จากกรณีภาพยนตร์เรื่อง “Fail Stage เพราะฝัน มันใหญ่มาก” ซึ่งกำกับโดยสองผู้กำกับหน้าใหม่ ปั๊บ – ปารัชชา ปวโรฬารวิทยา และ ต้อง – อภิวัฒน์ บุญชะลักษี สร้างปรากฎการณ์ใหม่หลังทำรายได้เปิดตัววันแรกอยู่ที่ 550 บาท โดยถือเป็นหนังไทยที่เปิดตัวด้วยรายได้ที่น้อยที่สุด (อ่านข่าว เปิดใจคนทำ ‘Fail Stage เพราะฝัน มันใหญ่มาก’ หนังไทยที่เปิดตัวด้วยรายได้ที่น้อยที่สุดเพียง 550 บาท)
ทางด้านเพื่อนร่วมอาชีพอย่าง มะเดี่ยว – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่ได้ทราบข่าว ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
“ก็เปนอีก case study นึงที่ทำให้รู้ว่าคนรู้เรื่องอุตสาหกรรมหนังน้อยมาก คือมีแต่ความฝันเป็นแรงจูงใจล้วนๆมันก็ดี แต่ถ้ามีความรู้ด้วยมันอาจจะเปลี่ยนจาก 550 เปน 5แสน 5 ล้านได้ไง
คือหนังดีไม่ดีไม่รู้ แต่อยากให้รู้ว่า
เมื่อคุณจะเอาหนังเข้าโรงแล้วต้องยอมรับว่ามันเป็น #อุตสาหกรรม ซึ่งมันมีระบบ มีขั้นตอนในการโปรโมท จัดคิวฉาย จัดจำหน่าย อยู่เรียนรู้สักนิดก่อนจะก้าวเข้ามาจะได้ไม่เจ็บตัวมาก และไม่ว่าคุณจะทำหนังด้วยฝันใหญ่ขนาดไหนสุดท้ายก็ต้องกลับมาแคร์ตัวเลขอยู่ดีเพราะมันแสดงให้เห็นถึงจำนวนของคนที่ดูมัน มันโอเคไหมถ้าลงทุนไป 5 ล้านแต่มีคนดูอยู่ 3 คน?
แล้วก็จะมีผู้ลงทุนที่เข้ามาหมดเนื้อหมดตัวกับวงการนี้ไปเรื่อยๆ เพราะ #ความไม่รู้ ทั้งที่หนังไทยและอุตสาหกรรมมันมีมาเปน #100ปี แล้วนะไม่ใช่พึ่งจะมี ดังนั้นเคสแบบนี้ต้องบอกตรงๆด้วยความเคารพว่าเป็นเพราะการประเมินอุตสาหกรรมที่ในแง่ดีเกินไป
กลับมาสู่บทสรุปเดิมคือ ทำหนัง #ต้องเรียน #วิชาการบริหารจัดการภาพยนตร์ #วิชาการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่ควรมโน”
พร้อมกันนั้น เขายังได้เขียนความในใจถึงเพื่อนร่วมวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วย ดังนี้
“Postcard ถึงเพื่อน
เธอที่รัก
ในบรรดา Content ทั้งหลายทั้งปวง
#หนังใหญ่ คือยากสุด ให้จารนัยความยากของการทำเป็นวันก็ไม่หมดแต่สิ่งที่ยากจริงๆคือการทำให้คนออกจากบ้านมาถึงโรงหนังเพื่อซื้อตั๋วเข้าไปดูภายในวันนั้น ตอนนั้น ไม่เกี่ยวกับหนังดีไม่ดีแต่ถ้าใครตีโจทย์นี้แตก นั่นคือหนังได้ตังค์ ซึ่งการได้ตังค์หรือไม่คือบทสรุปที่แสนปวดใจของคนทำหนังอย่างเราๆว่ามีอนาคตต่อไปหรือไม่มี
หลายคนถามว่าจะทำหนังเมื่อไหร่ นี่ก็พยายามจะทำอยู่แต่ถ้าจะทำทั้งทีมันก็ควรไปให้สุดทาง ถึงวันนี้รู้แหละว่าทำหนังแบบไหนดีไม่ดีคนดูจะมี React ยังไงกับหนังแต่ทำยังไงให้คนมาดูหนังนี่ยังไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่มีเงินทำ หรือยังหาคนใจกล้าบ้าบิ่นลงมาทำ ก็เลยรอไปก่อน ไม่รีบดีกว่ารีบแล้วทำหนังออกมาเฮงซวยห่วยแตก ชื่อเสียงที่สะสมมาก็ป่นปี้กันพอดี
ที่ผ่านมาก็เจอคนไม่น้อยนะที่เสนอเงินให้ทำหนัง ไม่รังเกียจเลยเงินๆทองๆเนี่ย มีตังค์ก็ทำหนังได้ แต่จะเอาเข้าโรงยังไงจัดจำหน่ายยังไงดีลส่วนแบ่งยังไง ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์เท่าไหร่อีก มันมีกระบวนการต่อจากนั้นอีกมากมายและเงินเป็นอีกจำนวนมากที่ต้องเทลงไป จุดนี้แหละที่พอเตือนแล้วนักลงทุนถอยกรูดเพราะมักจะเกินจุดที่เขามองเห็นว่ามันจะเรียกทุนคืนได้ และเราก็ไม่ใช่ประเภทเห็นเงินแล้วคว้าเลย มันเป็นเงินคนอื่นนะ เค้าเอามาลงแล้ว 100 ทั้ง 100 ยังไงเค้าก็อยากได้คืนแล้วยิ่งนายทุนใหม่นอกวงการเวลาขาดทุนนี่จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักนอกจากเราไปหลอกเอาเงินเขา
วงการนี้มันก็ต้อนรับคนเข้ามาเรื่อยแหละ ทั้งผู้สร้าง ผู้กำกับ ทุกคนมีความฝันอยากจะปั้น ผิดหวังก็เยอะ สมหวังก็ไม่น้อย นอกจากคำว่า #สู้ต่อไป แล้ว เราขอเสนอคำว่า #เรียนรู้ให้มากๆ เพราะโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คนั้นให้ความเจ็บปวดกับเราเวลาโดนท้าทาย ทำให้เราอยากถอยไปในเซฟโซนของเราเสมอ ที่มีเพื่อนมีคนรู้จักคอยปลอบและให้กำลังใจ ในแง่ร้ายคืออย่าเสพติดการเติมเต็มอีโก้จนกลายเป็นถอยเข้าไปอยู่ในกะลา สิ่งที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดและอย่าทำพลาดซ้ำ เช่นเดียวกับอย่าคาดหวังการทำสิ่งเดิมซ้ำๆและจะเกิดผลที่แตกต่างออกไป
และควรรู้ว่าตัวเองผลิตอะไรไปให้ใครดู เมื่อรู้อยู่แล้วว่าคนจำนวนมากไม่ดูอะไรที่เป็นรสนิยมส่วนตัวมากๆ ก็ไม่ควรไปคาดหวังอะไร หนังลงทุนน้อยก็อย่าไปคาดหวังจะถูกหวย เพราะคนดูเดี๋ยวนี้เขารู้เท่าทัน อย่าไปโทษโรงหนังเรื่องรอบฉายแต่อย่างเดียว เปิดไฟเปิดแอร์ทิ้งไว้ในบ้านตัวเองเรายังเสียดายค่าไฟเลย แล้วสิ่งที่โรงหนังกำลังจะเจอในอนาคตคืออะไร Digital Platform บางเจ้าเสนอให้ทำหนังโดยไม่ต้องเข้าโรงแล้ว เงินเยอะด้วยและไม่แคร์ Box Office ไม่ว่าเราจะเชื่อในมนต์แห่งภาพยนตร์ขนาดไหน มันจะมีการเปลี่ยนแปลง ถึงเราไม่เปลี่ยนแต่มวลชนจะเปลี่ยนวิถีทางของธุรกิจไปเอง
การหยุดพักของเราจากวงการนี้ไปทำอย่างอื่น ทำให้มองเห็นภาพรวมชัดขึ้น คิดเข้าข้างตัวเองน้อยลง พยายามถอดสมการและเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกันจนเข้าใจธุรกิจนี้มากขึ้น และจะนำไปสู่บางสิ่งบางอย่างในอนาคตอันใกล้
ความฝันมันก็เหมือนเมฆแหละ ล่องลอยจับต้องไม่ได้แต่ความรู้จะทำให้มันกลั่นตัวเป็นน้ำที่ดื่มกินได้เป็นน้ำหวานหล่อเลี้ยงจิตใจประชาชนคนดู และเป็นน้ำเอาไว้ดื่มกินหล่อเลี้ยงชีวิตให้คนทำงาน ปราศจากความรู้ความเข้าใจ ความฝันก็เลื่อนลอยและจะแตกสลายหายไปตามกาลเวลาในที่สุด
ฝันดี
แมวโพง”
ขอบคุณภาพจาก Chookiat Sakveerakul

