‘ใบเตย อาร์สยาม’ เปิดสภาพจิตใจ เป็นผู้ป่วยจิตเวช พร้อมตอบปมรักครั้งใหม่กับ ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’

26.08.24 | 15:00 น.

‘ใบเตย อาร์สยาม’ เปิดสภาพจิตใจ เป็นผู้ป่วยจิตเวช พร้อมตอบปมรักครั้งใหม่กับ ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’

แม้ว่าจะได้รับการประกันตัวออกมาสู่โลกภายนอกเพื่อทำงานและดูแลลูกสาวคนเดียวแล้ว แต่กระนั้น เรื่องของสภาพจิตใจของนักร้องสาว ใบเตย อาร์สยาม หรือ ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน ก็ยังหนักหนาอยู่ โดยล่าสุด เจอหน้าในกองถ่ายเอ็มวีเพลงใหม่ ‘แท่ด แท่ด’ ของใบเตย เจ้าตัวก็ได้อัพเดตชีวิตให้ได้ฟังว่า

ซิงเกิ้ลใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?
“ดีใจ เหมือนได้กลับมาทำสิ่งที่ตัวเองรัก ทั้งที่ไม่คิดว่าจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้นในชีวิต ดีใจที่ได้กลับมาเป็นใบเตยของทุกคน เป็นศิลปินที่ยังมีผลงานเพลงที่ยังรักมากๆ ให้ทุกคนมีความสุขกัน”

ซิงเกิ้ลนี้เป็นยังไง?
“เป็นอีกเพลงที่คิดว่าทุกคนจะได้เต้นกันทั่วประเทศทุกเทศกาลต่อจากนี้ไป และก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทุกคนจะๆด้จดจำเราในพาร์ทการเป็นใบเตย อาร์สยาม สั้นเสมอหู ชื่อเพลงว่า Tad Tad หรือภาษาไทยก็ แท่ด แท่ด แต่ในเพลงถ้าไปฟังจะรู้ว่าทำไมถึง Tad Tad มันคือเมโลดี้นึงเท่านั้นแหละ อย่าคิดมากไปกว่านั้น (หัวเราะ)”

เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
“เกี่ยวกับผู้หญิงคนนึงที่ผิดหวังทุกอย่าง แล้วได้มาเจอกัยเพื่อน คือเราอยากให้เอ็นจอยกันทั่วประเทศ ได้ดื่ม ได้ดริ้งก์ และรู้สึกว่าใครอกหัก หรือใครมีปัญหาความรัก เพื่อนสาวใดๆ คือที่พึ่ง.เหมือนชวนมาจอยกัน เป็นการมาเต้น มาปลดปล่อย”

Advertisement

ปกติเพลงใบเตยต้องมีท่าจำ เป็นยังไงบ้าง?
“ก็แซ่บมาก คิดว่าทุกคนจะได้เต้นตามกันแน่นอน ก็ฝากเต้นตามในติ๊กต็อกด้วยนะพี่ๆ (ม่วนแน่นอน?) ม่วนแน่นอน ก็กะให้ทุกร้านทั่วประเทศนี้เปิดเพลงนี้กันอย่างแน่นอน ไม่แพ้แน่นอก”

หลายคนก็คาดหวังว่าชุดต้องสั้นแน่นอน?
“ก็เอาจริงๆ ก็เป็นสไตล์เราเหมือนเดิม และสไตล์ลิสต์ก็เหมือนเดิม ตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงนี้ ใบเตยก็อยากให้ทีมงานเก่าๆ ได้กลับมาทำให้เรา คือใบเตยรู้สึกว่าใบเตยรักคนเดิมที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และ ณ วันนี้ เรากลับมาเราเติบโตมาด้วยความรัก ตวามเอ็นดู ความเห็นใจ การดูแลจากทุกๆ คน และค่ายเก่าด้วย เพราะฉะนั้นใบเตย อยากให้ทีมงานที่ร่วมสร้างสรรค์จนเราเป็นใบเตย อาร์สยาม ได้กลับมาอยู่ในเพลงนี้เหมือนเดิม

กลับมาทวงบัลลังก์ตัวเองคืน?
“ใบเตยเฉยๆ มากกว่ากับบัลลังก์ แต่ ณ วันนี้ทำในสิ่งที่รัก ได้กลับมาร้องเพลง มอบความสุขให้แฟนเพลงทั่วประเทศ คือสิ่งที่เราโฟกัสถึงทุกวันนี้”

มันยากไหมกว่าจะมีซิงเกิ้ล เพราะเราค่อนข้างห่างเหินการมีซิงเกิ้ลเดี่ยว?
“จริงๆ ไม่คิดเลลยว่าจะได้กลับมาตรงนี้อีกครั้ง ก็เกินฝันนะ (ต้องผ่านกระบวนการอย่างไร?) โห (หัวเราะ) ผ่านหลายกระบวนการอยู่นะคะ จนกว่าเราจะได้ออกมาและเราก็ฟื้นฟูสภาพตัวเอง ทุกๆ อย่างจนได้กลับมามีงานคอนเสิร์ต จนได้กลับมารู้แล้วว่าวันนี้เรายังมอบความสุขให้กับแฟนเพลงได้ วันนี้อยากขอบคุณเฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ที่ทำให้เราได้กลับมายืนตรงนี้ และเฮียก็มีทีมงานที่ทีมงานที่ดูแลทุกอย่างในตรงนี้ ทีมเวิร์กของเราทุกทีม และทุกๆ คนที่เป็นทีมงานใบเตย ที่สร้าง และปั้นเรามาจนถึงทุกวันนี้ จนวันนี้มันก็ยังอยู่ด้วยกัน ขอบคุณมาก

สำหรับตัวเราปัดฝุ่นเยอะไหม?
“คือแทบไม่เลย ถ้าเรื่องของเสียง หรือรูปร่าง เอาจริงๆ ผอมลงมากๆ นี่คือสิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นข้อดี เพราะทำให้การเต้นมันยังทำได้ ยังแข็งแรง ยังแซ่บได้อยู่”

เรามองตลาดเพลงที่มันเปลี่ยนไปกับยุคเราอย่างไร?
“ใบเตยดีใจมาก ต้องบอกว่าตัวเองเป็นศิลปินยุค 2000 อันนี้ 2024 แล้ว มันมีหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลง และความจริงแล้ว ด้วยความเป็นลูกทุ่งที่มันยังเป็นใบเตย หนูก็ยังรักความเป็นลูกทุ่งของหนูมากๆ หนูก็ยังรู้สึกว่า โอเค เราก็เป็นใบเตยที่มันลูกทุ่งอาร์สยามเหมือนเดิม คือทางของเรา ค่อนข้างที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขในทางของเรา ก็ฝากเพลง Tad Tad ด้วยนะคะ ซิงเกิ้ลล่าสุดจากใบเตย อาร์สยาม คัมแบ๊กรอบนี้ก็กลับมา คิดว่าคงเต้นให้ทุกคนได้ดูแบบแซ่บที่สุดเหมือนเดิม และก็อยากให้ทุกที่ ทุกร้านได้เต้นตาม แต่ท่อนเดียวก็ดีใจแล้ว ฝากด้วยนะคะ”

ณ วันนี้สภาพจิตใจเราเป็นอย่างไรบ้าง?
“โห ณ วันนี้เหรอคะ (น้ำตาคลอ) เอาจริงก็ยังหนัก แต่ ณ วันนี้สิ่งสำคัญก็ต้องมีสติทุกๆ วันที่ตื่นมามากๆ อยู่ได้ด้วยกำลังใจของทุกคน การทำงานช่วยได้เยอะมาก ตื่นมาทุกวันก็ต้องบอกกับตัวเองว่าต้องทำงานให้ได้นะต้องมีสติ เอาจริงๆ ก็ยอมรับว่าหลายๆ อย่างในชีวิตค่อนข้างพังทลายไปค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะสภาพจิตใจ”

ทุกวันนี้ยังนอนหลับสนิท?
“ยังค่ะ ต้องใช้ยาหมด ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าตลอด เพราะเป็นโรคจิตเวชตั้งแต่อยู่ในนั้นจนถึงวันนี้”

พอได้ออกมาก็ได้ไปคุยกับหมอ?
“คุยค่ะ โดยขั้นตอนการรักษาก็พยายามทานยาอยู่ตลอดตามที่หมอสั่ง แต่ ณ วันนี้ก็ดีขึ้นมาก ค่อยๆ เบายาหลายๆ ขนาดลงมากขึ้น แต่หลักๆ ต้องหลับให้ได้ ถ้ามันไม่พอ ก็จะทำอะไรไม่ได้ในแต่ละวันเลย”

เรื่องไหนที่มันยังคาใจ ที่ยังไม่เคยออกไปไหนจากหัวเรา?
“มันคือภาพรวมมากกว่า ในวันที่ชีวิตไม่เหมือนเดิม ในวันที่เราค่อนข้างสูญเสียผู้นำครอบครัวไปทั้งหมด ทั้งแฟนน้องลุกซ์ ทั้งพี่แมน มันเปลี่ยนแปลงไปหมด”

ในความเป็นใบเตยทำอะไรก็ดราม่าไปหมดเรารับมือกับมันอย่างไร?
“เอาจริงๆ นะวันนี้หนูมองผ่านเรื่องนั้นไปนานมาก เหมือนเราเจออะไรที่สุดมากกว่านั้นมาเยอะมากๆ มันก็สร้างความเข้มแข็งในเรื่องของอะไรตรงนี้ได้ดีพอสมควร เอาจริงๆ ชีวิตจริงของเรานักหนาไปเยอะมากๆ ก็เลยไม่ค่อยให้ดีเทลกับคอมเมนต์อะไรอย่างนี้แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเราก็สตรองกับตรงนี้มาตลอด”

เวลาขายของคนก็ยิ่งมาคอมเมนต์?
“ปกติค่ะ ถือว่ามันเป็นสาธารณะ เมื่อเรามีชื่อเสียงเราก็ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ เราเพียงแค่มองผ่าน”

ณ วันนี้เราเรียบเรียงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง?
“โหเรียบเรียงเยอะมากๆ ไม่ใช่แค่ดีเทลปัญหาหรอกแต่ในชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบทั้งตัวเอง ทั้งลูก ทั้งงาน ทั้งคนในครอบครัว เหมือนเราแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว และในวันนี้เหมือนเราต้องมีสติและบริหารชีวิตคนเดียวเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องลูกที่มันค่อนข้างเซ็นซิทีฟ แล้วค่อนข้างที่จะมีเอฟเฟ็กต์กับสภาพจิตใจเราพอสมควร เราก็ต้องมีสติสุดๆ”

อธิบายกับน้องอย่างไรบ้าง?
“เราก็อธิบายเวทมนต์ให้น้อยที่สุด พอเรากลับมาเขาก็ไม่ได้ค่อนข้างสอบถามอะไรมากมาย เราก็ทำหน้าที่ทำให้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วเป็นให้ได้ทุกๆ อย่าง และคนรอบข้างก็ช่วยกันดูแลเวทมนต์อย่างเต็มที่ นับตั้งแต่ที่อยู่ในนั้นจนถึงวันนี้”

แบ่งเวลาอย่างไรบ้างระหว่างเวทมนต์กับงาน?
“อันนี้เป็นเรื่องที่หนักมากกับชีวิต ก็ตื่นเช้าไปส่งลูก หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมสามี เป็นอย่างนี้มาเกือบปีแล้ว”

แสดงว่าใบเตยมีโอกาสได้คุยกับพี่แมนตลอด?
“ค่ะ”

ใบเตยกับพี่แมนมีคำตอบให้รู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?
“มีคำตอบค่ะ แต่ขอเป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งเวทมนต์เขาก็เข้าใจ น้องเขาโอเค ซึ่งน้องเขาก็ดูสดใสเพราะเขาถูกเลี้ยงมาด้วยความสุข”

ข่าวลือว่าเลิกกันเกิดอะไรขึ้น?
“ตามนั้น ก็ได้หย่ากันจริงค่ะ ซึ่งไม่ใช่ช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งขออนุญาตไม่ลงดีเทลตรงนี้ เพราะว่ามันก็แย่ และส่งผลอะไรหลายๆ อย่าง เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยออกมาพูดอะไร เพราะเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องเซ็นซิทีฟไปหลายอย่างของตัวเราเอง ถ้าในทางกฎหมาย พี่แมนไม่ได้เป็นสามีของใบเตยแล้ว แต่ในชีวิตความเป็นพ่อ แม่ ลูก ก็ยังมีเสมอค่ะ เรื่องการหย่าเป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายและจบกันได้ด้วยดีและเป็นการตกลงกันภายในครอบครัว ในแง่ของความรู้สึกของเรากับพี่แมนก็ยังเหมือนเดิมในความเป็นพ่อแม่ลูก และเป็นคู่ชีวิตก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง คือเรายังพยายาม อย่างตัวใบเตยเองก็จะบอกทุกคนว่าเราพยายามรักษาครอบครัวที่สุดแล้ว แต่ละอย่างก็ยอมรับว่ามันเหมือนคนบ้านพัง ต้องบอกแบบนี้”

ได้คุยกับแม่ป๋อง (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) หรือยัง?
“ยังไม่ได้คุยค่ะ เอาจริงๆ ใบเตยขอไม่พูดถึงบุคคลอื่นแล้วกัน ถ้าวันนี้มันเป็นเรื่องของใบเตยอันนี้มาจากปากใบเตยเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”

ไปเยี่ยมแมนไหม?
“เรายังไปเยี่ยมพี่แมนตลอด เพราะเราก็ยังรักษาความเป็นครอบครัวอย่างที่สุด คนข้างในไม่ท้อ คนข้างนอกก็ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ซึ่งเราก็ให้กำลังใจเขาเยอะ เขารับรู้ และทุกคนในนั้นจะได้เห็นใบเตยไปเยี่ยมพี่แมนอยู่ตลอด ซึ่งพี่แมนสภาพจิตใจเข้มแข็ง สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่ายังจับมือกับผู้ชายคนนี้อยู่ ก็คือมันเป็นมนุษยธรรมมากๆ ที่มันไม่มีทางทิ้งกันแน่นอน และยังรักพี่แมน ซึ่งในนั้นอาจจะไม่ได้บอกจากปากแต่ก็มีจดหมายที่เขียนไปตลอด”

เป็นเรื่องยาก?
“มันเป็นรื่องยากสำหรับใบเตยมาก และไม่คิดว่าจะมีใครโชคร้ายได้เท่านี้อีกแล้ว”

ในส่วนของใบเตยกับพี่แมนยังมีความหวังไหม?
“คือหนูไม่รู้อนาคตเลย ชีวิตใบเตยตอนนี้คือเดย์บายเดย์ ทุกอย่างมันจะเริ่มต้นใหม่ได้ หรืออะไรได้คง ณ วันที่ทุกอย่างตัดสินได้ เราถึงจะแน่ชัดภาพชีวิตมากกว่านี้ ซึ่งความสุขของใบเตยวันนี้ก็คือลูก และการได้ร้องเพลง ดีใจมากๆ ที่หลายคนให้โอกาส เพราะยังไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ได้ มีงานและมีคนที่ให้โอกาส วันนี้มันก็เกินฝัน คือขอแค่ได้มาทำในสิ่งที่รักเหมือนเดิม ได้มามอบความสุขอย่างที่เคยทำมาตลอด ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้อีกแล้ว เรารู้สึกว่าเรามันคงเป็นความรู้สึกที่กัดกินเราตลอดด้วย และเรารู้สึกว่าสังคมคงไม่ต้อนรับแล้ว และคงไม่มีใครอยากฟังเพลงเราอยากฟังเสียงเรา ไม่มีใครคิดถึงศิลปินคนนี้อีกแล้ว สิ่งที่อยากขอบคุณที่สุด ขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวผู้หญิงคนนี้ ขอบคุณทุกคนที่ยังคิดถึงทุกเพลงของใบเตยอาร์สยาม และสิ่งสำคัญก็ยังขอบคุณค่ายอาร์สยาม ขอบคุณอาร์เอสมิวสิก ทุกคนที่ยังอยู่ข้างๆ ผู้หญิงสั้นเสมอหูคนนี้มาตลอด วันนี้ก็ขอโอกาสได้มอบเสียงเพลงให้ทุกคนตลอดไป”

ก่อนหน้านี้มีชื่อ ฟิล์ม รัฐภูมิ เข้ามาเกี่ยวพันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
“อันนี้หนูก็ไม่รู้เลย อย่างที่บอกไม่ขอพูดถึงในกรณีของคนอื่น ซึ่งทุกคนได้ทำหน้าที่กัน ตอบคำถาม ตรงนี้ของตัวเองแล้วก็ตามนั้นเลย แล้วก็ไม่มีอะไร ซึ่งตอนแรกก็งง แต่พอย้อนไปใบเตยกับพี่ฟิล์มอยู่ค่ายเดียวกัน มันก็จะมีข่าวเมื่อ 10-15 ปีก่อน ก็มีข่าวด้วยกัน แต่อย่างที่บอกมันมีที่มาที่ไปอย่างที่พี่ฟิล์มเล่าให้ทุกคนฟัง ซึ่งก็ได้มีการหลังบ้านหาพี่ฟิล์ม พี่ฟิล์มก็บอกว่าลงคลิปแล้ว เราก็บอกว่าโอเค เข้าใจ สำหรับใบเตยเรารู้สึกว่า มันค่อนข้างไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา และมันก็เป็นข่าวที่ไม่จริง”

เราสวยขึ้น?
“อย่างที่บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดีเสมอ คือการที่ใบเตยอยู่ในนั้นทำให้ใบเตยรักษาชีวิต รักษาร่างกาย รักษาทุกอย่างในตัวเรา เพื่อให้ได้ออกมาเจอหน้าลูก เพราะฉะนั้นมันก็เลยค่อนข้าง กิน หลับ ตื่นนอน อย่างมีวินัยทั้งหมด ก็เลยสืบเนื่องมาจนถึง ณ วันนี้ก็คงผอมลงมากๆ ด้วย ซึ่งพึ่งน้ำหนักขึ้นเมื่อเดือนนี้แหละ ตอนนี้ประมาณ 42 จาก 37 กิโล”

จากนี้เราวางแผนตัวเองอย่างไร?
“ชีวิต ณ วันนี้เดย์บายเดย์เลย คือ ณ วันนี้เวลาไปสวดมนต์ขอพรอะไรไม่ขออะไรเลย ขอแค่ให้ตัวเองมีความสุขในทุกๆ วัน เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าชีวิตไม่เคยมีความสุขเลย แล้ววันนี้ขอแค่ให้ทำอะไรก็ได้ ในกิจกรรมทุกวันและมีความสุขในทุกวัน”

นับเปอร์เซ็นต์ความสุขเราเพิ่มขึ้นบ้างไหมจากวันนั้นที่ผ่านมา?
“มันน้อยมาก มันยังอยู่ในจุดที่เอาจริงๆ ยังรับทุกอย่างไม่ได้ในสภาพจิตใจ ยังรับสิ่งที่สูญเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต คือหลักๆ การสูญเสียแฟนลุกซ์ด้วย ครอบครัวเราไม่เคยเจอการสูญเสียขนาดนี้ เอาจริงๆ ทุกคนน่าจะเข้าใจกัน ใครเจอขนาดนี้ก็หนักค่ะ”

ล่าสุดไปไหว้พญาศรีสัตตนาคราชด้วย?
“ไปขอพรค่ะ เพราะเราปีมะโรงก็สายพญานาคค่ะ เอาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะมีแฟนคลับอยู่ที่นั้น ก็เลยไปเยี่ยมแฟนคลับด้วย ก็ไปขอพรเยอะ ขอเรื่องงานหลักๆ กับเรื่องที่ตอนนี้ทำแบรนด์สินค้าคอสเมติกส์ ไม่อยากให้มองว่าเป็นนักร้องหรืออะไร เราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ทุกวันนี้พยายามทำงานทุกอย่างที่เกิดรายได้ให้กับชีวิตและครอบครัว ก็เลยเป็นทั้งแม่ค้าและนักร้อง ก็ผลิตกับทางอาร์เอสมอลล์ แล้วก็ขอเรื่องเพลง ขอให้มีงาน ได้ไปมอบความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศเหมือนเดิม แค่นี้เลย ถ้าปังก็จะไปเล่นคอนเสิร์ตเพลง แท่ด แท่ด ที่หน้าพญาศรีสัตตนาคราชค่ะ แล้วก็ได้เสี่ยงดวงมาด้วย ได้ธูปมางวดสิ้นเดือนนี้เดี๋ยวจะบอกค่ะ (หัวเราะ)”

อัปเดตพัฒนาการ น้องเวทมนต์?
“เขาก็กำลังอยู่ในช่วงที่รับรู้ เกือบรู้เรื่องทุกอย่างค่ะ แต่ ณ วันนี้เหมือนเขาก็โฟกัสในเรื่องของการไปโรงเรียน เพราะรักเพื่อนมาก มีเพื่อนแล้วเขาสดใส มีความสุข ได้กลับมาเล่าโน่นนี่นั่นให้ครอบครัวได้ฟัง แล้วก็เป็นช่วงที่ช่างพูด ช่างคุย ช่างเจรจาค่ะ อยากไปโน่นนี่ วันนี้ก็อยากมามาก ได้เลือดแม่เต็มๆ ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าเขาไปในทางเต้นมากกว่าร้อง”

วันเกิดที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?
“ก็ดีค่ะ น่ารักๆ อบอุ่น ได้ทำบุญ ตื่นมาตักบาตรตอนเช้า ตอนเย็นก็ไปกินข้าวกันในครอบครัวเล็กๆ ค่ะ ตอนนี้เขาก็ 4 ขวบแล้วค่ะ เจื้อยแจ้ว (ยิ้ม)”