‘บอย’ รับมีส่วนผิดทะเลาะแท็กซี่ เหตุโมโห ยอมไหว้ เสนอเงินชดใช้ ชี้งานนี้ทั้งตนและแท็กซี่เป็นเหยื่อของระบบ

หลังพยายามเรียกรถแท็กซี่แล้วบานปลายจนมีปัญหากับคนขับตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว อึ้ง “บอย ถกลเกียรติ” โดนแท็กซี่ขู่ยิง-ให้ไหว้ เอาเงิน หลังฉุนเรียกไม่ไปจนทุบรถ) ล่าสุดวันนี้ ( 3 เมษายน ) บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องวัน ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวผ่านรายการ ‘ เที่ยง​รายวัน’ ่ทางช่องวัน โดยว่าเหตุเกิดเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 เมษายน ประมาณ 1 ทุ่ม โดยตนและลูกสาวพยายามเรียกรถแท็กซี่จากบริเวณสุขุมวิท 33 เพื่อกลับบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ตอนแรกตนจะเรียกอูเบอร์ แต่ลูกท้วงว่าผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจรอเรียกแท็กซี่ แต่คันแรกพอบอกเส้นทางก็ไม่ยอมไป ทั้งนี้เรื่องที่แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการเจอกันบ่อย ประเด็นทางสังคมที่ตนรู้สึกอึดอัดมาสักพัก ดังนั้นพอเรียกคันที่ 2 ซึ่งเป็นคู่กรณีแล้วไม่จอดรับ ก็รู้สึกโกรธ และพยายามเรียกให้หยุดโดยยื่นขาไปที่รถ โดยเจตนาเหมือนจะสะกิดเรียก อย่างไรก็ตามอาจจะแรงไปหรือไม่ก็ไม่ทราบ หากโดยเจตนาคิดแค่ว่าจะทำให้หยุด

“มันก็เหมือนกับผมไปเตะรถเขา แล้วเขาก็จอด ซึ่งพอเขาจอด สิ่งที่ผมทำคือผมเปิดประตูเข้าไปเลยนะ จะใช้บริการ แต่แท็กซี่เขาก็เปิดประตูออกมา ด้วยสีหน้าที่โกรธมาก แล้วมีการถกเถียงกันอย่างที่เห็น”

บอย ถกลเกียรติ เล่าอีกว่าหลังจากถกเถียงกันสักพัก แท็กซี่ก็พูดว่า มายิงกันสักนัดไหม ซึ่งแรงไป และเกินกว่าเหตุ อีกทั้งลูกสาวตนก็อยู่ตรงนั้น อย่างไรตามยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนมีส่วนผิด และเข้าใจได้ตอนที่คนขับบอกว่ารถใครๆก็รัก ซึ่งพอได้ฟังตนก็ขอโทษ

“เขาก็เลยบอกว่าไหว้สิ ผมก็ไหว้ ซึ่งในคลิปไม่ห็น เพราะแพนไปที่ทะเบียนรถพอดี ตอนแรกหน้าลูกหน้าภรรยาหน้าครอบครัวลอยมาเต็มไปหมด พอไหว้เสร็จ ผมก็คิดว่าผมก็เป็นต้นเหตุเหมือนกัน เลยเสนอว่าจะให้ผมชดใช้เท่าไหร่ นี่คือสิ่งที่ออนไลน์ไปเบลมแท็กซี่คันนั้นเกิดกว่าเหตุ เขาไม่ได้เรียกร้องก่อน”

บอย ถกลเกียรติ กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรในเรื่องนี้ เพราะเข้าใจได้ว่าคนขับคงโกรธเหมือนกัน แต่คงจะไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น บอยยังว่า คงต้องมองในหลายประเด็น ทั้งเรื่องที่ไฟรถขึ้นว่าง แต่ไม่ยอมรับผู้โดยสาร, เรื่องการที่ตนทำลายทรัพย์สินเขา ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการชดใช้ไปแล้ว, เรื่องที่คนขับบอกมายิงกันสักนัดไหม ซึ่งน่าจะเป็นการกระทำที่เกินหตุ และอีกเรืองที่ตนมองว่าเป็นประเด็นใหญ่คือเรื่องของระบบ

“สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่กว่าที่บอย ถกลเกียรติ ทะเลาะกับแท็กซี่ คือทั้งผมและแท็กซี่คันนั้น เป็นเหยื่อของระบบ เพราะจริงๆแล้วทุกวันนี้เรามีทางเลือกที่จะใช้บริการอะไรก็ได้ แต่กฎหมายกำลังจำกัดทางเลือกของประชาชน คือผมเป็นที่ถ้าวันไหนไม่มีรถ ก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ บางทีก็เลือกแท็กซี่ บางทีก็ออนไลน์เรียก ตัวเลือกเรามีอยู่แล้ว แต่เหมือนกฎหมายกำลังจำกัดตัวเลือกเรา ผมก็จะเรียกอย่างอื่นแล้ว แต่ลูกบอกว่าพ่อมันผิดกฏหมายนะ”

“ผมก็ต้องขอโทษที่ผมก็มีความโมโหแล้วไปทำร้ายทรัพย์สินตรงนั้นนะครับ ผมก็เห็นใจนะครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเราเป็นเหยื่อของระบบ มันก็เป็นบทเรียนกันทั้งหมด แต่สิ่งที่เป็นประเด็นใหญ่กว่านั้น มันไม่ใช่แค่บทเรียนของผมและแท็กซี่ แต่มันเป็นบทเรียนของระบบที่ในเมื่อเรามีตัวเลือกเยอะแยะ ทำไมต้องจำกัดตัวเลือกเรา (คิดว่าจะเป็นแกนนำจุดกระแสเรื่องอูเบอร์กลับมาใช้งานได้ไหม?) ผมไม่ได้มีหน้าที่ที่จะทำตรงนั้น ผมแค่เป็นหนึ่งเสียงที่อยากฝากไปถึงผู้ที่รับผิดชอบที่จะทำให้กฎหมายมันเปลี่ยนแปลง” ถกลเกียรติ กล่าว

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon