หน้าแรก บันเทิง วายสายดาร์กสุ...

วายสายดาร์กสุดเข้มข้น “The Bangkokboy Series” เสิร์ฟความรักข้ามแก๊งไทย-เกาหลี

13.05.25 | 15:45 น.

วายสายดาร์กสุดเข้มข้น “The Bangkokboy Series” เสิร์ฟความรักข้ามแก๊งไทย-เกาหลี

ในยุคที่ซีรีส์วายไทยบูมอย่างต่อเนื่อง แต่การเดินสูตรเดิมอาจไม่เพียงพอ “The Bangkokboy Series” จึงเลือกฉีกแนว ด้วยการดึงเอาธีมแอคชั่นเข้มข้นมาร้อยเรียงกับดราม่ารักต้องห้ามระหว่างชายหนุ่มจากสองขั้วอำนาจ จาก แก๊งมาเฟียไทย และ แก๊งเกาหลีใต้ ที่มาเจอกันกลางสงครามอิทธิพลใจกลางกรุงเทพฯ ที่ไม่เพียงแต่หวังจับใจแฟนคลับสายวาย แต่ยังมุ่งเป้าไปถึงผู้ชมสายดราม่าเข้มข้นในตลาดต่างประเทศ ซึ่ง บอย ธวัชชัย เพ็ญภักดี บิ๊กบอส บริษัท มันเวิร์ค มีเดีย ฟิล์ม จำกัด ผู้สร้างฯ ได้บอกเล่าไว้ว่า

“จริงๆ เราเริ่มจากความคิดถึงบรรยากาศการทำหนังของพวกเราเอง แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นซีรีส์ที่อยากให้คนทั่วโลกดู”

โดยระหว่างนั้นก็ได้มีรุ่นน้องเข้ามาเสนอโปรเจ็กต์ซีรี่ส์วาย ซึ่งเราไม่เคยทำและไม่เข้าใจมันเลย แต่ก็มองว่ามันเป็นโอกาสใหม่ๆ ที่น่าทำก็เลยได้ลองคุยกันดู

“เคยคุยกับ โซ่ (ชาญคชา ประทวน) ผู้กำกับว่าถ้าเราจะทำซีรี่ส์วายจริงๆ เราไม่อยากทำแบบที่มีเนื้อหาบางๆ เน้นไปทางเลิฟซีนเยอะ ก็เลยเอามารวมกับความถนัด ความชอบของเราคือแอ็คชั่น The Bangkokboy Series ก็จะมีทั้งดรามา แอ็คชั่น ก็เป็นอะไรที่ดูน่าสนุกดี”

Advertisement

“จะเป็นโรมิโอกับจูเลียตในเวอร์ชั่นวาย เป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ของคนสองคนที่อยู่กันคนละแก๊งของสองประเทศ เกาหลี-ไทยที่ห่ำหั่นกัน ตัวละครจะไปต่อยังไง จะเลือกครอบครัวหรือความรักดี”

ขณะที่ โซ่ ชาญคชา ก็ได้เล่าว่า “เราทำแอ็คชั่นกันเข้มข้นมาก ไม่ใช่แค่เตะต่อยเพื่อเอาชนะกัน เป็นวายในรูปแบบใหม่ที่เราอยากให้ชองนี้ของบ้านเรามันไปไกลกว่าเดิม ไม่อยากจะแค่สายสายดูซีรี่ส์วาย เราพยายามตีให้เรื่องของผู้ชายรักกับผู้ชายมันเป็นเรื่องธรรมดา”

รวมไปถึงมีทีมนักแสดงจากประเทศเกาหลีใต้มาร่วมแสดงด้วย “เราพยายามทำให้ความเป็นเกาหลีในเรื่องดูสมจริงที่สุด ไม่ใช่แค่เอานักแสดงเกาหลีมาแปะไว้ แต่ต้องให้คนดูรู้สึกถึงวัฒนธรรมและบริบทจริงๆ”

บอย ธวัชชัย(ผู้จัด) และ โซ่ ชาญคชา(ผู้กำกับ)

ดังนั้นก็เลยมีความยากเพิ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่การทำบทที่ต้องใช้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย, อังกฤษ และ เกาหลี ต้องมีล่ามประกบทั้งทีมงานและนักแสดงอยู่ตลอด

“ข้อดีของนักแสดงเกาหลีคือเขาทำการบ้านมาอย่างหนัก เวลาที่เขาสื่อสารมา มันทำให้เรารู้เลยว่าเขาเก็ตกับบทจริงๆ มันอาจจะยากนะ แต่เราก็รู้สึกแฮปปี้ที่ได้ทำงานกับทีมที่มีความตั้งใจจริงๆ ยอมรับเลยว่าเรื่องการแสดงเกาหลีเขาเก่งมากจริงๆ” ผู้กำกับของเรื่องกล่าว

ขณะที่ บอย ธวัชชัย เล่าถึงที่มาของทีมนักแสดงเกาหลี รวมถึงตัวนายเอกของเรื่องที่ได้ โจชีฮยอน มาร่วมแสดงว่า
“ด้วยบริบทของเรามันคือความแก๊ง การคัดเลือกนักแสดงเกาหลีก็จะคัดเลือกผ่านโมเดลลิ่ง ก็ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะได้นักแสดง ตอนแรกตัวนายเอกเราชั่งใจว่าจะเอาคนไทยเล่น เพราะเรากลัวเรื่องภาษา กลัวจะสื่อสารไม่ได้แล้วจะทำงานกันยาก ด้วยวันที่เรามาเจอโจชีฮยอน เราก็ตัดสินใจวันนั้นเลยว่าเอาเขานี่แหละ”

“เบื้องต้นเห็นรูปแล้วชอบเลย เขามีสไตล์ มีความเท่ แต่อ่อนหวาน นุ่มนวล พอเราให้เขาลองแสดง คือเรามีความเป็นนักแสดงเลยทั้งๆที่การแคสของเรามันยังไม่มีอะไรให้เขาเข้าใจเยอะมากเลย แต่เขาแสดงออกมาได้โอเคหมดเลย เขามีความเป็นมืออาชีพมากๆ พอให้แสดงคู่กับเทป (วรชัย ศิริคงสุวรรณ) เคมีก็ดีมากๆ มีความหน้าเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าใช่เลย”

นอกจากที่ออกอากาศทาง อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันเสาร์ เวลา 22.45 น. อยู่ในขณะนี้แล้วนั้น The Bangkokboy Series ยังมีเวอร์ชัน Uncut ลงในแพลตฟอร์ม ทาง Wetv ซึ่งจะมีเนื้อหาที่แสดงอารมณ์ได้เต็มมากขึ้นตามต้นฉบับที่ทีมผู้สร้างต้องการนำเสนอ

“เราทำ 2 เวอร์ชั่นคือทีวี และสตรีมมิ่ง มีทั้งอันคัท กับบางดีเทลที่เราถ่ายมาแล้วมันมีมากกว่านั้นด้วยความฟิกของทางสถานี ในส่วนสตรีมมิ่งจะเป็นเนื้อหาเต็มๆทั้งหมดเลยเพราะไม่มีข้อจำกัด”

เทป วรชัย-โจชีฮยอน

ในมุมของการตลาด ซีรีส์เรื่องนี้มีแผนการชัดเจนในการส่งออกสู่ต่างประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา ซึ่งในบางประเทศมีการซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว

“เขาซื้อวายบ้านเราอยู่แล้ว แต่ลักษณะในการดูบ้านเราบ้านเขาผมว่ามันมีความต่างกัน บ้านเรามันจะเสิร์ฟความเป็นวายเยอะกว่า พอเป็นต่างประเทศจากฟีดแบ๊กที่ดูเขาจะโอเคกับเรื่อง และเขาอยากเห็นอะไรที่มันมากกว่า ซึ่งเอาจริงๆ มันยังไม่ค่อยมี เรื่องเราน่าจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่จะทำแบบนั้นไป ในเรื่องของความลึกของเรื่อง ดราม่า ความเข้มข้น หรือแอ๊กชั่น”

อีกทั้งยังมีแผนจะสร้างภาคแยกเพื่อขยายจักรวาลของตัวละครออกไปในอนาคต

“สมมุติว่าวันหนึ่งมีคนชอบตัวชิ้นงานเราเยอะเราก็คิดไปอยู่แล้วว่าเราจะทำเป็นภาคแยก อาจจะเป็นหนังสักเรื่องนึง ดูแล้วคาแรกเตอร์ตัวไหนที่คนชอบ มันดูน่าสนใจและต่อยอดได้ เราก็อาจจะมีซีรีส์เรื่องของเขาได้ เราจะทำเป็นภาคแยก อาจจะเป็นหนังสักเรื่องนึง”

ซึ่งเป็นสิ่งที่ มันเวิร์ค มีเดีย ฟิล์ม นั้นถนัดอยู่แล้ว แต่กระนั้น เมื่อถามถึงแพลนอื่นๆ ที่จะตอบรับกระแสความฮอตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาจจะเป็นในรูปแบบของ แฟนมีต หรืออะไรก็ตามนั้น บอย ธวัชชัย บอกว่าคงต้องศึกษาเพิ่มเติม หรือ หาพาร์ตเนอร์เข้ามาช่วยในส่วนนี้

“แต่ว่าสิ่งที่ต้องมีแน่ๆ ก็คือ อีพีสุดท้ายที่จะดูร่วมกันกับแฟนคลับ เราจะมีอยู่แล้ว แต่ก็ดูโอกาสในเรื่องของการที่จะจัดแฟนมีต หรืออะไรที่มันต่อเนื่อง หรือการต่อยอดถ้าเกิดว่าซีรีส์มีคนชอบเยอะ เราก็มีคิดวางแผนที่จะต่อยอดไปเป็นอะไรอย่างนั้น ก็คิดไว้เหมือนกัน”

“เรื่องอีเวนต์ เราเองก็ยังไม่ได้ถนัดมากที่จะทำอะไรแบบนี้ ตอนนี้ก็ยังมีการพูดคุยกันอยู่ว่าจะต่อยอดกันยังไง แล้วก็มีพาร์ตเนอร์บริษัทที่ทำเกี่ยวกับออนไลน์ เพื่อที่จะทำกิจกรรมโหวตนักแสดง ค่อยๆ ทำไป ทางนี้สนุกคิดอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ โซ่ ชาญคชา ผู้กำกับ ก็ได้ทิ้งท้ายถึงสิ่งที่เรื่องนี้อยากสื่อสารกับผู้ชมว่า “ในเนื้อเรื่องมันปูว่าสิ่งที่เราทำอยู่ ที่เราคิดว่าเป็นตัวของตัวเองบางอย่างมันอาจจะถูกอีกเลเยอร์หนึ่งของสังคมวางไว้แล้วว่าเราจะต้องทำอย่างนี้ หรือเราคิดว่ามันเป็นความตั้งใจของตัวเองมาตลอด แต่ที่จริงไม่ใช่ เราอาจจะเดินในหมากของใครสักคนตลอดเวลาก็ได้จนกว่าจะรู้ตัว”

และนี่คืออีกหนึ่งซีรีส์วายมุมมองใหม่ๆ ที่สรรค์สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจอันเต็มเปี่ยม