หน้าแรก บันเทิง ปันปัน อัพเดต...

ปันปัน อัพเดตชีวิต วันนี้ใช้สมองมากกว่าหัวใจ เคยหมดไฟไร้ความสุข เผยไม่ปิดกั้นเรื่องหัวใจ

21.10.24 | 16:09 น.

‘ปันปัน สุทัตตา’ อัพเดตชีวิต ตอนนี้มีความสุขทุกวัน เล่าเคยต้องทรมานจากภาวะหมดไฟ

กลับมาโสดอย่างเฉิดฉายอีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาว ปันปัน สุทัตตา หลังจากยุติความสัมพันธ์รัก 7 ปีกับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ไบร์ท อนันต์ ภูติกชกร ล่าสุดนักแสดงสาวมาอัพเดตชีวิตของตัวเองผ่านรายการ WOODY FM ว่าครั้งหนึ่งเคยมีความรู้สึกหมดไฟในการทำงาน พร้อมเผยจุดที่ทำให้ต้องตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ

ตอนนี้คุณดูมีความสุขมากขึ้น แล้วในสมัยก่อนเป็นยังไงวัย 20 ปี?
“สมัยตอนเด็กๆ 20 ปี คิดว่าโอเคขึ้นแล้ว ใจเย็นขึ้นกว่าในตอนอายุ 10 กว่าปี เริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คิดมากขึ้น แต่ก็ยังคิดไม่ได้ขนาดนั้น จะเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองเป็นหลัก รู้สึกแบบนี้ อยากทำแบบนี้ ฉันต้องได้ทำ ไม่ค่อยฟังใคร จะฟังตัวเอง”

พ่อแม่ก็ไม่ฟัง?
“ไม่ค่อยฟังค่ะ แต่พ่อแม่หนูจะเลี้ยงในแบบที่ว่าให้เราไปเจอโลกด้วยตัวเอง เขาจะไม่ห้าม ไม่ตีกรอบเรา อยากทำอะไรทำ ชีวิตตัวเอง โตแล้วคิดเอาเอง”

Advertisement

วันนี้ในชีวิตรู้สึกว่าได้เห็นอะไรเกี่ยวกับตัวเองที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน?
“เห็นว่าทุกวันนี้รู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ใช้สมองมากกว่าหัวใจ จะรู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราก็จะตัดมันง่ายกว่าเมื่อก่อน ถ้าเมื่อก่อนเราจะแบบคิดแบบนี้มันดี ชอบแบบนี้ จะทำแบบนี้ ตอนนี้ใช้ตรรกะและเหตุผลมากขึ้น”

วู้ดดี้ได้เจอปันปันในวัดแห่งหนึ่ง เป็นภาพที่ตกใจมากว่ามาทำอะไรที่นี่ ตอนนั้นก็มีการเข้าวิปัสสนาหลายวัน?
“ใส่ชุดขาวเดินมาสอบอารมณ์กันตอนเช้า (หัวเราะ) ตอนนั้นก็คือรู้สึกว่าพวกเราเปลี่ยนไปเยอะมาก มันทำให้ใจเย็นลง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าความโกรธมาแล้วนะ หนูจะคิดเลยว่าสมมุติเราโกรธใคร เราไม่ได้อะไรจากการโกรธนั่นขึ้นมาเลย ซีเรียสอยู่คนเดียวข้างใน แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึก เขาไม่ได้มาฉุนเฉียวกับเรา อีกเรื่องหนึ่งก็คือหาความสุขให้กับตัวเองในทุกๆ วัน ถ้าเราตื่นมาแล้วมีความสุขได้กับเรื่องเล็กๆ ทุกอย่างเราจะแฮปปี้ ซึ่งปกติแล้วจะติดกับโซเชียลมีเดีย หรืออะไรสักอย่าง แต่ตอนนั้นเราไม่ได้เล่นมือถือ 10 วัน นั่งมองนกโน้นนี่นั่น ก็รู้สึกว่าชีวิตก็มีแค่นี้ คือเราอยู่กับตัวเองให้ได้แล้วก็มีความสุขกับตัวเอง ฉันคือปันปันนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันคือใครกันแน่ อันนี้คือสิ่งที่ได้จากการไปในครั้งนั้น”

ความสำเร็จของคุณคืออะไรในตอนนี้?
“คือการที่รู้สึกว่าแฮปปี้กับตัวเอง Successful ในแบบของเรา รู้สึกว่าไปไหนอยู่ตรงไหนแล้วเราแฮปปี้ รู้สึกว่าตัวเองพอแล้ว โอเคแล้ว ไม่เทียบกับใคร มีความสุขในทุกๆ วัน”

เราโตขึ้นทุกวันแล้วก็ควรจะต้องดีใจกับทุกวันนี้ที่เรายังมีชีวิตอยู่?
“ใช่ค่ะ วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราอ่านข่าวนี้ก็มีความสุขแล้ว หนูมีความสุขในทุกวันในชีวิตเลยจริงๆ”

พี่ดีใจกับคุณด้วย แต่เรื่องภาวะหมดไฟที่เคยขึ้นอยากให้ช่วยแชร์นิดหนึ่ง?
“มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่รู้สึกว่าเราลืมตามาแล้วไม่มีความสุข อย่างที่บอกเราเป็นคนที่ลืมตามาแล้ววันนี้ฉันทำอะไรดี ตื่นเต้นจังเลยจะได้ไปโน้นไปนี่ แต่มีบางช่วงที่รู้สึกโอ๊ยเหนื่อย ทำอะไรอยู่ ทำไมมันหมดไฟขนาดนี้ ทำไมเหนื่อย ไม่มีความสุขตอนลืมตาขึ้นมา เป็นอยู่ช่วงหนึ่ง รู้สึกทรมาน เราต้องจัดการตัวเองถ้าตื่นมาแล้วเป็นแบบนี้ไปทำงานแบบไม่มีความสุข พลังงานเราก็จะไม่ดี เพราะเป็นคนที่เชื่อในเรื่องพลังงานของคนรอบๆ ตัวมาก ช่วงนั้นก็จัดการตัวเองหยุดพักในทุกๆ อย่าง ขอออกไปเที่ยว หรือไปสถานที่ต่างๆ สักนิดหนึ่ง เบรกตัวเองออกมา แล้วก็จูนตัวเองใหม่ เริ่มใหม่ ก็ดีขึ้นแต่ว่าใช้เวลา คือความที่เราเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตมากๆ ด้วย จะรู้สึกว่าการที่เราได้ออกไปแล้วเจอคนที่มีพลังงานดีๆ แล้วเราได้รับเข้ามามันจะโอเค แล้วเราก็ต้องกันตัวเองจากคนที่เนกาทีฟ หมายถึงว่าถ้าเราไปที่นี่แล้วรู้ว่าคนนี้พลังงานไม่ดี เราก็เลือกที่จะเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง ต้องกันตัวเองให้ถูก”

คุณเป็นอินโทรเวิร์ต หรือเอ็กซโทรเวิร์ต?
“เอ็กซ์โทรเวิร์ตมากๆ”

ในส่วนของแฟนที่ผ่านๆ มาสังเกตไหมว่าพลังงานจะคล้าย หรือต่างจากเรา?
“ต่างค่ะ ถ้าเหมือนกันมากไปอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันตีกัน แต่ถ้าเกิดว่าอีกคนหนึ่งเบรกเราได้ มันก็จะอยู่ด้วยกันได้นาน ส่วนใหญ่เขาจะเป็นสไตล์นิ่งๆ หน่อย เพราะว่าหนูคือเด็กแสบของประวัติศาสตร์โลกแล้วจริงๆ ทุกคนรู้ แล้วเป็นคนที่มีเอเนอจี้เยอะ ซึ่งคนที่จะอยู่กับเราได้ต้องตรงข้าม ต้องคุมให้อยู่ นี่คือสิ่งที่ผ่านมานะคะ”

ล่าสุดก็เพิ่งจบไปกับเรื่องของความสัมพันธ์ วันนี้เราเรียนรู้ในวิธีการจบแบบที่ราบรื่นไหม?
“ราบรื่นมากค่ะ ก็คือคุยด้วยแบบมีตรรกะมาก คือที่ผ่านมาเราเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก อาจจะมีการทะเลาะกัน บอกเลิกโน้นนี่นั่น งอแง ปัญญาอ่อน แล้วเหมือนเราทะเลาะกับตัวเอง แต่รอบนี้มันคือการที่เราแบบทักษะด้านตรรกะและเหตุผล เป็นเพราะอะไร 1 2 3 แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สมเหตุสมผล ก็เลยเข้าใจได้ เห็นด้วย แล้วก็แบบโอเคดีกว่า”

อะไรเป็นจุดที่เราตัดสินใจว่าจะต้องหยุดยุติความสัมพันธ์ ?
“ความรู้สึกล้วนๆ เลยค่ะ ที่อยู่ตรงนี้แล้วเราไม่มีความสุข อยู่ตรงนี้แล้วไม่แฮปปี้ ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือกับใคร มันจะมีจุดที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว คือหนูใช้การเปรียบเทียบว่าความรักเรามันเป็นเหมือนกระดาษสีขาว แล้วมันมีจุดดำๆ อยู่แค่ 1 จุดตรงกลาง แล้วพี่จิ้มจุดนั้นไปเรื่อยๆ ทุกวันจนวันนี้มันเป็นรูแล้ว เอาไม่อยู่แล้ว รู้สึกว่าใจเรามันไปแล้ว มันไปยากนะ แต่พอมันไปแล้วมันไปเลย นี่คือปัญหาตอนนั้น”

วันนี้จะอยู่กับตัวเองไปก่อน หรือว่า Let it be?
“ตอนนี้ Let it be นิดหนึ่งค่ะ ถ้ามีอะไรเข้ามาหนูไม่ได้ปิด แต่ว่าหนูก็ต้องให้ตัวเองมาก่อนมากขึ้น ในสมัยก่อนเราก็จะเป็นคนที่อยากให้ทุกคนมีความสุขเวลาอยู่รอบๆ เรา แล้วเราจะเอาความสุขของตัวเองไว้ท้ายสุดเสมอ เป็นแบบนี้ตลอดกับทุกคน แต่เดี๋ยวนี้จะรู้สึกว่าถ้าเราไม่มีความสุข ถ้าอึดอัดในการจุดนี้เราไม่ไปดีกว่า เราปฏิเสธคนให้เป็น ปกติหนูจะเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่เป็น ใครให้ทำอะไรให้ไปไหนจะเกรงใจ โอเคทำให้หมด แต่ตอนนี้ต้องฝึกเซย์โน ถ้าเราไม่อยากทำอะไร”

ปฏิเสธโดยที่ไม่ทำให้อีกฝั่งเสียใจมีศาสตร์ของมันไหม ?
“ปันเป็นคนที่ค่อนข้างจริงใจในระดับหนึ่ง ซึ่งคนที่เรากำลังจะปฏิเสธเขา จะเข้าใจว่าเราคิดอะไร ทำไมเราถึงทำแบบนั้น มีความกล้าที่จะปฏิเสธคนมากขึ้นเมื่อเราโตขึ้น อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเราเด็กมั้ง พอเด็กก็ต้องยอมทุกคน ตอนนี้เริ่มโตขึ้นมีความคิดของตัวเองแล้ว”