แดง ธัญญา-อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เชื่อวงการละครไทยจะฟื้นตัว มีวิกฤตก็มีโอกาส
ท่ามกลางยุควิกฤตละครไทย ที่ทำเอาเหล่านักแสดง ผู้จัดละคร และทีมงานเบื้องหลังหลายๆ คนถึงกับรู้สึกท้อกันสุดๆ ในช่วงนี้ แต่กระนั้นเหล่าผู้บริหารและผู้จัดละครก็ยังคงเดินหน้าผลิตคอนเทนต์ให้ผู้ชมได้รับชมกันต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อได้มีโอกาสสัมภาษณ์ทีมผู้บริหารช่อง MONO 29 อย่าง หน่อย หทัยทิพย์, แดง ธัญญา และ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ที่มาร่วมงานแถลงข่าว MONO ORIGINAL 2025 ก็ได้เปิดใจถึงทิศทางการผลิตคอนเทนต์ในช่วงสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้
มองทิศทางคนผลิตคอนเทนต์ หรือว่าคอนเทนต์ภายในอนาคตข้างหน้าจะไปไหนต่อได้บ้างในช่วงสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
แดง: ไม่นะคะ อะไรที่เราทำด้วยคุณภาพ มีคุณภาพเป็นพื้นฐาน เชื่อว่ายังไปได้ คือเรากำลังโกลบอล เพราะเดือนที่แล้วเราก็มีความภูมิใจมากที่ซีรีส์ของเราติดเข้าไปใน Asian Television Awards 7 รางวัล อาจจะเป็นน้องใหม่ ยังไม่ได้รางวัล แต่ถือว่าการก้าวไปครั้งแรกเราภูมิใจมาก เพราะมันมีกลิ่นของความเป็นอินเตอร์แล้ว
แสดงว่าเป็นการเปิดประตูผลงานของไทยด้วยใช่ไหม?
แดง: ใช่ค่ะ
แสดงว่ามันไม่ใช่วิกฤตในอุตสาหกรรมไทย?
แดง: มันมีวิกฤต มันก็มีโอกาส เพราะฉะนั้นเราต้องหาโอกาสนั้นให้เจอ อยู่ที่ว่าเราจะมองมันยังไง มองมุมไหน มันยังไปได้ เรารู้สึกยังไง

พี่อ๊อฟถ่ายละครมาหลายยุคมาก ยุคนี้อะไรยากที่สุดในการทำให้คนดูดูผลงาน?
อ๊อฟ : เวลาทำละคร พูดตรงๆ ผมไม่เคยทำเพื่อที่จะบอกให้คนต้องดูนะ เราทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง หน้าที่ของเราคือทำให้ดีที่สุดและคนดูเขาก็จะดูเอง คนดูเลือกครับ
รู้สึกยังไงกันบ้างเพราะช่วงนี้ได้ยินคำว่าวิกฤตละครไทยบ่อยมาก ทำให้ใครหลายๆ คนท้อทั้งนักแสดงและผู้จัด
แดง: อาจเป็นเพราะว่ามันมีตัวเลือกมากขึ้น เราอยากจะดูตรงไหนก็ดูได้ แล้วคนเริ่มไม่รอแล้ว งั้นคุณก็ต้องเสาะหาวิธีที่จะทำยังไงที่จะเสิร์ฟให้เขาได้อย่างถูกใจเขา ถูกจริตเขา อันนั้นแหละเขาไม่ทิ้งแน่นอน คนดูยังไงก็ต้องดู
เชื่อว่าในอนาคตละครไทยจะฟื้นตัวได้ไหม?
แดง: ก็ต้องปรับรูปแบบ คือจะมาเป็นแบบเดิมๆ แบบดูกันเองไม่ได้แล้ว มันต้องทั่วโลกดูได้ด้วย อาจจะเป็นรสนิยมที่ เหมือนเราชอบน้ำเน่าก็จะทำกันอยู่ ย่ำอยู่ตรงนั้น แต่เราก็ต้องพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
อ๊อฟ: เปิดหูเปิดตาให้กว้าง แล้วก็หยิบสิ่งที่ดีที่เขาทำมาดัดแปลง ปรับปรุง แก้ไข แล้วก็ทำไป
แดง: จริงๆ น้ำเน่ามันก็ทำได้ แต่จะทำยังไง จะนำเสนอยังไงให้มันมีชั้นเชิง ให้มันมีรูปแบบที่ดูแล้วคิดหน่อย
อ๊อฟ: วันนี้คนยังดูลิเกอยู่นะ ระเบียบวาทะศิลป์ เขาแต่งชุดลิเก แต่นี่คือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อันนี้มันก็อยู่ได้ ลิเกก็อยู่ได้ ละครก็อยู่ได้ เพียงแต่ว่าเราจะทำในรูปแบบไหนแค่นั้นเอง
แดง: คนไทยยังไงก็อยู่กับความบันเทิง แล้วก็ความเถิดเทิง
ตอนเปิดตัวไม่ใช่แค่นักแสดง แต่ผู้จัดหลายๆ คนก็ทำให้หลายๆ คนเซอร์ไพรส์มากเหมือนกัน อันนี้เป็นลักษณะที่พี่แดงดึงเข้ามา หรือทุกคนอยากมาร่วมงานกับเรา?
แดง: ก็มีคนที่เสนอและเพื่อนกันก็มาทำให้หน่อย ถ้าเขามีความคิดที่อยากจะเปิดกว้าง ที่นี่เปิดกว้างในเรื่องของความคิด อาจจะเสนอช่องอื่นไม่ได้ก็มาช่องนี้ เขาเปิดกว้างให้เป็นระดับสากลมากขึ้น พี่ว่าคนที่เขาชอบงานศิลปะ เขาก็อยากจะเดินไปข้างหน้า
มาตรฐานที่เราจะอนุมัติละคร หรือซีรีส์ 1 เรื่องต้องดูจากอะไรเป็นหลัก?
แดง: ดูตัวเรื่อง ต้องสตอรี่มาก่อน สตอรี่นำเลย ถ้าเรื่องสนุก ผู้กำกับเล่าเรื่องเก่งไหม ถ้าเล่าเรื่องเก่งเรื่องยิ่งสนุกใหญ่เลย และนักแสดงฝีมือดีไหม การแสดงได้หรือเปล่า ก็จะช่วยกันยกให้มันดีขึ้น
อ๊อฟ: กว่าจะผ่านมันหลายขั้นตอน
แดง: มีการมาพรีเซ็นต์แล้วเราก็เป็นพี่เลี้ยงให้ ไม่ได้ปล่อยให้เขาคิดคนเดียว

ก่อนที่จะมี 15 เรื่องเขาเสนอเข้ามาเยอะไหม?
แดง: เยอะมาก เป็นร้อย ก็คือเข้ามาเรื่อยๆเลย แต่ว่าเราก็คัด เราก็ต้องการกรองเอาหัวกะทิที่สุด แล้วความไว้วางใจคนที่มาจัดว่าเขามีฝีมือและความตั้งใจจริงๆ ไหม
อ๊อฟ: เราก็บอกเพื่อนฝูงเราทุกคนนะที่เขาเป็นผู้จัด เขาเป็นผู้กำกับว่าถ้ามีอะไรก็มาเสนอ ถ้าต้นสังกัดไม่ห้ามนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอา เราต้องคัดก่อน
แดง: แล้วคนรุ่นใหม่เราก็เปิดรับด้วย เพราะคนรุ่นใหม่เขามีความคิดที่เดินไปข้างหน้า
ปัญหาที่ผ่านมาละครบ้านเราอาจจะโดนวิจารณ์มากเรื่องบท อาจทำให้บางเรื่อง นักแสดงแสดงดีมากเลย แต่บทไม่สนุกคนก็ไม่ดู คิดว่ามันมีทางออกในเรื่องนี้ไหม เพราะพี่แดงเป็นบุคลากรด้านการเขียนบท?
แดง: ใครมาทำที่ Mono 29 ก็ต้องไม่หย่อน ถ้าหย่อนยานต่อไปก็คือเป็นเครดิตของเขาเอง ถ้าเขาทำเรื่องแรกได้ดีมันจะมีเรื่องต่อมา แต่ถ้าไม่ดีเราก็ต้องคัดออก มันเป็นกติกาที่เราชัดเจนมากว่าคุณห้ามตัดต่อหย่อนยานเพื่อที่จะเอาเนื้อ เพราะที่นี่ไม่มีตอนเกิน สมมุติเสนอมา 16 ตอน ก็ต้องตามนั้น จะมาเพิ่มเป็น 20 ตอนไม่ได้
อ๊อฟ: ความเป็นซีรีส์มันกำหนดบางอย่างไว้อยู่แล้ว แล้วรูปแบบของมันก็จะจำกัดอะไรบางอย่าง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เรากังวลมันก็จะถูกลดลงไปโดยความเป็นซีรีส์
แดง: ด้วยความที่เราอยู่วงการนี้มานานเป็น 20 ปี เราก็รู้ว่าใครที่มือดี มันก็จะรู้ตรงนั้น
หน่อย: มันจะเห็นด้วยคนดู เดี๋ยวนี้โซเชียล ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วที่แต่ก่อนเป็นตัววัด แต่เดี๋ยวนี้มีทั้งโซเชียล ทั้งระบบยอดการดู ถูกมาประเมินหมด
แดง: คนดูใกล้เรามากขึ้นและวิพากษ์วิจารณ์เราอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นเราจะรับคำวิจารณ์ที่เป็นมหาชน หมายถึงว่าส่วนใหญ่ของคนวิจารณ์เราจะยอมรับและเอามาปรับปรุง
อ๊อฟ: แล้วเราไม่ทอดทิ้งคนเก่าคนแก่นะ คนเก่าๆ ที่เคยกำกับก็มาได้ ถ้าพูดกันรู้เรื่องก็ยินดี
มองภาพ Mono 29 ในอนาคตเป็นยังไงบ้าง?
แดง: ก็ก้าวไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าเราโชคดีที่นายของเราคือเจ้าของ Mono 29 ใจใหญ่มาก คือเปิดกว้างให้เราได้ทำงานอย่างอิสระ และเปิดกว้างในเรื่องของแง่ความคิด และเงินทุนแบบชนิดที่ว่าทำแล้วไม่อึดอัด เขาใจใหญ่มาก อันนี้คือความโชคดีของเรา ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาการ เพราะถ้าไม่มีเงินมันไปไม่ได้

