเพิ่ม-ลดตรงไหนอยู่ตลอดเวลา เพราะการเป็นนักแสดงต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ หยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็ไม่ได้”

โดยทั้งแม่ก้อยและน้องออมก็คอยซัพพอร์ตกันอยู่ตลอดเวลา

“เราเกิดมาซัพพอร์ตกันและกันจริงๆ ถ้าสมมุติว่าไม่มีลูกสองคนนี้ แม่ก็น่าจะเคว้งคว้างอยู่ แม่ก็คงไม่หานู้น หานี่ทำ ไม่เปิดร้านอาหาร ไม่กลับเข้ามาเล่นละครอีก แต่พอมีออม แม่ก็หาอะไรทำ ไม่ว่าจะทำร้านอาหาร แล้วก็กลับมาเล่นละครอีกครั้ง เพราะลูกมาเล่นละคร” แม่ก้อยเล่า

ด้านออมก็ได้พูดถึงความประทับใจที่มีต่อคุณแม่ว่า “คุณแม่ดูแลออมทุกอย่าง เป็นเพื่อนออม เป็นทุกอย่างให้ออม ก็อยากให้แม่อยู่อย่างนี้ด้วยกันไปนานๆ ดูแลกันแบบนี้ไปนานๆ”

ขณะที่แม่ก้อยเองก็ประทับใจทุกอย่างที่ลูกทั้งสองคนทำให้ “ไม่ว่าจะทำได้ดีมาก หรือน้อย ก็คือทำ เพียงแค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่แฮปปี้แล้ว มันเป็นความภูมิใจที่สุดของแม่ พอทำแล้วมันสำเร็จอีก อะไรต่างๆ มันก็กลับไปที่เขาด้วย”

“แม่ก็จะบอกเขาว่า ทุกวันนี้ที่เขาเป็นอยู่ไม่ต้องมาขอบคุณแม่ อยากให้ขอบคุณตัวเอง เพราะว่าเชื่อตัวเองฟังแม่ แล้วมันสำเร็จมากๆ นี่แหละคือการที่เราดูแลกันและกัน และเชื่อใจกัน”

สุดท้ายสิ่งที่แม่ก้อยอยากบอกกับลูกสาวคนนี้ ก็คือ “อยากให้ออมอดทน เป็นคนที่มีความพยายาม และก็พัฒนาฝีมือเช่นนี้ไปเรื่อยๆ”

“พร้อมกับขอให้ออมเป็นที่รักของทุกคนแบบนี้ตลอดไป”