ดราม่าทำจุกอก ส้มเช้ง เจอเมนต์แรงโจมตีร้านก๋วยเตี๋ยว ปรับปรุงทุกอย่าง หวังได้คำชื่นชม
โดนดราม่าหนักจากชาวเน็ตที่เข้ามาวิจารณ์ร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดใหม่ ‘ส้มเช้ง เตี๋ยวริมน้ำ’ ที่ซอยวัดไทรม้าเหนือ นนทบุรี ของนักแสดงอารมณ์ดี ส้มเช้ง สามช่า ที่นอกเหนือจากคนที่มาทานที่ร้านจะเข้ามาคอมเพลนเรื่องอาหารแล้ว นักชิมโซเชียลก็ยังเข้ามาร่วมคอมเมนต์ในด้านลบ ที่ทำเอาเจ้าตัวพ้อว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ล่าสุด ส้มเช้ง ก็ได้เปิดใจถึงกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า
ถามดราม่าเรื่องร้านแต่วันนี้เห็นลูกค้าเยอะมาก?
“ต้องขอขอบคุณดราม่าละกันเนอะ แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจ คือพอมีดราม่าเข้ามาเรารับแรงกระแทกไม่ทันเลยทีเดียว เมื่อกี้พี่เท่งบอกว่าให้ตัดไปเลยอย่าไปอ่าน อย่าให้ความสนใจ เราต้องดูว่าคนรักเราขนาดไหน คนที่ให้กำลังใจเราเยอะขนาดไหน 10 คอมเมนต์เขาชื่นชมเรา 9 คอมเมนต์ มี 1 คอมเมนต์ที่จะติก็ต้องปล่อย ให้มองเขาเป็นอากาศธาตุไปพูดง่ายๆ คืออย่าไปสนใจ”
แต่มันมีผลกระทบ?
“มันมีผลกระทบ นี่แหละเราถึงต้องเข้าไปแก้ไขเพราะว่ามันมีผลกระทบ หนึ่ง มีคนเข้ามาเมนต์น้อยจัง ต้องบอกว่านักเลงโซเชียลสมัยนี้ หรือคนที่เล่นโซเชียลเนี่ย ไม่ได้ดูและก็แทบที่จะไม่ได้อ่าน พอเห็นภาพแล้ว อะไรวะ..เข้าไปอ่านคอมเมนต์เห็นเขาเขียนน้อยจัง กูก็บ่นน้อยด้วย แพงจังกูก็แพงด้วย แต่บอกเลยว่าคนที่ติคือคนที่ไม่ได้มากินไม่ได้มาชิม แต่คนที่มากินมีแต่คนชมไม่มีใครติ ที่บอกว่าน้อยต้นเหตุมาจากอะไร เราก็บอกเราขอโทษ เราผิดคือเราบอกว่าวันนี้ส้มเช้งขอลงครัวทำก๋วยเตี๋ยวกินเอง คือเราทำกินเอง เราเป็นคนที่ดูแลตัวเอง เราอายุมากขึ้นแล้วก็ไม่อยากจะอ้วน เราดูแลการกินอาหาร โดยเฉพาะที่อะไรที่เป็นแป้งเราจะกินน้อยมาก เวลามาที่ร้านบอกให้เด็กผัดให้จานนึงเขาผัดมาแบบขาย มันเยอะ พอคนว่างเราเลยไปทำกินเอง แต่คนไม่ได้ฟังว่าเราทำกินเองก็เข้ามาเมนต์ว่า ‘ทำไหว้เจ้าที่เหรอคะ เส้นมันแพงนักเหรอวะทำไมแพงขนาดนี้ แบบนี้ต้องเคาะโลงให้ใช่ไหม’ เยอะมาก แรงมาก แล้วที่เราเสียใจไปมากกว่านั้น คนที่มาเมนต์มีหลายคนเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว”
เหมือนโจมตีกัน?
“นี่เป็นการโจมตีหรือเปล่า อยากจะให้มอง บางคนเมนต์เราสะดุ้งเลย ‘รวยอลังการมากแล้วมาขายก๋วยเตี๋ยวทำไมวะ’ เราก็ โอ้โห..ทำไมคอมเมนต์ขนาดนี้ แอดมินก็เข้าไปตอบว่าคุณจะให้เขางอมืองอเท้าเหรอคะ ทำมาหากินได้ มันเป็นอาชีพสุจริต มันเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูครอบครัวส้มได้ มันเป็นอาชีพที่ทำให้อีกหลายๆ คนมีงานทำ”
ทำร้านไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อครอบครัว?
“พี่บอกเลยว่า อันไม่ดราม่าอันนี้สัตย์จริงไม่ได้อวยตัวเอง พูดง่ายๆ ร้านพี่เนี่ย พี่ทำขึ้นมา พี่เปรียบเสมือนราวที่ให้คนได้ยืนเกาะ และสามารถยืนได้ ส่วนตัวเราเดินได้วิ่งได้ถึงเส้นชัย เราอ่ะรอด แต่คนรอบตัวเราไม่ว่าจะเป็นน้องเป็นหลาน เป็นญาติธรรมเรา เขายังยืนไม่ได้ เราเป็นราวที่แข็งแรงให้เขาได้เกาะ ถ้าร้านนี้ไปรอดมันจะเป็นอีกหลายสิบคนที่มีชีวิตได้ดีกว่าเดิม มีอาชีพหลักให้เขาได้ยึด พอเขาเดินวิ่งได้ ต่อไปก็ไม่ต้องมีราวแล้ว ก็ปล่อยให้เขาเดิน มีอาชีพให้เขา”

ราวเดือนแรกคือแข็งแรงมาก?
“แข็งแรงมาก (แต่มาเจอดราม่า?) เรา โห..ไปต่อหรือพอแค่นี้ มันจุกอก เราทำทุกอย่างมาจากความตั้งใจ อย่างที่บอกว่าเราไม่ใช่ตัวเราคนเดียว ฉะนั้นเราจะต้องทำทุกอย่างอย่างเต็มใจและตั้งใจเป็นที่สุด รวมถึงข้าวของทุกอย่างที่เราพยายามจะหาสิ่งที่ดีที่สุด เราเคยกินแบบไหน เราขายแบบนั้นเลย โตมาด้วยผัดไทยแบบไหนเราขายแบบนั้น วัตถุดิบแบบไหนเราหาแบบนั้น เอาอย่างดี”
ตอนนี้ลดราคาแถมเพิ่มปริมาณมันมีผลไหม?
“ลด 10 บาท เพิ่มอีก จริงๆ แล้ว ก๋วยเตี๋ยวร้านทั่วไปเขาก็ขาย 50 ข้างถนนอาจจะมี 40 แต่ร้านระดับเดียวกันพี่ท้าเลยไม่มีร้านไหนขาย 59 บาท กาแฟร้านในซอยเนี่ยแก้วเดียว 130-140 กาแฟน้ำส้มร้านพี่ 35 คนก็ยังดราม่าว่าแพง ที่แพงคือคุณไม่ได้มากิน ไม่ได้มาชิมรสชาติ มาชิมคุณภาพ ก๋วยเตี๋ยวลดลง 10 บาท พี่บอกเลยไม่เอากำไรเลย เพิ่มปริมาณจริงๆ ที่เขาทำอยู่เยอะอยู่แล้ว แต่มีคนมาเมนต์ว่า น้อย ทั้งๆ ที่น้อยคือที่เราทำกินเอง ร้านพี่ตั้งแต่เปิดมาใครต้องการเส้นมากเส้นน้อยขอเพิ่มได้เลย ไม่คิดตังค์เพิ่ม ตั้งแต่เปิดวันแรก คนที่ติเขาไม่ได้มากิน คนที่กินเยอะเขาจะบอกพิเศษเส้นพิเศษผักนะ เราก็ไม่เคยคิดตังค์เพิ่มเลย ตั้งแต่แรก”
หลังจากมีดราม่ามาคนแน่นกว่าเดิม?
“คนแน่นกว่าเดิม คนที่มาหลายๆ คนก็บอก ‘คุณส้ม ไม่เห็นแพง ไม่เห็นน้อยเลยอ่ะ’ บอกว่าวันนี้ส้มลดเหลือ 49 บาท ‘ไม่ต้องลดค่ะ พี่ให้ 59’ หลายโต๊ะบอกว่า 59 ก็ไม่แพงนะ ก็บอกว่าไม่เป็นไร ส้มอยากให้ทุกคอมเมนต์ชื่นชม ปริมาณ คุณภาพ ราคา อยากให้ชื่นชม เราก็ไปต่อ”
ลูกทีมเราก็โอเคแล้วตอนนี้?
“ใช่ค่ะ คิดดูถ้าพี่พับเสื่อพี่เจ็บน้อย พี่เปิดมาถ้าบวกลบคูณหารพี่เหลือทุนอีกแค่ไม่กี่บาท พี่สามารถพับเสื่อหยุดได้เลย แต่มองสิร่วม 20 คนอ่ะ”
ตอนมีดราม่าเขาไม่น้ำตาคลอกันเลยหรอ พี่ส้มประกาศขนาดนั้น?
“ตุ๊มๆ ต่อมๆ เลย คือใจไม่ดีเลยดีกว่า วันที่พี่กลับมาจากศรีลังกาวันแรกอ่ะ คือเห็นได้ชัดเลยว่าทุกคนหน้าเศร้ามาก ก็เลยบอกว่าอะไรที่ไม่ดีอย่างที่เจ๊บอกต้องช่วยกันปรับปรุงนะ เขาคอมเมนต์มานะนู่นนี่นั่น ตรงนี้ไม่ดีนู่นนี่นั่น อย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำบางคนสูตรเดียวกัน จืดไปค่ะ ต้มยำมันต้องปี๊ด บางคนบอกเปรี้ยวไป บางคนบอกเค็มไป บางคนบอกเผ็ดไป เราเลยบอก เฮ้ย..มาตรฐานของลิ้นมันอยู่ที่ใคร อร่อยแค่ละคนไม่เหมือนกัน เชื่อไหมพี่เปิดร้านเนี่ย สูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยไม่ใช่จากปากพี่คนเดียวนะ พี่เอาจากอาจารย์ ระดับดอกเตอร์ที่เขาเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคอาหารมาดูแลให้มาชิมให้ แล้วจากปากเขาที่เป็นอาจารย์สอนเด็กๆ ทำอาหารเขาบอก ‘ใช้ได้แล้วคุณส้มสูตรนี้เลย’ แล้วเราทำออกมาให้เขาชิมมันผ่านแล้ว แล้วทุกคนชิมก็เห็นผลว่ามันชัดขึ้น มันจัดจ้านจริงๆ แล้วใครจะบอกว่าเผ็ดไป ก็อาจจะต้องสั่งว่า ต้มยำนะเผ็ดน้อยหรือเปรี้ยวน้อย แต่ต้มยำเนี่ยมันต้องมีเปรี้ยวนำ เปรี้ยว เค็ม แตะเผ็ด มันต้องมีมะนาว”
เป็นคนที่เจอดราม่าเยอะมากเลยเนอะ?
“มองอีกมุมนึงคือมันเป็นธุรกิจการค้าเหรอวะ ที่พี่เสียใจมากคือพี่ไปเจอหลายคอมเมนต์บอกว่า ‘ให้น้อยมากเลยครับ ถ้าไปที่ร้านให้เยอะกว่านี้ ลูกค้าไปกินที่ร้านมีแต่เหลือ’ หะ..เขาขายก๋วยเตี๋ยวค่ะ หนึ่งเมนต์ที่ชัดเจนเลย ‘แพงค่ะน้อยค่ะ’ เขาขายก๋วยเตี๋ยวตำลึง คือโปรไฟล์มันปิดไม่ได้ไง หลายร้านเลย ก็เลยโอ้โห..คุณทำไมแทนที่จะให้กำลังใจกัน เป็นแม่ค้าเหมือนกัน มันเป็นอีกอาชีพคุณต้องภูมิใจในอาชีพของคุณ เราเป็นอาชีพแม่ค้าเหมือนคุณคุณต้องภูมิใจ เนี่ยเป็นดารายังมาขายก๋วยเตี๋ยวเลย คนที่มองบอกเขารวยเขายังไม่งอมืองอเท้าเขายังสู้ทำมาหากินเลย คนเรายุคนี้มันต้องมีอาชีพหลัก อาชีพรอง อาชีพเสริม พี่พยายามทำให้คนเห็นว่าเรามีอาชีพเสริมได้สำหรับคนที่บอกว่ามันเริ่มไม่พอแล้ว คุณสามารถหาอาชีพเสริมได้”


