ครอบครัว ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ เผยสาเหตุเสียชีวิต แหวนแหวน น้ำตาไหลได้พาเหลนมาเจอหน้าครั้งแรก

21.08.24 | 19:13 น.

ครอบครัว ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ เผยสาเหตุเสียชีวิต แหวนแหวน น้ำตาไหลได้พาเหลนมาเจอหน้าครั้งแรก

หลังจากที่วงการบันเทิงได้สูญเสียอีกหนึ่งศิลปินแห่งชาติ ชรินทร์ นันทนาคร ผู้เป็นตำนานของวงการเพลงลูกกรุง ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา ในวัย 91 โดยวันนี้ (21 สิงหาคม) ได้มีพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 9 วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ทั้งนี้ ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, ปัญญชนิตย์ เธียรประสิทธิ์ ลูกสาว และ แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ, หวาน ปัญญ์ธิษา เธียรประสิทธิ์ หลานสาว ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงการสูญเสียครั้งสำคัญของครอบครัวว่า

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวครั้งนี้?
ปัญญ์ชลี : พวกเราก็ทำใจมาระยะหนึ่งแล้วค่ะ คุณพ่อก็ป่วยมานานแล้วแต่มาทรุดจริงๆ เอาปีนี้ เราก็ยังได้ไปเยี่ยมไปพบเจอเหมือนปกติ คุยให้ท่านฟัง ยังใกล้ชิดกันตลอดเวลา คุณพ่อไม่ได้มีแสดงสีหน้าความเจ็บปวดเราก็ดีใจว่าคุณพ่อท่านไปแบบสบายค่ะ ไม่ได้ฉีดมอร์ฟีนอะไรเลย ไปแบบสงบ หน้ายังดีอยู่เลย ถึงเวลาที่ท่านต้องเดินทางไกลพวกเราก็ไปกราบลาครั้งสุดท้าย แล้วก็ให้ท่านไปสบายไม่ต้องห่วงอะไร ก็คิดว่าถึงเวลาของท่านแล้วและท่านก็ไม่มีห่วงอะไรแล้ว

คุณอาไปอยู่โรงพยาบาลครั้งนี้นานแค่ไหน?
ปัญญ์ชลี : ระยะ 1-2 ปีมานี้ก็เข้าๆ ออกๆ ค่ะ แต่ช่วงหลังอยู่ไอซียูประมาณเดือนนึงค่ะ เจ็บป่วยอะไรนิดๆ หน่อยๆ โรคคนแก่ค่ะ เพราะก็ 90 กว่าแล้ว ก็ถือว่าอายุยืนพอสมควรแล้ว ท่านก็สู้นะคะจริงๆ ท่านก็ยังอยากสู้อยู่ บางทีข้างในเราทั้งหัวใจเอย ปอด มันค่อยๆ เสื่อม ไปตามเกิดแก่เจ็บตาย เราก็คิดไปตามธรรมะ ธรรมชาติ ก็คิดว่าคงสู้ไม่ไหวแล้ว ก็บอกท่านว่าให้ไปสบายไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้ว ซึ่งท่านก็ไปในที่ที่สวยงาม กว่านี้แล้วไม่ต้องเจ็บป่วยด้วยค่ะ

Advertisement

คุณอาชรินทร์ก็ถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน?
ปัญญชนิตย์ : คุณพ่อเป็นเสาหลักในหลายเรื่อง ทำให้เราเห็นโลกกว้าง บางทีเราไปหาท่านก็จะคุยเล่าเรื่องต่างๆ ประสบการณ์ที่เขาเคยเจอมาให้เราได้รู้ว่าเป็นอย่างนี้นะ เขาจะสอนแหวนกับหวายเสมอเรื่องการอยู่ในวงการ ให้มีความเคารพศิลปินอาวุโส

คุณอาจากไปด้วยโรคชราใช่ไหม?
ปัญญ์ชลี : ใช่ค่ะ หัวใจล้มเหลวด้วย

แหวนแหวนก็มีความผูกพันกับคุณตามากเหมือนกัน?
ปวริศา : เรียกได้ว่าเติบโตมาตั้งแต่จำความไม่ได้แม่คงเปิดกล่อมนอน พอโตขึ้นมาเริ่มรู้เรื่องคุณตาจะเป็นคนอบอุ่นน่ารัก ท่านเกิดมาเพื่อเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เป็นคนที่ให้ความสุขกับทุกคน เป็นคุณตาที่เวลาลูกหลานไปหาก็จะมีแต่เสียงหัวเราะ แม้กระทั่งเราช่วงสุดท้ายของชีวิตท่านก็ยังตลกทุกครั้งที่ไปหาก็เรื่องขำขันทุกรอบ ท่านเป็นศิลปินที่แท้จริง เราเห็นท่านร้องเพลงใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของงานจะไม่มีการลิปซิงค์ร้องสด อายุ 80-90 ก็ยังร้องสดจนต้องเอาถังออกซิเจนไปรอข้างเวที กลัวว่าเดี๋ยวจะหน้ามืด เป็นศิลปินที่ทุ่มเทมากๆ เราก็ชื่นชมและเคารพคุณตาเป็นตำนานจริงๆ ค่ะ

แหวนแหวนก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่เสียดายที่ไม่ได้ทำ?
ปวริศา : (ร้องไห้) วันนี้ก็เอาลูกมาแล้วค่ะ พามาหาคุณทวดเป็นครั้งสุดท้าย จริงๆ เราอยากพามาแต่ก็รอครบ 3 เดือน พอครบ 3 เดือนตั้งใจจะไปหา ก็ไม่ทัน คุณตาเข้าโรงพยาบาลแล้วไม่ได้ออกมาอีกเลย ตอนแรกยังคิดว่าถ้าถอดสายแล้วสามารถเข้าไปกราบได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขอให้แกหลับไปสบาย วันนี้ก็เลยได้พาตัวเล็กมาเจอคุณทวดครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ก็ดีใจ คิดว่าแกยังรู้สึกได้ก็จับมือกันเพราะตอนอยู่ที่ไอซียูก็ดูคลิปหลานวิดีโอคอลคอล แกก็น้ำตาไหลอยากเจอแกรักเด็กวันนี้ก็ได้เจอแล้วค่ะ

หวายก็ได้เดินตามรอยคุณตาเป็นศิลปิน?
ปัญญ์ธิษา : รู้สึกดีใจค่ะที่หวายเองตามรอยคุณตามาพอตั้งแต่เด็กๆ ก็คือครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่สนิทกันมากเวลาอยู่ด้วยกันก็จะมีเสียงเพลงร้องเพลงด้วยกันตลอด ก็ยังอยากให้ทุกคนฟังเพลงของคุณตาอยู่นะคะ

หลายคนเป็นห่วง อาเพชรา?
ปวริศา : เชื่อว่าอีกหนึ่งในสาเหตุที่คุณตา อยู่ได้ยาวๆ คือจริงๆ คุณหมอพูดมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าอาจจะไม่พ้นปีที่แล้วแต่คุณตาก็อยู่มาได้อีกเป็นปี เราก็ไปหาตลอดเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันไหน แต่เชื่อว่าคุณตาห่วงคุณยาย ห่วงมากเหมือนจะไปแต่ก็สู้มากอยู่ต่อมาได้อีกหลายเดือนจนมันไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ ก็เชื่อว่าหนึ่งในสิ่งที่คุณตาเป็นห่วงก็คือคุณยายเพชร เราก็ไม่ได้บอกคุณยายเพชรว่าคุณตาอาการไม่ดีมาเป็นปีแล้ว ก็ไม่อยากให้แกเสียกำลังใจ ได้มาบอกคุณยายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าไม่น่าได้กลับบ้านแล้วนะ คุณยายก็เข้มแข็งนะคะเข้มแข็งกว่าที่คิด ทีแรกคิดว่าเราจะดูแลคุณยายยังไงเพราะเขารักกันมากดูแลกัน นอนด้วยกันตลอด เป็นสามีภรรยาที่รักกันเหนียวแน่น แกก็เสียใจค่ะแต่คุณยายก็เข้มแข็งรับมือได้ดีแล้วหลังจากนี้เราก็ต้องดูแลสภาพจิตใจคุณยายให้ดีที่สุดค่ะ

เป็นห่วงอะไรบ้าง สำหรับอาเพชรา?
ปวริศา : จริงๆ คุณยายเป็นคนเข้มแข็งมาก จริงๆ ตอนที่บอกคุณยาย ท่านไม่ได้ร้องร้องไห้โฮเลยนะ แกนิ่งแล้วก็จับมือคุณตาแล้วก็ลูบมือ โถๆ.. ตอนแรกคิดว่าจะร้องไห้ฟูมฟายเราก็คงเครียดก็ห่วงว่าท่านเก็บอะไรไว้ในใจเยอะ ท่านพยายามเข้มแข็งแต่ข้างในอาจจะแตกสลายแล้ว เราก็กลัว เหมือนเราเศร้าเราก็ร้อง แต่คุณยายเขาจะโฮลไว้เราก็กลัวว่าท่านอาจจะเก็บเยอะเกินแล้ววันนึงจะระเบิดออกมา กลัวสภาพจิตใจแกจะแย่ลงเรื่อยๆ ค่ะเ ราก็ค่อนข้างกังวลในเรื่องนั้นเพราะแกไม่ค่อยแสดงออก

พิธีการหลังจากนี้จะมีอะไรอีกบ้าง?
ปวริศา : หลังจากนี้จะมีสวดอีก 6 วันหลังจากนี้แล้วก็เก็บอีก 100 วันก็จะมีพิธีพระราชทานเพลิงค่ะ