หน้าแรก บันเทิง ปรับตัวสู้วิก...

ปรับตัวสู้วิกฤต ‘วุธ อัษฎาวุธ’ เชื่อละครไทยไม่ตาย พร้อมสนับสนุนหากลูกสาว ‘น้องสิงห์’ อยากเข้าวงการ

16.09.24 | 13:27 น.

ปรับตัวสู้วิกฤต ‘วุธ อัษฎาวุธ’ เชื่อละครไทยไม่ตาย พร้อมสนับสนุนหากลูกสาว ‘น้องสิงห์’ อยากเข้าวงการ

เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ผันตัวมาทำงานเบื้องหลังทั้งตำแหน่งผู้จัด และ ผู้กำกับ สำหรับ อดีตพระเอกดัง วุธ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ที่ล่าสุดมาร่วมรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ก็ได้พูดคุยถึงปัญหาใหญ่ที่ถึงขั้นเรียกวิกฤตวงการละครไทย ที่ปรับตัวเพื่อต่อสู้กับเรตติ้ง พร้อมเผยถึงเรื่องของลูกสาวสายเท่ น้องสิงห์ ที่ตอนนี้กำลังถูกจับตามองในโลกโซเชียล

ถามถึงดราม่ากระแสวิกฤตละครไทย เจอผลกระทบยังไงบ้าง?
“ความจริงมันเป็นแค่ส่วนนึงของภาพรวมการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดจากเรตติ้งอาจจะ 20 หรืออาจจะง่ายๆ ถึง 10 แบบสมัยก่อนมันอาจจะไม่มีแล้ว เพราะคนดูเขาย้ายแพลตฟอร์ม ถามว่าคนยังดูละครไหม คือดู แต่ไปดูที่อื่น เรตติ้งมันเลยไม่รวมอยู่ในเรียลไทม์ ถ้าเอามารวมกันมันจะถึงสมัยก่อนก็ได้ มันก็เลยสั่นคลอน คนซื้อโฆษณาไม่มาซื้อในทีวี ซื้อกระจายกันไป ค่าใช้จ่ายรายได้ยังเท่าเดิมมันไม่อยู่ที่เราทีเดียว มันกระจายไปหมด”

ในส่วนของเราเองต้องปรับตัวกันยังไง?
“ความจริงเราต้องรู้จักปัญหาก่อน ถ้าเราไม่รู้ปัญหาเราก็ไม่รู้ว่าจะแก้ตรงไหน จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุดคนทำสื่อยังไงก็ทำสื่ออยู่ เพียงแต่ว่าเราต้องเปลี่ยนปรับตัวในรูปแบบแพลตฟอร์มใหม่ๆ หรือจะไปเล่าในรูปแบบใหม่ยังไง”

Advertisement

คิดว่าละครไทยยังไม่ตายใช่ไหม?
“ไม่ตายครับ คิดว่าเรื่องราวหรือสตอรี่ที่เกิดขึ้นยังเป็นที่ต้องการของคนดู ของคนที่เสพ แต่อย่างที่บอกแพลตฟอร์มของคนดูจะเปลี่ยนไป ระยะเวลาในการเล่าเมื่อก่อนเราอาจจะทนดูในการดู 1 ชั่วโมง แต่ทุกวันนี้มันอาจจะน้อยลงเหลือ 5 นาที เหลือ 30 วินาทีได้ไหม เพราะฉันรีบยังมีคอนเทนต์อื่นรอฉันอยู่ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้พฤติกรรมของคนเสพว่าเป็นยังไง เราต้องปรับตัวให้ทัน ถ้ามีความคิดแบบเดิมๆสู้แบบเดิมๆ มันคงไม่ใช่”

ถามถึงกระแส น้องสิงห์ ลูกสาวตอนนี้ฮอตมาก?
“ตอนนี้อายุ 15 แล้วครับ เวย์ก็มาทางนี้ เขาเห็นเราทำงานมาตั้งแต่เด็ก แรกๆ ก็ไม่สนใจแต่หลังๆ มีความชอบ แอบไปสมัครคอนเทสต์อะไรต่างๆ สมัครอันนั้นเอง อันนี้เอง มีให้เราช่วยเตรียมไฟล์งาน แต่ว่าเราไม่ได้เป็นคนบังคับเขา ทุกอย่างคือให้เขาอยากเอง อันนี้ไม่ได้ผลักดันนะ เพียงแต่ว่าสนับสนุน ต้องให้เขารับผิดชอบสิ่งที่เขาชอบ อย่างถ้าเราดันเขาแล้วสุดท้ายมันไม่ใช่เราจะกลายเป็นคนผิด เพราะฉะนั้นให้เขามีโอกาสตัดสินใจเลือกเอง”