ลูกหมี ฟ้อง ปู มัณฑนา เพิ่ม ทั้งฉ้อโกง-เช็คเด้ง ถ้ามีปาฏิหาริย์ได้เงินคืน ยินดีถอนแจ้งความ

2.09.24 | 16:15 น.

‘ลูกหมี’ ควง ‘ลิลลี่’ พร้อมทนาย ยื่นฟ้องต่อลูกหนี้ชื่อดัง เพิ่มข้อหาฉ้อโกง ยันพร้อมสู้ในชั้นศาล ลั่น หากมีปาฏิหาริย์ได้เงินคืนจะยอมถอนแจ้งความ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กันยายน ที่ศาลแขวงพระนครใต้ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ ลูกหมี อายุ 45 ปี นางแบบชื่อดัง และ ลิลลี่ เหงียน พร้อมด้วย น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ ทนายกุ้ง เดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินการในข้อหาฉ้อโกง, พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ต่อ นางมัณฑนา หิมะทองคำ ลูกหนี้ หลังเจรจาไกลเกลี่ยขอเงินคืนแล้วไม่เป็นผล

น.ส.รัศมีเปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายื่นฟ้องในคดีฉ้อโกงต่อลูกหนี้ของตน โดยเริ่มแรกตนได้ตัดสินใจดำเนินคดีในส่วนเช็คเด้ง เพราะตั้งใจจะทำให้คดีเรียบง่ายที่สุด แต่พฤติกรรมของลูกหนี้ไม่ได้เรียบง่ายและปัญหายังคงไม่จบ โดยลูกหนี้ได้บอกตนว่ามีเงินจะใช้หนี้แต่กลับไม่ใช้ ผ่านมาหลายเดือนแล้วจนตนหมดความอดทน จึงได้ดำเนินการฟ้องต่อศาลในวันนี้ เพราะตนต้องการเงินคืน

น.ส.รัศมีเผยว่า หลังจากเหตุการณ์ที่ สน.ทองหล่อ ลูกหนี้ก็ไม่เคยติดต่อมาเพื่อที่ไกลเกลี่ยเจรจาในเรื่องของการคืนเงินเลยสักครั้ง ไม่รับผิดชอบ ซ้ำยังขอโทษปัดความผิดของตัวเองไปให้คนอื่น ซึ่งทางลูกหนี้ดูเป็นคนมีเงิน แต่กลับไม่ใช้คืน จึงคิดว่าถ้าลองลดค่าครองชีพแล้วนำเงินมาใช้เจ้าหนี้จะดีกว่า หากตั้งใจจริงค่อยๆทยอยใช้เดี๋ยวก็หมดไป

ทนายกุ้งกล่าวว่า ครั้งแรกที่เราแจ้งความดำเนินคดีไว้ในส่วนของเช็คเด้งที่ สน.ทองหล่อ ตอนนี้มาฟ้องเพิ่มในข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.บ.เช็คเด้ง ทั้งสองอย่างรวมเป็นคดีเดียวกัน เหตุเกิดจากลูกหมีให้ลูกหนี้ชำระจ่ายเช็คตามสัญญาเงินกู้ 2 ล้านบาท แต่เมื่อเช็คเด้งแล้วลูกหนี้ไม่ชำระ ลูกหมีจึงไปแจ้งความไว้ แต่ไกล่เกลี่ยกันไม่สำเร็จ จึงได้ดำเนินการแจ้งความไว้ในครั้งแรก โดยช่วงเดือน ก.ค.ได้ทราบความจริงว่าที่ลูกหนี้กู้เงินลูกหมีไปอ้างว่าจะนำไปทำธุรกิจลงทุนนั้น เมื่อไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีธุรกิจตามที่กล่าวอ้างจริงๆ ก็เลยเข้าข่ายฉ้อโกงร่วมด้วย จึงได้ยื่นฟ้องฉ้อโกงร่วมกับ พ.ร.บ.เช็ค ซึ่งโทษของ พ.ร.บ.เช็ค จำคุกไม่เกินหนึ่งปี แต่ในส่วนของฉ้อโกงจะจำคุกไม่เกินสามปี ซึ่งจะทำให้โทษเพิ่มขึ้น

Advertisement

ทนายกุ้งกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนที่มีการกล่าวหาว่าเป็นดอกเบี้ยที่เกินจริงนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่เป็นผลกำไรจากการลงทุน เพราะครั้งแรกที่ลูกหนี้นำเงินไป ได้บอกว่าจะนำไปลงทุนแล้วจะให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งตรงนั้นเป็นสิ่งที่ลูกหนี้เสนอมา ขณะนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเป็นที่เรียบร้อย และศาลให้เลขคดีมาแล้ว หลังจากนี้จะเป็นการนัดไต่สวนคดีมูลฟ้องในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ศาลแห่งนี้อีกครั้ง

ทนายกุ้งเผยว่า หากศาลมองว่าคดีนี้เข้าองค์ประกอบความผิดทางอาญา ศาลก็จะประทับฟ้องคดีนี้ไว้ กระบวนการต่อไปก็จะเรียกให้จำเลยมายื่นคำให้การ แต่หากไม่มาก็จะออกหมายจับ แต่ในขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ทุกอย่างขึ้นอยู่ตามกระบวนการของศาล ทั้งนี้ ยังทราบมาว่ามีเจ้าหนี้อีกหลายรายที่โดนในลักษณะเดียวกับลูกหมี แต่บางรายไม่กล้าแจ้งความเพราะไม่กล้าเปิดเผยตัว หรือกลัวผลกระทบกับงาน และทราบมาว่าผู้เสียหายอีกหลายรายยังไม่มีใครได้รับเงินคืนสักราย

ทนายกุ้งกล่าวอีกว่า ลูกหนี้อาจเชื่อมั่นในตัวทนายของลูกหนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าทนายได้รับข้อมูลจากลูกหนี้มาอย่างไร หรือครบถ้วนแค่ไหน ถึงได้มีการเชื่อมั่นกันมากเกินไป แนะนำว่าให้ไกล่เกลี่ยเจรจากันดีกว่า เพราะฝั่งเจ้าหนี้พร้อมที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยอยู่เสมอ หรือหากลูกหนี้มั่นใจว่ามีหลักฐานที่จะชนะคดีได้ ก็ให้นำหลักฐานมาสู้กันในชั้นศาล และในส่วนที่ลูกหนี้ได้ทำการแจ้งความเรากลับนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีความคืบหน้าจากทางตำรวจและยังไม่ได้รับหมายเรียกใดๆ

ขณะที่ น.ส.รัศมีกล่าวทิ้งท้ายว่า หากมีปาฏิหาริย์ ลูกหนี้ยอมคืนเงิน ยืนยันว่าจะยกฟ้องทันที และถอนแจ้งความให้เพื่อจบคดี