‘เจมส์ จิรายุ’ อัพเดตชีวิตหลังแต่งงาน เป็นพ่อบ้านเต็มตัว ยังไม่มีแพลนปั๊มเบบี๋ ขอเที่ยวก่อน
กลายเป็นพ่อบ้านแบบเต็มตัวไปแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ หลังจากเจ้าตัวสละโสด แต่งงานกับ โฟม แฟนสาวนอกวงการเมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ล่าสุดพระเอกหนุ่มมาร่วมงานแถลงข่าว “คุณชาย The Concert Song Lists by BOYd Kosiyabong” ณ โซน SIAM PARAGON LIVING HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ได้อัพเดตชีวิตหลังแต่งงานให้ฟังว่า
อัพเดตชีวิตหน่วย ล่าสุดเป็นพ่อบ้านเต็มตัว?
“เป็นพ่อบ้านครับ ประจวบเหมาะเลย เพราะงานเพิ่งถ่ายปิดไป ก็เลยมีเวลาอยู่บ้าน ว่างๆ ก็เลยลองถ่ายลงซะหน่อย”
ต้องทำหน้าที่เต็มที่ เป็นทั้งสามี เป็นทั้งพ่อบ้าน?
“ใช่ครับ ก็เป็นช่าง เป็นชาวสวน แล้วแต่บทส่งว่าเป็นอะไร”

มีล้างจาน มีแบบอัพเลเวลไปอย่างนั้นเลยไหม?
“ไม่ถึงครับ ส่วนใหญ่จะอยู่โซนภายนอก เป็นรับจ้างซ่อมรายวัน แต่ถ้าเกิดว่าเป็นงานประจำในครัว ก็เป็นเรื่องของภรรยา”
ภรรยาจ่ายค่าแรงไหม?
“ไม่มี ส่วนใหญ่ซื้ออุปกรณ์เอง”
อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวหรือว่าระบาย?
“(ยิ้ม) จริงๆ ชอบครับ หมายถึงว่า คือได้พัก แล้วก็ได้ทำอะไรด้วย”

เชี่ยวชาญงานด้านไหนบ้าง เรื่องของงานช่าง?
“ไม่มีครับ คือหลายๆ ครั้งเขาก็จะบอกว่าถ้ามีอะไรเสีย คือจะเห็นผมอยู่ตรงนั้นเป็นคนแรก หมายถึงว่ามันเสียอยู่แล้ว และเราจะไปโผล่ตรงนั้นเป็นที่แรก แต่ไม่เคยซ่อมสำเร็จครับสุดท้ายก็ต้องเรียกช่างอยู่ดี แต่แค่อยากรู้ มีความพยายาม”
แล้วทำไมเราลงมือก่อนเลยทั้งๆ ที่เราไม่มั่นใจ?
“เป็นโรคจิตครับ หมายถึงว่า ผมแค่อยากรู้ว่ามันซ่อมได้ไหม หรือว่ามันเสียอะไรตรงไหน หรือว่าอุปกรณ์ในบ้าน แบบความรู้มันพอมีที่จะทำได้บ้าง”
ภรรยามีร้องขอไหม ว่าให้เราทำอะไรยังไง?
“ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกว่าให้เลิกทำสิ่งพวกนี้ แล้วไปทำงานซะ เพราะว่าผมชอบมาก เขาถึงกับขอร้อง เพราะจริงๆ มันก็มีงานค้างที่ต้องทำ แต่ผมก็เอะอะไปเล่นอะไรพวกนี้ก่อน”
แสดงว่าภรรยาก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว?
“เขาบอกว่าอย่าทำเลย เพราะทำไปก็ไม่เสร็จอยู่ดี สุดท้ายก็ต้องจ้างเขาอยู่ดี แทนที่จะเสียเงินเยอะนิดหน่อย แต่ก็เสียเยอะกว่าเดิม ตอนแรกพังนิดเดียว พอผมไปซ่อมพังกว่าเดิม”
ชีวิตหลังแต่งงานเป็นไงบ้าง?
“ตอนนี้ถ้าเกิดหลังแต่งงานก็เริ่มไปเที่ยว แต่ว่าจริงๆ เพิ่งเริ่มไปเที่ยวเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว เพราะว่าเพิ่งเคลียร์งานจบแต่ก็มีงานแล้ว ก็ยังไม่ได้มีอะไรแบบพิเศษมากสำหรับคู่เรา”
เวลาไปเที่ยวก็คุยกันก่อนว่าจะไปที่ไหนอะไรยังไง?
“ใช่ครับ คุยกันก่อน ก็แพลนแล้วครับ เหมือนเราไปเที่ยวทั่วไป”
ส่วนใหญ่ใครเป็นคนเลือก?
“ส่วนใหญ่คุยกันว่าอยากไปที่ไหน อยากไปทำอะไร”
ล่าสุดเพิ่งไปดำน้ำ?
“ใช่เพิ่งกลับมาจากดำน้ำ เพราะว่าจริงๆ ดำน้ำกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ทำมาประมาณสัก 3-4 ปีแล้วก็เลยไปซะหน่อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม”
เป็นไงบ้างกับการไปกัน 2 คน เพราะเมื่อก่อนอาจจะไปเป็นกลุ่มเพื่อน?
“ก็ไปในหมู่เพื่อนเหมือนเดิม ยังไม่ได้ไปเที่ยวกัน 2 คน”

เริ่มฮันนีมูนกันยัง?
“ยังครับ ยังไม่รู้เลยครับว่าจะเป็นทริปไหน ภรรยาเขาก็ถามอยู่เนืองๆ แต่ว่าเรายังนึกไม่ออกว่าจะไปยังไง คือเราไม่รู้คำนิยาม ฮันนีมูนคือต้องไปแบบ 2 คนใช่ไหม ยังไม่มีทริปนั้น เดี๋ยวรอมีก่อน”
ภรรยาไม่มีถาม?
“เขาก็ถามเรื่อยๆ แหละครับ แต่ทริปที่จองๆ ไปก็มีแต่กับเพื่อนทั้งนั้นเลย ก็เลยยังไม่มี”
เราไม่อยากไปสวีตกัน 2 คนเหรอ?
“ก็คงจะมีแหละครับ เดี๋ยวลองจองก่อนว่าเป็นยังไง”
มีเตรียมไหมว่าต้องเป็นประเทศไหน?
“เขาก็มีเปรยๆ นะว่าอยากจะไปที่ไหน แต่ก็ยังรอดูอยู่ว่าจะไปยังไงบ้าง”
แล้วเบบี๋ล่ะ?
“ตอนนี้ก็ยัง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแพลนที่เราจะเดินทางท่องเที่ยวกันก่อน (แสดงว่าปีนี้ไม่มีแน่นอน?) ใช่ครับ”
ตั้งใจไว้ว่าปีนี้ขอเที่ยวกันก่อน?
“เอา ณ ปัจจุบันแล้วกัน คือ ณ ปัจจุบันที่คุยกันก็คืออยากลองไปในที่ที่เมื่อก่อนเคยคุยกันว่าอยากไป แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป ก็เลยรู้สึกว่างั้นเดี๋ยวเราขอไปสักอีกหน่อยนึงแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะเป็นยังไง ก็เลยยังไม่ได้ชัดเจนอะไร”
เหมือนทริปญี่ปุ่น ก็โดนแซวว่าเหมือนเจมส์พาโฟมแอบไปปั๊มเบบี๋หรือเปล่า?
“ไม่ได้ไปปั๊มครับ ไปปั๊มตอนนี้น่าจะท้องแล้ว ผมนับไทม์ไลน์ ดูเดือน ไม่งั้นท้องแล้ว แต่ก็ยัง”
ยังไม่มีแพลน?
“ยังไม่มี (หรือว่าจะเซอร์ไพรส์?) ยังครับ”
บางทีมีแล้วแต่ก็ปิดไง ให้มันถึง 3 เดือน?
“แต่นี่มันจะพฤษภาคมแล้วนะ รอก่อน”
คุณภรรยาก็เห็นพ้องต้องกันว่ายังไม่ใช่ตอนนี้?
“ก็เห็นตรงกันแหละ ก็คุยกันไว้ว่าอยากจะไปนู่นไปนี่กันก่อน”



