‘แซมมี่’ รับจิตตก จะขายกระเป๋าแต่เจอมิจฉาชีพ ทำสูญเงินล้าน
จากกรณีที่ นางเอกสาว แซมมี่ เคาวเวลล์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปจำนวน 1.2 ล้านบาท เหตุเพราะโพสต์ขายกระเป๋าแบรนด์เนม จึงมาแจ้งความเพื่อให้ช่วยดำเนินการอายัดบัญชี และได้มีการแจ้งความออนไลน์เพื่อประสานกับธนาคารบัญชีของตนเองเพื่ออายัดบัญชี และให้เตรียมหลักฐานมามอบให้เพิ่มเติมภายหลัง โดยล่าสุด แซมมี่ ที่มาร่วมงานแถลงข่าว Thai Supermodel 2024 ที่อาคาร 7 ช่อง 7HD ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
เล่าเรื่องที่เสียเงิน 1.2 ล้าน เพราะจะขายกระเป๋าหน่อย?
“หนูยังไม่เข้าใจเลยเอาจริงๆ ว่าเราเสียไปได้ยังไง แต่คือมันเริ่มต้นเลยคือหนูซื้อกระเป๋ามาผิดไซซ์ แล้วจริงๆ หนูไม่เคยขายอะไรแบบนี้เลย ก็ลองโพสต์ดูในเฟซบุ๊กตัวเองไปตามกลุ่มคนที่เล่นกระเป๋ายี่ห้อนี้แล้วก็มีคนคอมเมนต์มาว่าสนใจค่ะ แล้วให้เราแอดไลน์เขา เราก็แอดไปคุยแล้วเขาบอกว่าจริงๆ แล้วคนที่สนใจจะซื้อกระเป๋าอ่ะ มันอยู่ในกลุ่มโอเพ่นแชตเราสะดวกให้ลากเข้าไหม เราก็ได้ค่ะ ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร แล้วก็กลายเป็นว่าไปคุยกับคนที่ 2 ก็เหมือนว่าจะปิดการขายแล้ว เขาก็ขอรหัสผู้ขายจากเรา ซึ่งเราไม่เคยขายก็เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็เลยต้องไปสมัครให้เราแอดไลน์ไอดีมันจะมีโค้ดสำหรับรับสมัคร ซึ่งเอาจริงๆ อธิบายยาก เพราะว่ามันบอกไม่ถูกว่าทำไมเราต้องโอนเงิน เขาเหมือนทดสอบระบบโอนเงินถอนเงินเป็นฟีลเหมือนเราจะได้ค่านายหน้าหรือปันผล แต่เราไม่ได้อยากได้ตรงนั้นแล้วเราก็แพคของไปจอดรออยู่หน้าไปรษณีย์รอส่งของแล้วอ่ะ“
โดนครั้งแรกเสียไปเท่าไหร่?
”หลักร้อยค่ะ มันเหมือนยิ่งโอนระบบก็ยิ่ง อ้าว..ทำไมเราไม่กดแบบนี้ ทำไมเราไม่พิมพ์ในสลิปแบบนี้ ก็กลายเป็นระบบล็อกต้องโอนเงินไปปลดล็อกระบบอะไรแบบนี้ พอมาย้อนอ่านคือจิตวิทยา คือแบบโดนแล้วอ่ะ“
ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะขายของอย่างเดียว?
”ใช่ คือเราคิดว่ามุมของผู้ซื้อกระเป๋า มันราคาหลายหมื่น ถ้าเป็นเราๆ ก็คงอยากได้ความมั่นใจว่าโอนเงินไปแล้วจะส่งกระเป๋าให้จริง แค่นั้นเอง“
แล้วตอนที่รู้ตัวว่าเจอมิจฉาชีพแน่ๆ โอนไปเท่าไหร่แล้ว?
”เยอะค่ะ 10 กว่ารายการอ่ะ (รวมยอดเงินเท่าไหร่?) ก็เยอะอยู่ ก็ตามข่าวค่ะ (ที่ไปแจ้งความคือ 1.2 ล้าน?) ใช่ค่ะ อันนี้คือยอดทั้งหมดที่โอน เราไม่ได้โอนยอดเดียวค่ะ มันสะสมไปเรื่อยๆ“
ตอนเราโอนไปเรื่อยๆ มันมีความเอะใจไหม?
”ยอดท้ายๆ แล้วค่ะ เราแค่รู้สึกว่าทำไมมันเอาออกมาไม่ได้ แล้วคือมันจะมีหน้าม้าเป็นคนอื่นที่โอนไปเหมือนกันแล้วเขาก็ได้เงินคืนมาตอนนั้น ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก ก็เป็นขบวนการเลย”
แล้วพอเรารู้ว่าเจอมิจฉาชีพแล้วยังไงต่อ?
“ไป สน.ค่ะ ก็โทรหาธนาคาร มีปรึกษาทนาย แต่ตอนนี้ก็คือเมื่อเช้าก็ยังเพิ่งไป สน.มามีอัพเดตค่ะ แต่ตอนนี้ก็ฝากพี่ๆ ช่วยหนูด้วยนะ ไม่อยากให้เงียบ ก็ถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับเราคือจริงๆ แล้ว มิจฉาชีพมันไปทุกกลุ่มมาก”

พอเราย้อนกลับไปอ่านเขาใช้ทริคไหนทำให้เราเชื่อ?
“หนูว่าจะหยุดโอนตั้งแต่หลักหมื่นแล้วแล้วเค้าบอกว่าถ้าไม่โอนจะดำเนินการตามกฎหมายนู่นนี่เอามาขู่เรา คือเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่มีใบงานให้เราทำ ทำกันเป็นกลุ่มมีหน้าม้าที่โอนเข้าไปถ้าเราคนหนึ่งที่ไม่โอนคนอื่นก็จะไม่ได้เงินแล้วเราก็จะกลายเป็นคนผิดไป ก็คือขอเตือนเลยค่ะเชิ่ดใส่จะดำเนินคดีก็ดำเนินมาเถอะก็ค่อยว่ากันถ้าจะดำเนินจริงๆ“
อัพเดตคดีตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
”ตอนนี้ก็กำลังรอ อาจจะพูดลงดีเทลมากไม่ได้ค่ะ แต่ก็มีความคืบหน้าไปค่อนข้างระดับนึงแล้วเราก็ใจชื้นขึ้นมา (คิดว่าจะได้เงิน 1.2 ล้านคืนมาไหม?) เอาจริงๆ เรื่องเงินหนูทำใจก็ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง“
เราตามคดีมากี่วันแล้ว?
“เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เดือนที่แล้ว คือพี่ร้อยเวรที่รับเรื่องก็ค่อนข้างทำงานละเอียดมากค่ะ (ตำรวจเขาว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ตำรวจก็กำลังดำเนินการอัพเดทว่าไม่ได้เงียบหายไปค่ะ“
รู้ไหมว่ามีคนที่โดนแบบเดียวกับเราไหม?
”มีค่ะ (ได้ย้อนกลับไปดูแชทกลุ่มไหม?) เด้งออกไปแล้วค่ะ แต่ก็มีผู้เสียหายที่โดนเหมือนกันทักเข้ามาเยอะ ไม่แน่ใจว่ากลุ่มเดียวกันมั้ย แต่เป็นรูปแบบนี้ โดนหลายคนมากค่ะ”
เจ้าหน้าที่บอกไหมว่ามีโอกาสได้คืน หรือมีคนเคยได้คืนไหม?
“จริงๆ คนที่มีได้คืนก็มีนะคะ แต่เราอยากโฟกัสไปที่กระบวนการมากกว่า และใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออะไรแบบนี้”
คนมองว่าเราเป็นดารา ทำไมไม่โพสต์ขายในไอจี?
“โพสต์ลงสตอรี่ค่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร ทำบุญสวดมนต์เยอะๆ (หัวเราะ) เพราะหนูคุยกับดิว (อริสรา ทองบริสุทธิ์) ดิวบอกว่ามันมีอะไรบังตาหรือเปล่าวะ แล้วหนูก็รู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้มีแต่เรื่อง ก่อนหน้านี้ก็น้องหมาจมน้ำเสีย ระยะเวลามันกระชั้นชิด ใกล้ๆ กันมาก หนูก็สวดมนต์ทุกวันเลยค่ะ (ยิ้ม) แล้วก็ทำบุญทำทานสร้างบารมีของเรา คือจริงๆ แล้วก็ไม่เชิงมู แต่เรารู้สึกว่าทำแล้วช่วย มันก็สบายใจ”
ได้เช็กดวงตัวเองมั้ย?
“มีค่ะ (หัวเราะ) แต่ปีนี้ชงค่ะ แต่ไม่ 100% ค่ะ แค่เสี้ยวๆ เลยยังโดนขนาดนี้”
หมอดูทักไหมว่าโดนใครทำของใส่หรือเปล่า?
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีใครทักค่ะ และจริงๆ เราก็ไม่ได้ดูหมอบ่อยขนาดนั้นด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร”

ที่สวดมนต์คือขอให้ได้กระเป๋าคืนเหรอ?
”คือสวดให้จิตใจสงบมากกว่า สวดให้ตัวเองให้มีสติค่ะ ให้สติอยู่กับเรา แต่เงินไม่อยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่จะบอกว่าถ้ามองอีกมุมนึงก็ซื้อ Goyard Saint Louis PM Green ในราคาสูงที่สุด แพงที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ (หัวเราะ) ถ้าใครสนใจทักได้ค่ะ ยังอยู่นะคะ (ยิ้ม)“
เป็นการขายกระเป๋าครั้งแรกเลยมั้ย?
”ไม่เคยมีการขาย เพราะปกติซื้อของมาก็เน้นซื้อใช้ ไม่ได้จะเทรดหรืออะไร ไม่เคยเลย ครั้งแรกก็แจ๊กพ็อต มงลงเลย ก็จะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่เอาแล้วหลังจากนี้ (ยิ้ม)”
เรายังอยู่ในกลุ่มนั้นอยู่ไหม?
“ในเฟซบุ๊กใช่มั้ยคะ มันเหมือนเป็นกลุ่มเพจที่ใครจะมาก็ได้”
หลังจากนี้ก็ต้องระวังมากขึ้น?
“กลายเป็นนอยด์เหมือนกันนะคะ ใครจะโทรมาหรืออะไรก็กลัว เพราะล่าสุดก็เดาว่ามีคอลเซ็นเตอร์โทรมาอีก และเหมือนอ้างอิงจากคดีที่เรายื่นแจ้งความไป ก็คิดว่าเอาจากกูไปแล้วยังจะเอาอีกเหรอ (ยิ้ม)“
มีอะไรจะฝากบอกพวกมิจมั้ย?
”ก็เอาเป็นว่าจะกวาดให้หมด (ยิ้ม)“
แสดงว่าเรื่องเงินไม่เท่าไหร่แล้วสำหรับเรา แต่อยากล้างบางพวกนี้มากกว่า?
“ถามว่าเสียเงินไปเยอะไหม เยอะนะสำหรับคนทำงานเนอะ แต่ขนาดเราที่ยังสามารถใช้ชีวิตต่อได้ เรายังรู้สึกแย่และดาวน์ขนาดนี้ และเรานึกถึงหัวอกคนที่เขาโดนหมดเนื้อหมดตัว หรือยอดไม่เยอะ แต่มันอาจจะเป็นเงินที่เยอะสำหรับเขา เข้าใจเลยว่าทำไมคนอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะมันไม่มีทางออก คือช่วงนึงหนูจิตตกฟุ้งซ่านมากค่ะ เพราะเราก็เป็นห่วงแม่ เป็นห่วงครอบครัว เราเครียดไม่เท่าไหร่ แต่ไม่อยากให้เขาเครียดไปด้วย แต่มันก็ต้องไปต่อ ก็ต้องรีบตั้งสติ และคิดว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็ลุย”
ได้อ่านคอมเมนต์จากข่าวเราบ้างไหม?
“ก็มีบ้างค่ะ แต่อ่านแค่แป๊บเดียว เพราะรู้เลยว่าจิตตกกว่าเดิม เพราะส่วนนึงเราก็เป็นคนโอนไปเอง ซึ่งเราก็เข้าใจ แต่เอาจริงๆ ถ้าคนไม่โดนเองไม่รู้หรอก เพราะเราก็เป็นคนเสพข่าวเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องมิจฉาชีพอยู่แล้ว และพวกเบอร์แปลกปกติไม่เคยรับ แต่มันก็มีวิธีอัพเกรดเรื่อยๆ ใหม่ๆ มาเอาจากเราไปจนได้ ก็ขอฝากไว้ว่าให้ระวัง จากที่เราระวังตัวกันอยู่แล้วก็อยากให้ระวังเยอะขึ้นไปอีกเลย”


