แซม เผยจับเข่าคุยบอสพอล หาทางออก ไม่รู้เรื่องหลอกลวง ยันไม่เข้าข้างคนผิด
วันที่ 9 ตุลาคม แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี 1 ในบอสธุรกิจ ดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยถึงประเด็นข่าวร้อน ว่าได้คุยกับบอสพอล ที่เป็นเจ้าของธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป แล้วหรือยัง ว่า
“เมื่อวานเราก็เข้าไปจับเข่าคุยกันว่ามันคืออะไร เพราะสิ่งที่เราเห็นในข่าวเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เนื่องจากเราถูกเชิญมาอยู่ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะดูแลในเรื่องของสินค้าเท่านั้นให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ที่จะซื้อไปขายและซื้อไปใช้
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องบริหารบริษัทในเครือข่ายธุรกิจต่างๆ เวลาประชุมก็จะเป็นวาระที่เกี่ยวกับสินค้า อีกอย่างเราเพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ได้เกือบปีแล้ว ไม่ได้รู้ระบบของบริษัทขนาดนั้น”
บอสพอลว่ายังไงบ้าง?
“คำตอบให้ไม่ได้ แต่ในฐานะที่เราเป็นพี่ก็เสนอทางแก้ปัญหาไป เขาก็รับฟังด้วยดี เพียงแต่ตอนนี้เขาอาจจะยังงงว่าจะไปยังไงดีกว่า เขาคงมีทางแก้ปัญหาของเขาอยู่ แต่เท่าที่ฟังเขาก็เห็นใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียกตรวจสอบทุกแผนกว่ายังไง ใครไปหลอกลวงหรือเปล่า
เราเองถามตรงๆ ว่ามีอะไรที่เราไม่รู้มั้ย เขาก็บอกว่าไม่ได้ทำผิดอะไร อย่างที่เห็นว่าบริษัทเขาทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายหมด อีกอย่างเราตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเข้ามารับตำแหน่งแล้วว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ไหม อะไรยังไงไหม เห็นว่ามันไม่ได้เข้าข่ายเราก็เลยเข้ามาทำ”
แล้วเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยไหม?
“ไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ทางบริษัทมีการขอรูปเอาไปขึ้นบิลบอร์ด เพราะว่าจริงๆ การที่เราดูแลสินค้าก็แทบจะช่วยดูทุกตัวอยู่แล้ว”
ข่าวที่ออกมาจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของตัวเองไหม?
“อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องพูดต่อสังคม แต่สิ่งที่เรากังวลอันดับแรกคือเราเป็นห่วงคนที่เขาเสียหายมากกว่า บางคนถึงขนาดล้มละลาย บางคนเดือดร้อนไม่มีจะกิน ความที่เราเกิดมาจากประชาชน ถ้าเขาเดือดร้อนขนาดนี้ เราว่าเรื่องผิดถูกอีกเรื่องหนึ่ง แต่การเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาให้คนไม่เดือดร้อนเป็นเรื่องสำคัญกว่า หลังจากนี้ก็ค่อยมาคุยกันว่าเราจะทำยังไงกับคนที่ส่วนใหญ่บอกว่าซื้อไปแล้วมันขายไม่ได้ มาดูซิว่าแล้วคนที่ขายได้เขามีวิธียังไง แล้วมาช่วยกันพยุงคนที่เขาขายไม่ได้ให้เติบโตได้ เชื่อว่าสุดท้ายมันอยู่ที่การพูดคุยกัน”
ยืนยันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวง?
“ถ้ายืนยันคือเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการขาย ส่วนเรื่องกล่าวหาคือเรื่องกล่าวหา ถ้าเกิดว่าบริษัทเขามีการหลอกลวงจริงๆ แล้วใครเป็นคนหลอกลวง ถ้ามันมีหลักฐานตรงนี้จริงๆ เราก็ไม่เข้าข้างอยู่แล้ว คนทำผิดก็ว่ากันไปตามผิด ส่วนตัวไม่เคยเห็นการเข้าไปหลอกลวงกันของใครเลยตอบไม่ได้ เพราะเวลาเข้าไปในบริษัทก็มีแต่คนประสบความสำเร็จ เราเห็นแต่ในมุมนั้น พอสองสามวันนี้มาเห็นข่าวแบบนี้เราก็ตกใจและแปลกใจว่ามันมีแบบนี้ ทำไมเราไม่รู้ อันนี้เป็นเรื่องที่คิดว่าต้องเข้ามาคุยกัน การที่ออกมาถล่มกันไปมาสุดท้ายมันจะหาทางแก้ไม่ได้”
การที่บริษัทใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นนักแสดงตัวท็อป มีผลต่อความน่าเชื่อถือ?
“แน่นอนอยู่แล้ว ตรงนี้เราถึงได้บอกว่าจะปัดความรับผิดชอบขนาดนั้นไม่ได้ เพราะเราเชื่อว่าคนซื้อสินค้าจะเอาไปใช้เองหรือเอาไปขายก็ตาม ส่วนหนึ่งเขาอาจจะเชื่อถือเพราะเราเป็นคนดูแลเรื่องผลิตสินค้าออกมาด้วย ฉะนั้นแน่นอนว่าถ้าสินค้ามันไม่ดีก็กลับมาว่ากัน แต่วันนี้คนเดือดร้อนยังไม่ต้องหาใครผิดใครถูก แต่ควรช่วยเหลือก่อน หลังจากนั้นมาว่ากันตามผิดถูกอีกที จะดำเนินธุรกิจด้วยกันต่อ หรือเลิกกันไปก็สุดแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคน”
“ยืนยันว่าเราอยู่ตรงนี้ ไม่ได้หนีไปไหน แล้วเราก็ไม่เข้าข้างคนผิดอยู่แล้ว สมมุติถ้าเรารู้ว่ามีการทำผิดแล้วไปร่วม แสดงว่าเราก็ผิดด้วย แต่นี่เราไม่รู้จริงๆ ว่าเขาทำอะไรผิด สำหรับเรามองว่าการพูดคุยกันครั้งนี้มันส่งผลไปทั้งประเทศ เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีดิไอคอนกรุ๊ปบริษัทเดียวที่ทำรูปแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม บริษัทอย่าหลีกเลี่ยงความช่วยเหลือครับ”

