หน้าแรก บันเทิง ลิลลี่ แจงปมไ...

ลิลลี่ แจงปมไลฟ์ไม่เกี่ยวเรื่องทอง เตรียมไปเยี่ยม ‘แม่ตั๊ก’ ที่เรือนจำ เชื่อถ้าได้ออกมาจะไม่ทำอีก

16.12.24 | 12:19 น.

‘ลิลลี่ เหงียน’ แจงปมไลฟ์สดร่วม ’แม่ตั๊ก‘ ยันไม่เกี่ยวข้องเรื่องทอง ลั่นอยากไปให้กำลังใจแม่ตั๊ก

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) น.ส.ลิลลี่ เหงียน ดารานักแสดงชาวเวียดนาม ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำในคดี น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก จากกรณีที่เคยไปไลฟ์สดขายของให้แม่ตั๊ก 2 ครั้ง รวมกว่า 4 ซม.


น.ส.ลิลลี่กล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกให้ตนมาให้ปากคำในประเด็นการจ้างงานไลฟ์สด โดยตนอยากจะเดินทางมาก่อนหน้านี้ แต่มีผู้ใหญ่แนะนำว่าควรให้ตำรวจเรียกค่อยมา จึงต้องมาวันนี้

โดยรายละเอียดการทำงาน ตนเคยไลฟ์สดกับแม่ตั๊ก 2 ครั้ง ในวันที่ 16 และ 18 กรกฎาคม 2567 เวลา 20.30 น. ซึ่งรู้จักกันเพราะช่วงนั้นตนออกรายการโหนกระแส และได้รู้จักกันผ่านช่างแต่งหน้าคนหนึ่งในตอนนั้น และช่างแต่งหน้าคนนี้แนะนำงานของแม่ตั๊กมาให้ โดยตอนแรกที่มีการคุยกัน เข้าใจว่าเป็นการจ้างไลฟ์สดครั้งละ 150,000 บาท แต่พอมาถามช่างแต่งหน้า ปรากฏว่าเป็นการจ้างไลฟ์สด 2 ครั้ง รวมกันกว่า 4 ชม. ในราคา 150,000 บาท แต่กลับได้ได้เงินจริงเพียงเเค่ 100,000 กว่าบาทเท่านั้น

ในการไลฟ์ขายสินค้า ทางแม่ตั๊กได้ให้ไลฟ์ขายสินค้า 3 อย่าง คือ ครีมกันแดด โกโก้ และสบู่ เท่าที่ตนทดลองสินค้าดูก็สรรพคุณตรงตามที่แม่ตั๊กเคลม เลยตัดสินใจมาร่วมไลฟ์สด และในการไลฟ์สดมีสคริปต์ให้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้า แต่ตลอดการไลฟ์สด ตนไม่ได้มีการพูดถึงทองคำ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆเกี่ยวข้องกัยทองคำ ไม่มีการโปรโมทและมีการซื้อขาย และไม่มีการหยิบจับสินค้าที่เกี่ยวกับทองคำ ในไลฟ์สดมีเพียงการพูดถึงประเด็นของตัวเองที่เคยออกรายการโหนกระเเสสลับกับการขายของ

Advertisement

ซึ่งไปออกไลฟ์สดนั้นไม่ได้มีการทำสัญญาไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ และส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมกับแม่ตั๊กและสามีของเขา ส่วนซองแดงที่อ้างว่าเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า ยืนยันว่ามีการใส่เงินจริงแต่ไม่ทราบว่ามีการใส่กล่อง และจัดส่งให้ลูกค้าจริงหรือไม่

นอกจากนี้ตนอยากไปเยี่ยมแม่ตั๊กที่เรือนจำ อยากไปให้กำลังใจ เพราะครั้งหนึ่งก็เคยมีการจ้างงานกัน และมั่นใจว่า “ถ้าเขาออกมา เขาจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว”

ส่วนตัวตนไม่ได้กังวลอะไรเพราะตนบริสุทธิ์ แต่แอบกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเงินค่าจ้าง เพราะตนใช้จนหมดแล้ว ถ้าจะเรียกคืนคงต้องขอเวลาอีกสักหน่อย