‘ฌอห์ณ’ ยังสนิทใจ – ยินดีร่วมงาน ‘เอสเธอร์’ เชื่อ ‘เคน’ ไม่โพสต์ด่า เพราะผู้ชายคงไม่คิดอะไรแบบนั้น

22.02.17 | 21:20 น.

กลายเป็น ‘หนังยาว’ ที่มีรายละเอียดซับซ้อนและขัดแย้งกันไปมา เพราะหลังเกิดกระแส ฌอห์ณ จินดาโชติ  และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่เดิมมีข่าวว่าทั้งคู่จะมาร่วมอีเวนต์งานเดียวกันในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาฝ่ายหญิงกลับไม่ปรากฏตัว จนเกิดกระแสดราม่าว่าเอสเธอร์เลี่ยงที่จะเจออดีตคู่จิ้น ก่อนที่ เชง – ประดิษฐ์ สมดังเจตน์ ออร์แกไนเซอร์ที่รับผิดชอบอีเวนต์ดังกล่าวออกมาชี้แจง  โดยว่าฌอห์ณเป็นฝ่ายไม่ขอร่วมงานกับเอสเธอร์ อีกทั้งยังไม่มีวินัยในการทำงาน ไปสาย และนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม 

ขณะที่แจง ผู้จัดการของฌอห์ณ ชี้แจงว่า อีเว้นท์ดังกล่าวตกลงไว้ว่าจะไปออกงานในฐานะเซเลบริตี้หลักเพียงคนเดียว โดยผู้จัดงานไม่ได้แจ้งว่าจะมีใครนอกเหนือจากนั้น ซึ่งทางพวกตนไม่ได้มีปัญหาที่จะร่วมงานด้วย เพียงแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน เนื่องจากงานคู่จะมีหลักเกณฑ์อื่นในการพิจารณารับงาน ส่วนเรื่องไปทำงานยืนยันว่าไปถึงก่อนเวลางานเริ่ม 1 ชั่วโมง

ล่าสุดวันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ฌอห์ณได้มาร่วมงาน ‘คนหล่อพอเพียง สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 10’ ที่ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิล์ด จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการคุยงานที่ไม่ตรงกันตั้งแต่แรก สุดท้ายต้องถามผู้ว่าจ้างว่าต้องการงานแบบไหน โดยตนไม่เคยมีปัญหาในการรับงานอีเว้นท์  ซึ่งได้พูดคุยกับทางลูกค้าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่ ทางลูกค้าก็โอเค แต่ตนไม่อยากให้เล่าไปปากต่อปากให้เรื่องราวบานปลาย หากตนยิ่งพูดเรื่องก็จะยิ่งไม่จบ ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้พูดว่าไม่อยากร่วมงานกับเอสเธอร์ และยังถามด้วยว่าถ้ารับงานคู่ต้องมีการคุยกันหรือไม่ เพราะจะมีเงื่อนไขในเรื่องเรตราคา

“ตอนแรกเรารับงานปกติเหมือนทางที่ผู้จัดการแจ้งไป และหลังจากนั้น 3 วัน เรามารู้จากการโพสต์ของคนอื่นว่าเราต้องร่วมงานกับเขา เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาที่ตัวบุคคล แต่เรามีปัญหาในเรื่องของการคุยงานที่มันไม่เป็นผู้ใหญ่ เรารู้สึกแค่ว่าบอกตรงๆ ก็ได้เพราะผมเป็นนักแสดง จะทำอะไรก็ได้ แค่คุณแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าเท่านั้นเอง ถามว่ารู้สึกโกรธไหม ไม่โกรธครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย” ฌอห์ณกล่าว

ส่วนข้อซักถามว่าทางเอสเธอร์บอกว่าฌอห์ณไม่อยากร่วมงานด้วยนั้น เขาว่า ความจริงก็คือความจริง โชคดีที่ผู้ใหญ่หลายคนเข้ามาช่วย เช่น ดีเจเอกกี้ – เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ ไม่อย่างนั้นตนคงแย่ อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการติดต่อเคลียร์กัน เมื่ออีกฝ่ายไม่ติดต่อมา ตนก็ไม่ติดต่อไปเพราะทุกคนบอกเหตุผลของตัวเองไปหมดแล้ว ต่อไปหากต้องร่วมงานกันก็แค่ดีลงานกันใหม่

Advertisement

นอกจากนี้ฌอห์ณยังว่า เรื่องที่มาสายนั้น งานเริ่ม 15.00 น. ทีมงานนัด 14.00 น. ตอน 14.15 น. ตนยังขออนุญาตไปปัสสาวะอยู่เลย ซึ่งในฐานะนักแสดงเรื่องวินัยเป็นสิ่งสำคัญมาก แค่มาสายก็แย่แล้วและไม่น่าจะเป็นเรื่องผิดพลาด ซึ่งถ้าตนมาสายจริง ตนคงไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว อย่างไรก็ตามตนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและผู้ใหญ่ก็อยู่ในงานจึงไม่ได้โกรธเคือง รวมถึงไม่งงที่อีกฝ่ายออกมาพูด เนื่องจากคนเรามีหลายเหตุผล คนเรามีหลายประเภท และถ้าออแกไนซ์นี้จ้างงานมาอีก ถ้าคุยให้ตรงกันแล้วตนก็พร้อมจะไป

ฌอห์ณยังบอกด้วยว่า ไม่ชอบกับการที่มีการแจกผลไม้ให้เอสเธอร์ ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งทีมเพราะเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน วันหนึ่งต้องโคจรมาเจอกันอีก ไม่ว่ากับใครก็ยังอยากมองหน้าแล้วพูดคุยได้ปกติ

“ผมไม่ได้แบ่งทีมครับ ก็จ้างมาอย่างที่บอก ละครถ้าจ้างมาผมก็ไป งานอีเว้นท์ถ้าจ้างมาแล้วถูกต้องตามกระบวนการผมก็ไป ขอแค่ให้ผมทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไรบ้าง ผมคิดว่าในฐานะนักแสดงแค่บอกตรงๆ เราก็ยินดีทำให้” ฌอห์ณย้ำ

พร้อมกับว่า ความรู้สึกที่มีต่อเอสเธอร์ก็เรื่อยๆ อาจจะมีจุกบ้าง แต่รู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด เดี๋ยววันหนึ่งก็จะเข้าใจถูก เพราะนี่เป็นการมองต่างมุมกัน ถ้าอีกฝ่ายรับสารโดยไม่ได้ฟังทั้งหมดก็อาจเข้าใจแบบนั้นได้ โดยตนยังยินดีที่จะร่วมงานเอสเธอร์ เพราะทางป้อน – นิพนธ์ ผิวเณร ผู้ใหญ่ทางเอ็กแซ็กท์ก็เรียกไปคุยว่าแผนละครของตนจะเป็นอย่างไรแล้วอยากร่วมงานกับใครบ้าง

“(แสดงว่าเรามีแพลนจะได้ร่วมงานกับเอสเธอร์จริงๆ?) ผู้ใหญ่เขาก็วางๆ กันอยู่ครับ ผมก็ตอบได้แค่นี้เพราะทางน้องเขาอาจจะยังไม่ทราบ เพราะถามพี่ป้อนเขายังไม่ได้คอนเฟิร์มเคาะเรื่อง แต่ถามพี่ป้อนแค่บอกกับผมว่าพี่ยังอยากให้ฌอห์ณร่วมงานกับน้องอยู่นะเพราะเป็นเคมีที่ดี เดี๋ยวเขาคงหาเรื่องที่เหมาะสมถ้าไฟนอลเมื่อไหร่เดี๋ยวก็คงจะมีคนโทรมาบอกผมเอง ถามว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เราสองคนอาจจะไม่ได้ร่วมงานกันแล้วหรือเปล่า ผมไม่มีปัญหาครับขอแค่จ้างมาและพูดมาให้ตรง เพราะผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้  ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนั้นคนนี้ ผมก็คงตายครับ บ้านผมลำบาก”

“ยังสนิทใจครับ เพราะว่าไม่ใช่ปัญหาของผมกับน้อง แต่เป็นปัญหาของคนกลางที่คุยงานไม่เคลียร์เท่านั้นเอง” ฌอห์ณย้ำถึงความสัมพันธ์กับเอสเธอร์

ส่วนเรื่องเคน – ภูภูมิ พงศ์ภาณุ โพสต์เรื่องเห็นแก่ตัวนั้น ฌอห์ณกล่าวว่า “เขาก็ตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้หมายถึงใคร เป็นคำสอนดีๆ ก็โอเคครับ ผู้ชายเขาไม่คิดอะไรกันแบบนั้นหรอก มีอะไรเขาก็คุยกับผมตรงๆ มากกว่า ถามว่ายังร่วมงานกับเคนได้ไหม ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ถามว่าได้คุยกับเคนบ้างไหม ไม่ได้คุยครับ เคยเจอครั้งถึงสองครั้งตามงาน ก็ทักทายสวัสดีกันในฐานะพี่น้อง แต่ก็ไม่ได้ไปโกรธเคืองหรืออะไร เพราะเราก็เข้าใจในมุมของเขา และเขาก็ออกมาพูดว่าไม่ได้หมายถึงเรา ดังนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก ผมไม่เคยทะเลาะกับใครและผมก็ไม่ชอบทะเลาะกับใคร เพราะสุดท้ายแล้ววงการมันแคบปีหน้าก็อาจจะเจอกันก็ได้ เราร่วมงานด้วยกันดีๆ ดีกว่า”

“บอกตรงๆ เลยครับว่าทุกครั้งที่มีปัญหาหรือสงคราม ไม่มีผลดีต่อทั้งสองฝ่ายเลย เพราะทุกคนก็จะมีบาดแผลหรือเจ็บตัว สุดท้ายก็อยากจะฝากบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา คุณไม่ชอบใครก็อย่าไปทำร้ายเขา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่คุณชอบและคุณไม่ชอบ เขาอาจจะมาร่วมเฟรมกันและอาจจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันในชีวิตก็ได้ ฉะนั้นสนับสนุนคนที่เรารักและก็ช่วยเหลือนกันดีกว่าไปทำร้ายคนอื่น เพราะผมก็บอกเหมือนกันว่าอย่าไปคอมเม้นท์ทำร้ายกัน เราอยู่ในจุดตรงนี้ดีแล้ว อยู่เฉยๆ ดีที่สุด” ฌอห์ณทิ้งท้าย