เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมการนโยบาย (กนย.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ให้สัมภาษณ์ ‘มติชนออนไลน์’ กรณีส.ส.ท. นำเงินไปซื้อตราสารหนี้ (หุ้นกู้) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ว่า ความจริงแล้วการนำเงินไปลงทุนด้วยวิธีการดังกล่าวสามารถทำได้ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดและเป็นไปตามระเบียบของส.ส.ท. ในการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตามก่อนจะลงทุนจะต้องผ่านการพิจารณาของกนย.ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งอาจจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้อำนวยการส.ส.ท. ที่คิดว่าเมื่อระเบียบกำหนดไว้อย่างนั้นก็สามารถดำเนินการได้เลย
“กนย.มีความเห็น มีมติร่วมกันว่าผอ.ไม่ได้ทำผิด เพราะโดยกฎหมายหรือระเบียบของส.ส.ท. อนุญาตให้ซื้อตราสารหนี้ได้ แต่ว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะก็คำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน ว่าควรจะต้องดูอะไรต่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับประเด็นในเชิงสาธาณะด้วย เราจึงมีมติในส่วนนี้ว่า เราจะดำเนินการให้มีการขายตราสารหนี้ เพื่อจะได้เอาเงินกลับมา” นายจุมพลกล่าว
นายจุมพลกล่าวอีกว่า เงินที่ส.ส.ท.นำไปซื้อตราสารหนี้ดังกล่าวมีมูลค่าทั้งสิ้น 193 ล้านบาท ซึ่งส.ส.ท.จะขายคืน ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะได้กลับคืนมาเท่าไหร่ เพราะต้องไปศึกษาอีกครั้งว่าจะดำเนินการขายอย่างไร
“จริงๆ การซื้อตราสารหนี้ซื้อได้ ถือว่าเป็นการดีกว่าเอาเงินไปนอนเฉยๆในธนาคาร เพราะการจะพัฒนาขององค์กรก็มีความจำเป็นต้องใชัเงิน แต่ก็ต้องมีพิจารณากันว่าองค์กรไหนควรจะลงทุนด้วย หนือไม่ควรลงทุน จะให้พูดชัดๆในขณะนี้ว่าตราสารหนี้ตัวไหนซื้อได้ ตัวไหนไม่ได้ คงพูดไม่ได้ เพราะอาจจะต้องพิจารณาเป็นกรณีๆไป แต่อันนี้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของเขา ที่เข้าใจว่าอนุมัติหลักการแล้วทำได้” นายจุมพลกล่าว
สำหรับผู้จะมารักษาการแทนผู้อำนวยการนั้น นายจุมพลกล่าวว่าอยู่ระหว่างการหารือ อย่างไรก็ดีระหว่างนี้ทพ.กฤษดา จะยังทำงานอยู่ตามข้อกำหนดของส.ส.ท.ที่แม้ผู้อำนวยการจะลาออกแล้ว แต่จะต้องอยู่เคลียร์เพื่อส่งมอบงานอีก 30 วัน

