หน้าแรก บันเทิง หัวใจคือการแส...

หัวใจคือการแสดง แก๊ป ธนเวทย์ กับการแจ้งเกิดอีกครั้งในวัย 42 ปี

5.05.25 | 13:32 น.

หัวใจคือการแสดง แก๊ป ธนเวทย์ กับการแจ้งเกิดอีกครั้งในวัย 42 ปี

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ด้วยบทบาทสุดตรึงอารมณ์ใน สืบสันดาน จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ล่าสุด แก๊ป ธนเวทย์ สิริเวชชะพันธ์ นักแสดงมากฝีมือ กลับมาอีกครั้งในบทนำสุดท้าทาย กับการสวมบท “ชีพ” ในภาพยนตร์รีเมก สุสานคนเป็น ผลงานสุดคลาสสิกที่หยิบมาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ โดย แก๊ป เปิดใจว่าความรู้สึกแรกที่ได้รับบทนี้ คือ กดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ตอนแรกมีความกดดันครับ เพราะต่อเนื่องมาจาก สืบสันดาน คนอาจจะมีความคาดหวัง อีกอย่าง สุสานคนเป็น ก็เป็นเรื่องที่ดังมาก คนรู้จักเยอะ และด้วยความที่เป็นรีเมก คนย่อมมีการเปรียบเทียบแน่นอน”

“สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือพอมันเป็นเวอร์ชั่นหนัง มันก็ไม่ได้เหมือนกับละคร 100% ขนาดนั้น บทก็มีความแตกต่าง มีการเปลี่ยนในแง่ของวิธีการเล่า การตัดต่อ เพราะพอเป็นหนังมันก็จะต้องกระชับที่จะเล่า” รวมถึงต้องสื่อสารกับคนสมัยใหม่ให้ได้ด้วย”

Advertisement

กับบท ชีพ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ แก๊ปเล่าว่า มีการปรับจากเดิมพอสมควร “ชีพในเวอร์ชั่นนี้ เป็นศิลปินวาดภาพที่มีความสงบนิ่ง เจ้าชู้แพรวพราวแบบเวอร์ชั่นก่อนถูกตัดออกไป ตัวละครจะมีความเป็นมนุษย์ธรรมดามากขึ้น มีโลภ โกรธ หลง รักเหมือนคนทั่วไป”

“ได้มาพบเจอกับคุณลั่นทม ก็มีความรักกัน วันนึงก็เจอกับ รสสุคนธ์ ซึ่งเป็นเด็กสาวใหม่ที่เข้ามาในออฟฟิศ ชีพก็เผลอใจไปรักรสสุคนธ์ มันเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์ที่เราเห็นได้ทั่วๆ ไป” ท่ามกลางความกดดันของสังคมและศักดิ์ศรีที่ถูกท้าทาย

“พอมาอยู่กับคนคนหนึ่งที่เป็นเศรษฐินี มันเหมือนเราตกถังข้าวสาร ศักดิ์ศรีเราอยู่ตรงไหน มันมีแรงกดดันมากพอที่คนคนหนึ่งจะเผลอใจไปได้”

แม้ชื่อเสียงจะมากขึ้นหลังจาก สืบสันดาน แต่แก๊ปเผยว่าการได้บทชีพไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผมแคสต์มาหลายรอบนะครับ กว่าที่ทีมสร้างจะเลือกเป็นผม ซึ่งผมชอบวิธีการคัดเลือกนักแสดงด้วยการแคสติ้ง ผมว่ามันเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่จะได้ตัวละครที่ตรงคาแร็กเตอร์”

“ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจว่าเราจะเป็นชีพได้ เพราะคิดว่า ชีพ อาจจะต้องเป็นนักแสดงที่เบอร์ใหญ่กว่าผมรึเปล่า แต่ก็อยากจะลองไปแคสต์ดู อีกอย่างก็เป็นทีมงานสืบสันดาน ทีมที่เราคุ้นเคย”

ด้วยความที่เรื่องนี้เซตติ้งย้อนยุคไปในช่วง 80-90s แก๊ปต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้เข้าถึงบรรยากาศของยุคนั้นและความคลาสสิก

“ผมต้องพาตัวเองย้อนไปในอดีต ไปฟังเพลงเก่าๆ ค้นหาสไตล์การแต่งตัวของคนในยุคนั้น ดูวิธีการ ท่าทางของคนในช่วงนั้น มีไปเวิร์กช็อปวาดรูป เพราะในเรื่องเราเป็นศิลปิน จบจิตรกรรมมา”

กับการตีความตัวละครในครั้งนี้ แก๊ปตั้งใจถ่ายทอดออกมาในมิติที่ลึกขึ้นกว่าที่เคยมี

“อยากให้คนดูสัมผัสได้ถึงความเป็นคนธรรมดา ความเปราะบาง ความผิดพลาดของมนุษย์ในตัวชีพ มากกว่าการเป็นตัวร้ายแบบคาแร็กเตอร์เดิมๆ”

นึ่งในประเด็นที่หนักหน่วงที่สุดในเรื่อง สุสานคนเป็น คือการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับศพ ซึ่งแก๊ปมองว่านี่เป็นสัญลักษณ์สะท้อนความรู้สึกของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

“ในชีวิตจริงเราไม่ต้องอยู่กับศพหรอก แต่ข่าวที่เราเห็นข่าวว่าการที่คนคนหนึ่งมีความสัมพันธ์ที่ซ้อนกับใครซักคนหนึ่ง มันคือความทุกข์ สุสานคนเป็น สำหรับผม มันเหมือนคุณยังคือคนเป็นๆ อยู่ แต่เหมือนคุณเป็นคนตาย ความรู้สึกอะไรประมาณนี้

“ผมพยายามจะสะท้อนมันออกมา สุดท้ายแล้วเราจะซื่อตรงกับความรักหรือไม่ซื่อตรงกับความรัก แล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง ทุกวันนี้เราเห็นข่าวคราวลักษณะนี้กันเยอะ สุสานคนเป็นก็จะสะท้อนในบางมุมได้”

แก๊ปเชื่อว่าคนดูจะได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ในส่วนของ ชีพ ก็มีการเปลี่ยนแปลงในมุมมองความรักเช่นกัน

“มาถึงจุดนึง เขาก็ได้ค้นพบว่าการอยู่กับศพเป็นเวลานานมากมันกลายเป็นเรื่องที่ดี ความรักเดิมของเขาก็มีสิ่งที่ดีอยู่ หรือที่ผ่านมาเราพลาดอะไรไปรึเปล่า เราเดินมาอีกทางนึงแล้ว แต่อยู่ๆ เราฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตรงนี้มันใช่ทางที่ถูกต้องรึเปล่า มันเป็นมุมมองที่แปลก มันคือความรักที่ชีพมีต่อคุณนายลั่นทม”

เรื่องนี้ แก๊ปได้ร่วมงานกับนักแสดงหญิงมากฝีมือ นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และนักแสดงรุ่นใหม่ไฟแรง ก้อย อรัชพร โภคินภากร

“ผมกับพี่นุ่นไม่เคยร่วมงานกันเลย ก็จะมีความตื่นเต้นสูงมาก ผมได้เรียนรู้อะไรจากพี่นุ่นเยอะ จะคอยถามขอวิชา พอได้ร่วมงานกันแล้วรู้สึกว่าพี่นุ่นเป็นคนคมในเรื่องการแสดง ชั่วโมงบินสูง จะเห็นได้จากวิธีการแสดงว่าต้องเล่นอะไรยังไง เป๊ะมากๆ”

“ส่วนก้อยเป็นคนที่ทุ่มเทและตั้งใจทำงานมาก บทของก้อยเองก็ค่อยข้างหนัก ก็ถือว่าผมโชคดีมากๆ ที่ได้เล่นเรื่องนี้ ได้เจอกับนักแสดงเก่าและใหม่สายแข็งทั้งคู่ครับ”

การได้กลับมาแจ้งเกิดในวงการอีกครั้งในวัย 42 ปี ซึ่งแก๊ปมองว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ที่ท้าทาย

“สืบสันดาน เป็นเหมือนใบเบิกทางสำหรับผมในอาชีพนี้ คนได้รู้จักผมอย่างชัดเจน เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์สำหรับผมมากๆ ตอนรับสืบสันดานผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับผมแล้ว เพราะเราก็ผันตัวเองไปเป็นยูทูบเบอร์แล้วด้วย”

“แต่กลับกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดให้กับผมในวัย 42 ปี ก็เรียกว่าแก่แล้ว ก็ดีใจมาก มันทำให้ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราชอบการแสดง ยังอยากจะได้เล่นในบทบาทใหม่ๆ เรายังไม่ได้มีประสบการณ์ที่พอเพียงในอาชีพนักแสดงเท่าไหร่”

ซึ่งหลังจากนี้ แก๊ปก็ว่า “ผมก็พยายามจะหาบทที่ท้าทายตัวเองต่อไป เหมือนสแตนดาร์ดเราสูงขึ้นแล้ว มันก็จะมีความกดดันและเต็มไปด้วยอะไรหลายๆ อย่าง มันคิดเยอะขึ้น ปัจจุบันในงานการแสดงมันก็เปลี่ยนไปเยอะด้วย”

แต่ไม่ว่าสถานการณ์วงการบันเทิงจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เขาก็ยังเลือกที่จะมุ่งมั่นอยู่ในเส้นทางนี้

“ใจผมให้น้ำหนักกับอาชีพการแสดง 100% เลยครับ ผมจริงจังมาตลอด แต่ที่ผ่านมาเราอาจจะไม่มีพื้นที่มากพอ แต่ผมก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ได้รับงาน แม้มันจะไม่ได้เป็นรายได้หลักให้กับผม แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะทิ้งอาชีพนี้เลย”

การกลับมาในครั้งนี้ เรียกว่าเป็นการประกาศจุดยืนว่า เขายังรัก และพร้อมจะต่อสู้เพื่ออาชีพนักแสดงในทุกบทบาทที่จะมาถึงในอนาคต