ลูกสาว ‘เพลิน พรหมแดน’ เผยทั้งน้ำตาขอเกิดมาเป็นลูกพ่ออีก เชื่อท่านไปสู่ภพภูมิที่ดี
จากการสูญเสียบุคคลสำคัญของวงการเพลงไทย เพลิน พรหมแดน หรือ ดร. สมส่วน พรหมสว่าง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีไทยลูกทุ่ง ประจำปี พ.ศ.2555 ผู้สร้างตำนานราชาเพลงพูด ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชรา ในวัย 85 ปี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว เพื่อนในวงการ นอกวงการ และแฟนเพลงที่เคารพรัก และในงานสวดอภิธรรมเป็นคืนแรก แพท ภัทริญา พรหมสว่าง ลูกสาว ก็ได้มาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการจากไปของคุณพ่อว่า

ก่อนคุณพ่อจะเสีย เกิดอะไรขึ้น?
“คุณพ่อเป็นคนแข็งแรงมาก ตอนนี้คุณแม่จะไม่สบาย เราจะโฟกัสไปที่คุณแม่มากกว่า แต่ว่ากลายเป็นว่าคุณพ่อซึ่งไม่มีอาการอะไรเลย ค่อนข้างแข็งแรง ซึ่ง 2 อาทิตย์ก่อนหน้านั้นคุณพ่อจะบ่นว่า ค่อนข้างเหนื่อย แล้ววันที่ 2 คุณพ่อไปอำเภออรัญประเทศ ไปเรื่องที่ดิน และไปเยี่ยมญาติ ซึ่งไปตั้งแต่เช้าจนถึงมืด พอวันที่ 3 ปกติกิจวัตรประจำวันของคุณพ่อคือไปสวดมนต์ และจะออกมาทานข้าว แต่พอหลังจากที่สวดมนต์ปุ๊บ คุณพ่อเหมือนจะวูบ ล้มลงไป แต่ว่าไม่ได้หัวแตก แล้วก็เรียกรถพยาบาล พอหน่วยกู้ชีพมาปุ๊บก็มีการปั๊มหัวใจ ประมาณ 20 นาที แล้วนำไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วคุณหมอก็โทรมาแจ้งว่าสัญญาณชีพอ่อนแล้วก็ไม่มีแล้ว ซึ่งปั๊มหัวใจประมาณ 30 นาที คุณพ่อก็เสียที่โรงพยาบาล”
จากสาเหตุโรคหัวใจล้มเหลว?
“ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่าคุณพ่อไม่มีโรคหัวใจ เนื่องจากเคยไปตรวจแล้ว ว่าคุณพ่อไม่มีโรคหัวใจ ซึ่งคุณหมอก็ลงความเห็นว่าคุณพ่อเป็นโรคชรา น่าจะเหนื่อยจากการพักผ่อนน้อยมากกว่า”
ก่อนหน้านี้คุณพ่อมีโรคประจำตัวอะไรไหม?
“คุณพ่อไม่ได้เป็นโรคอะไรที่ร้ายแรง ก็เป็นโรคของคนชราทั่วๆ ไป คุณพ่อค่อนข้างแข็งแรง เหมือนดูแลตัวเองได้หมดเลย เราก็เลยไปโฟกัสที่คุณแม่มากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าคุณพ่อไปก่อน”
ทุกอย่างกะทันหันมากทางครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง?
“เสียใจ เพราะมันกะทันหันมาก คุณพ่อเคยบอกว่า คิดว่าจะอยู่ถึงอายุ 90 ปี เคยถามว่าทำไม คุณพ่ออยากสวดอิติปิโสไปถึง 90 ซึ่งหลังๆ คุณพ่อสวดมนต์เยอะมาก เลยคิดว่าคุณพ่อน่าจะไปภพภูมิที่ดี”

คุณพ่อได้ฝากอะไรไว้ครั้งสุดท้ายไหม?
“ไม่มีเลย เพราะก่อนหน้านั้นก็ไม่มีสัญญาณบอกอะไร เพราะยังคุยกันปกติ คุณพ่อบอกว่าเหนื่อยก็เลยบอกคุณพ่อว่าให้พักผ่อนเยอะๆ เพราะคุณพ่อเป็นคนหลับยาก”
ขออนุญาตถามถึงสภาพจิตใจของคุณแม่?
“กลายเป็นว่าคุณแม่เข้มแข็ง อาจจะเห็นว่าพี่เสียใจ คุณแม่ก็เลยต้องเป็นหลัก คือช่วงที่คุณพ่อเสียใหม่ๆ ฟังเพลงไม่ได้เลย พอฟังแล้วก็คิดถึงจะร้องไห้”
เคยฝันเห็นคุณพ่อบ้างไหม?
“เหมือนวันที่ 3 ท่านมาเรียก เหมือนเป็นความเชื่อ ว่าท่านไปอยู่ในภพภูมิที่ดี รู้เลยว่าเป็นสถานที่ๆ ดีสวยงามก็เลยหมดห่วงค่ะ เหมือนพ่อรู้ว่า เราห่วง เราคิดถึง”
ได้อยู่กับคุณพ่อตลอดเวลาไหม?
“ไม่ พี่ทำงานที่ระยอง ซึ่งยังเสียใจอยู่ทุกวันนี้ว่าจริงๆ ควรจะกลับวันศุกร์ แต่วันนั้นมีอะไรไม่รู้ก็เลยไม่ได้กลับ และกำลังจะเตรียมตัวกลับมา แต่กลายเป็นว่ากลับต้องไปที่โรงพยาบาล ”

มีอะไรที่คุณพ่อยังติดค้างและต้องทำอีกไหม
“หลายอย่างคุณพ่อเขาอยากทำยูทูป มีเพลงใหม่ๆ ที่คุณพ่อแต่งและร้องไกด์ไว้ และมีประวัติของหลวงตาบัว หลวงปู่มั่น และประวัติของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ทุกคนเข้ามาศึกษาธรรมมะ”
เคยบอกไหมว่าอยากให้สานต่ออะไร?
“ไม่มีค่ะ เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว ก็เลยไม่มีสานต่ออะไร”
ที่คุณพ่อค้างไว้เราจะดำเนินการต่ออย่างไร?
“ยังไม่คิดเลย ตอนนี้ขอจัดงานให้เรียบร้อยก่อน”
คำสอนของคุณพ่อที่เราจำได้เสมอคืออะไร?
“คุณพ่อเป็นแบบอย่างที่ดีมาก เป็นคนที่อดทน จิตใจดี ไม่ว่าร้ายใคร ไม่โกรธใคร และเขาจะบอกแพทตลอดว่าโชคดีที่เกิดมาในตระกูลที่ไม่ต้องทำบาป ไม่ต้องผิดศีล คุณพ่อก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต”
ภูมิใจแค่ไหนที่มีคุณพ่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต?
“ภูมิใจมากค่ะ แค่วันนี้เห็นทุกคนมาเยอะแยะก็ดีใจ และมีโอกาสได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ได้รับโอกาสพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ได้พวงมาลา รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ”
ต่อจากนี้ใครอยู่กับคุณแม่?
“มีลูกพี่ลูกน้อง แต่ว่าอีกสักพักแพทคงต้องไปอยู่กับคุณแม่ ดูแลใกล้ชิด เพราะคุณแม่ก็ไม่ค่อยสบาย”
พิธีการหลังจากนี้?
“มีสวดอภิธรรม 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-17 สิงหาคม ซึ่งวันที่ 17 จะมีเลี้ยงเพล สวดปกติ และมีพิธีบรรจุศพ หลังจากนี้เราก็จะเก็บไว้ 100 วัน เพราะรอพระราชทานเพลิง”
อยากบอกอะไรกับคุณพ่อ?
“คิดถึงมาก (ร้องไห้) รักมาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเกิดเป็นลูกคุณพ่ออีก ต้องเร่งทำบุญ เพราะถ้าบุญบารมีไม่ถึงคุณพ่อ เราจะไปไม่ทันพ่อ”
คำสั่งเสียของคุณพ่อ?
“เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ จะคุยกับคุณพ่อไว้ว่าถ้าเกิดว่าแพทเป็นเจ้าหญิงนิทรา หรือสายระโยงระยาง ปล่อยแพทไปเลยนะ คุณพ่อบอกก็เหมือนกัน ถือว่าคุณพ่อไปสบายมาก ไม่เจ็บปวด ไม่ทรมาน ไม่ต้องใส่สายอะไรเลย คือท่านมีบุญมากๆ”

