หน้าแรก บันเทิง ‘เป็กกี้ ศรีธ...

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ เล่ากลัวความลำบากจนขนหัวลุก สู้ทำมาหมดนักร้องบาร์เบียร์-รปภ. เสี่ยขอเลี้ยง

29.10.24 | 16:05 น.

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ เล่ากลัวความลำบากจนขนหัวลุก สู้ทำมาหมดนักร้องบาร์เบียร์-รปภ. เสี่ยขอเลี้ยง

กว่าชีวิตมาถึงจุดนี้ เรียกได้ว่าชีวิตก็ตรากตรำความยากลำบากมามากมาย สำหรับตลกชื่อดัง เป็กกี้ ศรีธัญญา ล่าสุดเจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจถึงประสบการณ์ในชีวิตที่กว่าจะฝ่าฟันความยากลำบากมาได้ ผ่านรายการ 3 แซ่บ ให้ฟังว่า

“หนูกลัวความลำบากจนขนหัวลุก ความจนมันน่ากลัวมาก มันฝังอยู่ในจิตวิญญาณ ไม่มีตังค์เลย ต้องไปตามคูคลองแล้วตกปลาหมอกิน คุณแม่เสียชีวิตตอนหนูอายุประมาณ 17-18 ชีวิตหนูไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่รู้จะไปไหน ไปพึ่งใคร พอมองย้อนกลับไปว้าเหว่ ไร้ที่พึ่ง ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้เงิน กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้หนักมากค่ะ ปีนึง นั่งดูพระอาทิตย์ตกร้องไห้ กลางคืนร้องไห้ ฝันร้าย ฝันภาพเดิมต่อเนื่องหลายปี คือกลับไปที่บ้านหลังเดิม มีผ้าม่านไหวๆ แล้วเห็นข้อเท้าแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ แล้วหนูก็ไปกอดข้างหลัง ฝันซ้ำอย่างนี้นานมาก

ถ้าเป็นภาษาในยุคนี้ก็คงเป็นโรคซึมเศร้าแหละ แต่ว่า ณ ตอนนั้เราเศร้าไม่ได้ ชีวิตเราต้องไปต่อ แล้วเป็กก็ไปอยู่กับเพื่อนที่เรียนประถมมาด้วยกัน บ้านเขาเป็นลิเก เราก็ไม่มีที่อยู่ก็เลยถามเพื่อนว่าพ่อแม่เธอไม่ค่อยอยู่เลยเนอะ เราขอไปอยู่ด้วยได้ไหม เพื่อนก็บอกว่ามาอยู่ได้ เพราะแม่เราไม่ค่อยอยู่ แต่แม่เรามีข้าวสารทิ้งไว้ให้เรากับน้อง แล้วก็ให้ไปเซ็นกับข้าวร้านชำฝั่งตรงข้าม มากินได้ ก็เซ็นเขาจนเขาไม่ให้เซ็นแล้ว ตังค์ก็ไม่มี ก็เริ่มตระเวนเก็บผักบุ้ง ตกปลากับเพื่อน ใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ปีนึง

Advertisement

ก็มีคุณลุง กว่าจะรู้ว่าแม่หนูเสียเขาก็ไปรับมาอยู่ด้วย บ้านเขาทำเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องเช่า เครื่องเสียง เราก็โชคดีเป็นคนชอบร้องเพลงก็เลยไปทำตรงนั้น ไปเป็นคนขับรถ ไปตั้งเวที กลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วมาร้องเพลง รับค่าจ้างเริ่มที่ 150 บ. เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ตอนนั้น อยากสนุกกว่านี้ก็เลยอยากไปเป็นนักร้องบาร์เบียร์ มีหลอกดริ้งก์ฝรั่งด้วย ให้เธอ 20 แก้ว ถ้าเธอกินๆๆ แล้วนั่ง 10 นาทีได้โดยที่ไม่อ้วก เอาไปเลย 30,000 บาท เราก็สามารถเอาเงิน 30,000 มาได้ เป็นความตรากตรำ ความสู้ชีวิต รปภ.ก็เคยเป็นมาแล้ว ในช่วงปิดเทอมรู้สึกว่าจะต้องฝึกอาชีพ เราจะได้รู้ว่า อยากเป็นอะไรกันแน่ เริ่มจากเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นครัว เป็นทุกอย่างเลย รวมถึง รปภ.ด้วยมันเป็นป้อมเวลาพนักงานจะออก เมื่อถึงเวลารอค้นตัวพนักงานที่จะออกเวรเท่านั้น แล้วก็ให้ผ่านทุกคนโดยที่ไม่ค้น (หัวเราะ)

เคยมีเสี่ยมาขอเลี้ยง เดิมทีไปร้องเพลงก่อน แล้วเขาก็เห็น เขาก็ชวนไปทานข้าว แล้วก็บอกว่าถ้าทานข้าวต้องจ้างหนูค่ะ ก็คือจ้างร้องเพลงนั่นแหละ คือจ้างทั้งวง แต่หนูกินข้าวด้วย พอไปแล้วเขาให้ทิปเป็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่ หลังจากนั้นเขาก็โทรมาว่าเขาจะรับไปทานข้าว หนูไม่ไป แล้วเขาก็เลยให้ลูกน้องมาทวงแหวนเพชรคืน เราก็คืน แล้วในวันที่ไปร้องเพลง เขาก็บอก ผมชอบคุณมากเลยนะ งานอดิเรกของผมคือ ผมชอบล่าสัตว์ แล้วขัดปืนไปด้วย กล้าไหมล่ะ

ความสู้ชีวิต ความแข็งแกร่งของเราคือ เรารับมือกับเรื่องร้ายได้ดีแค่ไหน ยิ่งเรารับมือกับเรื่องร้ายได้ดี นั่นคือความโชคดีของเรา”