เพราะวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีเป็น ‘วันสตรีสากล’ หลายองค์กรจึงจัดกิจกรรมเพื่อให้คนได้ตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศ เช่นเดียวกับองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) และโครงการฮีฟอร์ชี (HeForShe) ที่มีกิจกรรมดีๆ มาฝาก
เทศกาลศิลปะ He For She Arts Week Bangkok คือชื่อกิจกรรมที่ว่า ซึ่งจะจัดพร้อมๆกับเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะ ลอนดอน, นิวยอร์ก, มาดริด, ปานามาซิตี้, ปารีส, ซานดิเอโก และเซาเปาโล
สำหรับที่บ้านเราซึ่งจัดระหว่าง 8 – 15 มี.ค. นอกจากสร้างพื้นที่ให้สังคมเกิดความเท่าเทียมทางเพศด้วยการรณรงค์ให้ผู้ชายและเด็กชายมีส่วนร่วมในการยืนหยัดเพื่อผู้หญิง ยังชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศผ่านศิลปะและวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะนิทรรศการ การแสดงจากบีฟลอร์ รวมถึงการเสวนาจากศิลปินชื่อดัง เช่น ไซซา บากานี, กวิตา วัฒนะชยังกูร ฯลฯ โดยจัด ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขณะเดียวกันระหว่าง 9 – 12 มี.ค. ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ก็จะมี เทศกาลภาพยนตร์ฮีฟอร์ชี (He For She Arts Week Bangkok Film Festival) ซึ่งคัดสรรหนัง 7 เรื่อง จาก 8 ประเทศ โดยทุกเรื่องนั้นเข้าชิงรางวัลระดับโลกมานับไม่ถ้วน
เริ่มจากหนังดราม่าสัญชาติตุรกี ‘MUSTANG’ ที่ว่าถึงเรื่องราวในฤดูร้อน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของตุรกี “ลาเล” และน้องสาวทั้งสี่ได้เล่นกับเด็กผู้ชายอย่างบริสุทธิ์ใจแต่กลับกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว บ้านจึงกลายเป็นคุกคุมความประพฤติที่มีการสอนงานบ้าน การปรุงอาหารและจะมีการจัดเตรียมงานแต่งงานที่พวกเธอไม่ได้เต็มใจ การต่อสู้เพื่ออิสรภาพจึงเกิดขึ้น

‘WADJDA’ หนังคอมเมดี้ดราม่าจากซาอุดิอาระเบียบอกเล่าถึงสาวซาอุฯ ที่รวบรวมความกล้าลงแข่งขันสวดคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อจะนำเงินรางวัลไปซึ้อจักรยานสีเขียวที่หมายปอง ซึ่งต้องใช้ทั้งความมานะและความศรัทธา เพื่อเอาชนะอุปสรรคให้ถึงจุดหมายดังตั้งใจ

ส่วน ‘WATER’ หนังดราม่าสัญชาติแคนาดาและอินเดีย สื่อถึงการปฏิบัติต่อหญิงหม้ายเสมือนเป็นวรรณะต่ำต้อย เมื่อสามีตายไม่ว่าด้วยเหตุใด เด็กเหล่านี้จะถูกส่งไปอยู่รวมกันในอาศรมแม่หม้าย “ชูยา” เด็กหญิง 8 ขวบก็เช่นกัน ซึ่งความสดใสของเธอทำให้แม่หม้ายคนอื่นๆ เริ่มมีความหวังในชีวิต

หนังจากสวีเดน ‘FORCE MAJEURE’ เป็นเรื่องของครอบครัวสวีเดนที่เดินทางไปเล่นสกีที่เทือกเขาแอลป์ แต่เกิดไปเจอเหตุการณ์หิมะถล่มอย่างหนัก “เอ็บบา” จึงได้ร้องหา “โทมัส” สามีเพื่อมาปกป้องลูกๆ หากเขากลับมัวแต่ทำงานเพื่อชีวิตของเขาเอง

‘THE LAND OF GODS’ หนังร่วมทุนระหว่างเซอร์เบีย – อินเดีย มีเรื่องของ “ราหุล” ชายที่ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังหมู่บ้าน ณ เทือกเขาหิมาลัย หลังจากถูกเนรเทศมาเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ชาวบ้านซึ่งไม่เคยให้อภัยกับบาปที่เขาทำไว้ในอดีต

สำหรับ ‘DESERT FLOWER’ หนังเยอรมนีเป็นการเล่าอัตชีวประวัติของ “วาริส ดีรี” หญิงสาวชนเผ่าเร่ร่อนโซมาเลียที่ถูกขลิบอวัยวะเพศตั้งแต่ 3 ขวบ พออายุ 13 ถูกขายให้ไปแต่งงาน กระทั่งหนีออกจากแอฟริกามาได้ เธอได้กลายเป็นนางแบบชาวอเมริกันตอนอายุ 38 แถมนั่งตำแหน่งโฆษกประจำสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องขลิบอวัยวะเพศหญิง

ปิดท้ายที่ ‘I AM A GIRL’ หนังสารคดีจากออสเตรเลียที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้สตรี โดยในศตวรรษที่ 21 เราๆ มักเชื่อกันว่าผู้หญิงทุกคนควรได้รับความเสมอภาคและเป็นธรรม ทว่าความเป็นจริงนั้นหญิงสาวเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรโลกยังคงต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติอย่างเลี่ยงมิได้ เพราะฉะนั้นพวกเธอจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อโอกาสที่เท่าเทียมทางเพศ และสารคดีนี้จะทำให้เห็นถึงความพยายาม ความเข้มแข็ง และความหวังในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม

ใครสนใจเรื่องไหนสามารถดูรอบฉายได้ที่ www.sfcinemacity.com, www.facebook.com/Welovesf หรือโทร 02-268-8888 โดยทุกเรื่องชมฟรี แถมมีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพียงแต่ต้องไปรับบัตร 30 นาทีก่อนหนังฉาย
ไปดูกันแล้วจะได้เปลี่ยนจากความไม่เท่าเทียมให้เป็นความเข้าอกเข้าใจ และพร้อมจะยืนหยัดเพื่อผู้หญิง

