‘อเล็กซ์ เรนเดลล์’ อัพเดตเตรียมวิวาห์ต้นปีหน้า คงพิธีรดน้ำสังข์แบบไทยๆ ไว้
กำลังจะได้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวแบบเต็มตัวแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม อเล็กซ์ เรนเดลล์ ที่หลังจากเซอร์ไพรส์ขอ เจนนี่ แฟนสาวนอกวงการแต่งงานเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พระเอกหนุ่มก็ได้ฤกษ์จัดงานวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเจอหน้าพระเอกหนุ่ม มาร่วมงานแถลงข่าว The Mall Lifestore Presents Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore ภายใต้แนวคิด The Future is Yours! ที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ก็ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าของงานแต่งที่จะจัดขึ้นว่า
ตอนนี้งานแต่งคืบหน้าอย่างไรบ้างแล้ว?
“ตอนนี้คืบหน้า สรุปหลายๆ อย่างพอสมควร แต่ด้วยความที่เวลาไม่ได้เยอะมากด้วยและน่าจะเป็นต้นปีหน้า ข้อดีคือทุกอย่างต้องจบภายใน ช่วงนี้ คือต้องขยันนิดนึง เราก็มีการประชุม มีการเตรียมงาน การดูแขกอะไรแบบนี้”

ได้ฤกษ์หรือยัง?
“ได้วันแล้วครับน่าจะอยู่กลางมกราคม (ระบุวันได้เลย?) เดี๋ยวไว้คอนเฟิร์มได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เดี๋ยวจะมาบอกอีกทีครับ (สถานที่?) โรงแรมในกรุงเทพฯ นี่แหละครับ (ตอนนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?) ทุกครั้งที่เราคิดว่ามันใกล้จบแล้ว จะมีก้อนใหม่มาเรื่อยๆ ทั้งชุดเรา ทั้งชุดเพื่อนเจ้าบ่าวว่าจะใส่อะไร และแขกของเรา คนที่เราคิดว่ารู้จักมาทั้งชีวิต ตอนแรกคิดว่าไม่น่าเยอะหรอก แต่พอมานั่งดู มานั่งลิสต์ จริงๆ ก็อยากจะจัดการให้ทุกคนแฮปปี้ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเช้างานเย็น ก็เลยดูว่าอันไหนมันเหมาะสม (เชิญมากี่คน ถึงหลักพันไหม?) ไม่ถึงหลักพันครับ แต่ ณ ตอนนี้ก็น่าจะมีหลายร้อยอยู่เหมือนกัน”
ขั้นตอนไหนที่ยากที่สุดในการเตรียมงานแต่ง?
“ยากที่สุดคือจะทำอย่างไรให้งานออกมาสนุกที่สุด เราก็ทำงานด้านการจัดกิจกรรม การจัดอีเวนต์อย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะมีความชอบส่วนตัว ก็จะบอกตัวเองว่าตัวเองไม่ค่อยเยอะ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็เป็นคนเยอะพอสมควรเหมือนกัน”
มีธีมไหม?
“คือผมอยากให้ทุกคนแฮปปี้ในการมา พอคุยกับแฟนก็รู้สึกว่าอยากให้เป็นงานเท่ๆ ไม่ได้เน้นต้องโรแมนติก ต้องสวย แค่อยากให้เป็นงานแบบเท่ๆ ทุกคนเข้ามามีเพลง มีเอเนอร์จีที่ดี และเป็นการรวมตัวของคนที่เรารักและคนที่เราสนิท มากกว่าความโรแมนติก คือไม่ได้มองไปในทางนั้นเท่าไหร่”
แสดงว่าวันเดียวจบใช่ไหม?
“ตอนนี้วันเดียวจบครับ ด้วยหลายๆ อย่าง ตอนแรกก็คิดว่าจะแบ่ง ด้วยสถานที่ และจะมีแขกที่เป็นญาติของเรา ที่มาจากที่อื่น รู้สึกว่าวันเดียว ก็น่าจะดีสุด”
เริ่มมีความคิดเห็นไม่ตรงกันกับแฟนบ้างหรือยัง?
“ยังไม่ถึงขั้นซีเรียสอะไรกันขนาดนั้น ก็คือทั้งคู่ก็ยังงงๆ และเจ้าสาวก็น่าจะมุ่งไปที่เรื่องชุดของเขา เพราะชุดของเขายากกว่าของผู้ชายเยอะ ของเราก็เดินห้างไป (ยิ้ม) ชอบอันไหนก็เอาอะไรอย่างนี้ ก็มีตัดบ้าง แต่มันจะมีพิธีอื่นๆ นอกจากงานแต่งก็มีด้วย มีการรวมตัวมีการกินข้าวแล้วก็มีการจัดเลี้ยงแต่ละกลุ่มนอกจากวันแต่งนี้ก็มีด้วย”
เตรียมไว้กี่ชุด?
“เยอะครับ สำหรับผมว่าเยอะ ประมาณ 4-5 ชุด”
คิดว่าจะทันไหมภายในกลางเดือนมกราคม?
“ต้องทันครับ ต้องทัน ตอนนี้ก็ทำงานเยอะอยู่แล้ววันไหนที่เป็นวันหยุด ก็จะมุ่งไปที่อันไหนเป็นรายละเอียด ที่เราสรุปได้ก็จะสรุปไป วงดนตรีไหนจะมาเล่น รู้จักกับพี่น้องนักดนตรีคนไหน ใครแนะนำ กลางคืนก็ออกไปใช้เป็นข้ออ้างในการหาวงดนตรี”
เพื่อนเจ้าบ่าวเยอะไหมคะ?
“จริงๆ ก็ไม่เยอะมาก เป็นกลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่อนุบาล ตั้งแต่สมัยเรียน ยังไม่มีเพื่อนในวงการเลยที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ณ ตอนนี้ แต่ก็มีเพื่อนที่สนิท ที่เราอยากให้เขามีบทบาทสำคัญ แต่ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเลยก็คือกลุ่มเพื่อนที่เติบโตกันมาจริงๆ เพราะผมจะมีกลุ่มเพื่อนนี้กลุ่มเดียวที่รู้ใจกัน และรู้จักกันตั้งแต่ 3 – 4 ขวบ”
มีแบ่งหน้าที่กับว่าที่เจ้าสาวไหม?
“ก็มีครับ แต่ที่เขาสามารถสรุปได้ก็สรุปไปเลย (หัวเราะ) แบ่งกันแบบนี้ครับ ผมว่าผู้หญิงน่าจะมีความต้องการ หรือมีภาพในงานแต่งในฝันของเขามากกว่าว่าจะตกแต่งยังไง ถ้าถามผม ผมไปงานแต่งเป็น 10 งานผมจำไม่ได้เลย เราอาจจะไม่ได้มองด้วย แต่ผู้หญิงเขาจะเห็นรายละเอียด เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นความฝันเขา เราก็เอาเลย เอาให้เขาแฮปปี้”
แล้วเรามีภาพงานแต่งในฝันของเราบ้างไหม?
“มีมากสุด คือผมแค่อยากให้มีพิธีรดน้ำสังข์แค่นั้น เพราะผมรู้สึกว่าเป็นพิธีที่เวลาที่เราเห็นเพื่อนเราแต่งงาน แล้วเรารดน้ำสังข์ เราคุยกับเขา มันจะได้ความรู้สึกมีน้ำตากันบ้าง มันเป็นโอกาสเดียวที่ยูจะพูดอะไรสักนิดๆ หน่อยๆ บางทีถ้าตอนเย็นแขก 500-600 คน เราอาจจะไม่ได้มีเวลาพูดกับทุกคนที่เขาอุตส่าห์มาให้กับเรา แต่พิธีรดน้ำสังข์แค่อย่างเดียวที่อยากจะขอให้มีเท่านั้นเอง”
จะมีน้ำตาไหม?
“ก็ต้องดูวันนั้นวันจริงเป็นอย่างไร แต่ก็ดูโปรแกรม ดูอะไรแล้ว ก็ตื่นเช้ามากอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเลย”
อันนี้ตามใจแฟนทุกอย่างเลยไหม ว่าเขาอยากได้อะไร เราก็ให้เขาเต็มที่?
“ก็ตาม แต่ว่าเราก็เอาข้อมูลในการทำงานทางด้านนี้มาแบบว่า เฮ้ย เราอาจจะเพิ่มตรงนี้ได้ ตรงนี้มันยืดหยุ่นได้ ตรงนี้เพิ่ม ตรงนี้ลดลง หรือตรงนี้มันไม่จำเป็นอะไรอย่างนี้ ก็ให้เขาเป็นเสียงใหญ่กว่าอยู่แล้ว แต่เราแค่มีบางจุดที่เราอยากสนุกอะไรเงี้ย”
หลายคนก็จะเจอปัญหางบบานปลาย?
“ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ราคาที่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ตีตัวเลขคร่าวๆ แล้ว ทุกอย่างที่เราทำงานจากวันนี้จนไปถึงวันนั้น ก็ทำใจไว้แล้ว ก็คุยกับตัวเองว่า หลังจากแต่งก็ต้องมีกินด้วยนะ ก็ไม่ได้พรวดแบบว่าต้องหมดอะไรขนาดนั้น เอาง่าย เอาเรียบ แล้วก็เอาความรู้สึกเป็นหลัก ไม่ต้องสวยอลังการอะไรมากมาย”
ตอนนี้ฟีลต่างๆ มันเริ่มมาบ้างแล้วหรือยัง?
“ฟีลไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่วันก่อนได้ลองใส่ชุดทักซิโด้ ได้มองตัวเองในกระจก ว่า เออ ไม่เคยใส่ทักซิโด้แบบจริงๆ จังๆ ในชีวิตเลย แบบว่ามีโบว์ มีคนมาจัดให้ เราก็พยายามเลี่ยงการใส่ทักซิโด้มาตลอด เพราะว่าไม่ถนัด แต่พอมารอบนี้ก็รู้สึกดี”
เรื่องพรีเวดดิ้งล่ะ?
“ก็กำลังคุยๆ กันอยู่ครับ พรีเวดดิ้งผมอยากให้เอาใจผม เป็นป่า เป็นทะเลสักนิดนึง ที่มันเป็นตัวของเรา ไม่ต้องอะไรมาก ธรรมชาติง่ายๆ”
เลือกสถานที่หรือยัง?
“จริงๆ เดี๋ยวถ่ายรูปเสร็จจะโพสต์ให้ทุกคนได้เห็นกันแน่นอน แค่รู้สึกว่าบอกรายละเอียดทุกคนพอถึงเวลา ความพิเศษมันหาย บางทีเรารับรู้ไปพร้อมกันแล้วให้ทุกคนเห็นพร้อมกัน ตอนนี้มันมีพาวเวอร์เล็กๆ ระหว่างคนสองคนอยู่ และเราก็อยากจะแชร์พาวเวอร์ในวันที่มันพร้อมจริงๆ”
มีปรึกษาดาราที่เขาแต่งก่อนหน้าไหม?
“จริงๆ ไม่มีเลย ส่วนมากก็จะปรึกษาเพื่อนว่า เขาทำอย่างไร ชุดเขาตัดที่ไหน มีที่ไหนแนะนำ แต่สุดท้ายแล้วเราตัดสินใจทุกอย่าง ทุกอย่างที่เราทำอยู่แล้วเอาทุกอย่างมาเรียงกัน ใจเราชอบอันไหนเอาอันนั้น”
วางแผนชีวิตหลังแต่งงานอย่างไรบ้าง?
“จริงๆ ก็ยังไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นแต่คงไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมาก สิ่งที่เปลี่ยนน่าจะเจอกันมากขึ้น น่าจะได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นโดยหลายๆอย่าง ก่อนแต่งกับหลังแต่งน่าจะเงื่อนไขไม่เหมือนกันเนาะ ทั้งเรื่องครอบครัว อะไรอย่างนี้ แต่ก็คิดว่าผมก็เพิ่งสร้างบ้าน ก็คงไม่ได้ย้ายอะไรกันขนาดนั้น น่าจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่า ผมเชื่อว่าวันเวลาจะทำให้เราปรับตัวแล้วก็หาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวเรา ที่ผ่านมาก็คือสำหรับเรา สำหรับเขา แต่ตอนนี้เพราะมันเป็นครอบครัวก็ต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดในอนาคต ไม่ต้องไปนึกถึงอนาคต แค่เรื่องงานแต่งก็มีหลายเรื่องให้คิดแล้ว”
เตรียมตัวเป็นพ่อบ้านไหม?
“อ๋อ ไม่ ผมหยุดสิ่งที่ทำไม่ได้หรอก เราก็ยังทำงานของเราต่อไป แต่ก็คิดว่ามันก็เป็นอายุ 35 คิดว่าอีกสัก 5 ปีเอาให้เต็มที่ไปเลยเท่าที่จะทำได้ แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากัน ไม่รู้ว่าตอนนั้นอาจจะมีลูก ตอนนั้นอาจจะมีอะไร ชีวิตอาจจะเปลี่ยน แต่ว่า 5 ปีนี้อย่างน้อยๆ เราก็ลุยเต็มที่อยู่ครับ”
เห็นไปทำรายการกับคุณพ่อ มีไหมให้คุณพ่อสอนอาหาร สอนเทคนิคการเป็นสามี?
“อ๋อ ไม่ขนาดนั้นครับ เอาจริงๆ ตอนนี้การแต่งงานไม่ได้วางแผนอะไรเพิ่มเติม หรือเตรียมตัวอะไรทั้งสิ้นเลย เพราะเรารู้สึกว่า เราทำงานทุกวันและเราเต็มที่ๆ สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้วจริงๆ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องเพิ่มเติมอะไร ถ้าเรามีลูกแล้วอยากจะทำกับข้าว สิ่งพวกนี้มันจะมาธรรมชาติของมันเอง เราคงไม่ได้พยายามอะไรมากมาย แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว (หัวเราะ)“

