หลังผันตัวไปเป็นนักธุรกิจ และล้มลุกคลุกคลานอยู่นานจนในที่สุด เชน – ธนา ลิมปยารยะ ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจ ประกอบกับมีความแข็งแรงในด้านการทำการตลาดและการขายผ่านสื่อออนไลน์ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเจอกับกระแสดราม่าต่างๆ มากมายเข้ามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจที่หลายคนเข้าใจว่าเป้นการขายตรง หรือเรื่องส่วนตัวที่บางคนอาจมองว่าเป็นการอวดรวย
ล่าสุด เชน ได้โพสต์ความผ่านทางอินสตาแกรมเพื่อแจ้งข่าวดี และความรู้สึกหลังเจอกระแสดราม่าต่างๆ ว่า
“อีกหนึ่งความตั้งใจในชีวิต ใครจะดราม่าอะไรปล่อยเค้าไป เค้าไม่รู้หรอกว่าเราล้มลุกคลุกคลานมา10 ปี พอทำธุรกิจด้วยความรู้จนพอมีผลประกอบการที่ดีบางคนก็เม้นต์เกรียนๆว่าขายตรง ได้เงินจากดาวน์ไลน์ #ผมไม่ได้ขายตรง #ผมขายของด้วยความรู้และคุณภาพ
วันนี้เตรียมสอนสิ่งดีๆและความรู้ที่มี เผื่อน้องๆจะได้ไม่ต้องล้ม ไม่ต้องเกือบตายเหมือนผม แบ่งปันทุกอย่างที่เรียนรู้มาให้นักศึกษาสืบต่อไป
เป็นอาจารย์เต็มตัว ❤
ขอบคุณ ดร.นนท์ @nonnetdesign ที่มอบโอกาสดีๆในครั้งนี้”

พร้อมทั้งอธิบายเรื่องธุรกิจด้วยว่า “แจ๊คหม่ากล่าวไว้ว่า “คนจนจะมองธุรกิจใหม่ที่โตเร็วว่าขายตรง” คือไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่อมาโด้ #ไม่มีเศษเสี้ยวของความเป็นขายตรงใดใดอยู่เลย พวกเราอดหลับอดนอนทำงานระดมสมองกันจริงๆ เราเป็นเพียงบริษัท ที่ขายส่งสินค้าที่มีคุณภาพและมีนักวิจัย ให้ Distributor ซื้อขาดไปขาย #แค่นี้เลย แล้วเราตามไปสอนวิธีขาย รบกวนเข้าใจกันนะ จะได้ไม่จน ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าทำร้ายกัน เราก็ทำมาหากินสุจริตของเรา ต้องดูแลพ่อแม่ ดูแลครอบครัวเหมือนกัน ?? #amadothailand”
นอกจากนี้ เขายังได้เล่าเรื่องราวความลำบากในอดีตที่เคยไม่มีเงินใช้หนี้ ด้วยว่า
“ผมเคยมาร้องเพลงตามร้านอาหารไทยที่ญี่ปุ่น ในวันที่ไม่มีเงินใช้หนี้จากการเจ๊งทางธุรกิจ
รายได้ก็มาจากการร้องเพลงไทย ยิ่งเพลงอีสานคนที่ร้านจะชอบ เพราะส่วนใหญ่เป็นพี่ๆจากภาคอีสานมาเที่ยว บางทีก็มีชาวญี่ปุ่นบ้าง แขกทางร้านก็จะเสียบแบงค์ไว้ที่ตะเกียบเป็นธรรมเนียมให้นักร้อง
บางโต๊ะก็ต้องชนแก้วด้วย ทุกคนก็จะชอบใจ
ตอนนั้นผมตั้งเป้าว่าต้องเก็บทิปได้วันละ 50,000บ. (160,000-170,000เยน) รวมค่าตัวประจำวันแล้ว
แวะไปเกือบทั่วญี่ปุ่นโดยการนั่งรถไฟไปเรื่อยๆ ตามที่พี่ที่ดูแลดิวไว้
บางวันได้เร็วก็กลับไปพักผ่อนไว
บางวันได้ช้า เปิดประตูร้านออกมาฟ้าก็สว่าง… บางวันก็ร้องไห้คนเดียวเพราะอยากกลับบ้าน…
บางวันที่ร้านก็ไม่มีคนเลย ก็นั่งกินข้าว.. ร้องเพลงเพื่อชีวิตเหงาๆกับพี่อีกคน แล้วก็กลับ…
บางวันเสร็จงานก็หนาวจนต้องแอบไปหลบอยู่มุมด้านในตึกสูงๆเพราะเสื้อบางไปและที่พักอยู่ไกล
ภาพตัดกลับมา คนที่คอยด่าเราเสียหายๆเพราะเราเริ่มมีเงิน… ก็หัวเราะในใจ…
ว่าเราผ่านอะไรที่มีค่ามาเยอะ จนคนเหล่านั้นคงไม่เคยคิดถึง
เอาแต่ว่าคนอื่นไปวันๆ ก็ขอให้เจริญไวๆนะครับ
ส่วนตัวผมขอเดินหน้าต่อไป ยิ่งวันนี้นอกจากตัวเราเองแล้ว เรายังช่วยเหลือคนได้อีกมากมาย เรามีความสุข เราก็ใช้ชีวิตต่อได้สบายๆ
ชีวิตคนเรามันสั้นนะ
ถ้าผมมีอายุเฉลี่ยเท่าคนไทยทั่วไปคือ 60ปี
วันนี้ผมเหลืออีกแค่31ปีเอง … เรามาใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่ากันเถอะ …”

ซึ่งก็มีผู้เข้ามาให้กำลังใจกันมากมาย อาทิ ดีเจ เอกกี้ – เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ ที่บอกว่า “เธออย่าไปแคร์คำพูดคนเหล่านั้นเลย ดีใจที่น้องประสบความสำเร็จนะ เดินหน้าต่อไปจ้า” ขณะที่ แจม – ชรัฐฐา อิมราพร ก็ให้กำลังใจว่า “เพราะเค้าไม่รู้ว่าพี่ผ่านอะไรมา ปล่อยพวกคนวิจารณ์พูดไป มีคนอิจฉาแปลว่าชีวิตเราดี อิอิ สู้ ฮึบ”

ขอบคุณภาพจาก chaintana

