‘ใบเตย’ เปิดใจ 3 ปีที่ผ่านมาเหมือนเมาชีวิต ย้อนเล่าวันที่สิ้นอิสรภาพ เกิดแผลเป็นที่ฝังลึกในใจ
กว่าจะกลับมามีชีวิตที่สดใส มีรอยยิ้ม ความสุข และงานที่รักอีกครั้ง ก็เรียกได้ว่านักร้องสาว ใบเตย อาร์สยาม ต้องฝ่าฟันมรสุมชีวิตมาอย่างหนักหน่วง ล่าสุดนักร้องสาวจูงมือน้องชายสุดเลิฟ ลุกซ์ ชาญวิทย์ มาอัพเดตทุกช่วงชีวิต พร้อมย้อนเล่าไปถึงช่วงที่สิ้นอิสรภาพ ที่ทำให้เกิดแผลเป็นที่ฝังลึกในใจ ผ่านรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม”
ก่อนหน้านี้เห็นโพสต์ว่าหายจากช่วงเมาชีวิตแล้ว?
ใบเตย : ก่อนหน้านี้เจออะไรมามากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนมึนเมา มันเหมือนคนขึ้นเครื่องบินตก แล้วหายไป แต่สุดท้ายได้กลับมา มันเมาชีวิตมาก 3 ปีที่ผ่านมามันไม่เหมือนกันเลยสักปี ชีวิตใบเตยต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในระยะเวลาที่รวดเร็วและเป็นเรื่องที่หนักหมดเลย แต่ปีนี้ก็รู้สึกว่าเป็นปีที่ค่อนข้างจะมั่นคงมากขึ้น กลับมาเจออะไรที่มันสมบูรณ์มากขึ้น ได้เจออะไรที่มันปกติ ก็เลยใช้คำว่าเมาชีวิต
ถ้าถึงวันนึงลูกโตแล้วเข้าใจทุกอย่าง ถามถึงช่วงที่หายไปจะเตรียมคำตอบยังไง?
ใบเตย : สำหรับเตยยังไม่ได้เตรียมคำตอบนะคะ แต่สำหรับวัยที่เขาเข้าใจทุกอย่างถึงช่วงเติบโต มันจะหล่อหลอมให้เขารู้ว่าช่วงที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่เจออะไรบ้าง และใบเตยว่ามันจะไม่มีคำถามสำหรับเขาเลย เขาจะเข้าใจทุกอย่างแล้วได้รับความสุข แฮปปี้อย่างเต็มที่ค่ะ ด้วยสภาพแวดล้อม ด้วยรอบข้างและด้วยการเป็นเด็กยุคนี้ด้วยค่ะ ที่ใบเตยคิดว่าเขาสามารถมองผ่านอะไรได้ง่าย และเป็นเรื่องคิดบวกมากๆ

ย้อนไปถึงช่วงที่สิ้นอิสรภาพ เวลาลุกซ์ไปเยี่ยมโอบกอดกันยังไงบ้าง?
ใบเตย : ลุกซ์เขาเป็นคนเข้มแข็งมาก คนที่เป็นคนนอกมาเยี่ยมเขาจะเข้มแข็งใส่เราหมด แต่พอกลับไปจากเราจะหนักหมด ซึ่งผิดกับเรา เวลาเราเจอเขาเราจะปล่อยโฮตลอดจะร้องตลอด
ลุกซ์ : โชคดีที่พี่เตยเขาเป็นคนร้อง เขาเป็นคนระบาย
ใบเตย : เราจะร้องตลอด ร้องคิดถึงลูก อยากกลับบ้านอยู่ไม่ได้แล้ว จะแบบดิ่งดาวน์ใส่ตลอด คือในนั้นในห้องเยี่ยมผู้หญิงทุกคนก็จะมีน้ำตาทุกคนเวลาเจอญาติ มันเป็นความคิดถึงสุดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเห็นกันผ่านที่กระจก น้องลุกซ์เขาจะเข้มแข็งมาก เราก็จะบอกให้เล่าเรื่องหลานให้ฟัง อัพเดตชีวิตหลานวันนี้ให้ฟัง เราก็นั่งร้องๆ 20 นาทีที่ให้เยี่ยม คือร้องไห้ไปแล้ว 15 นาที

อันนี้ที่เรียกว่าแผลเป็น มันเป็นแผลเป็นยังไง?
ใบเตย : มันเป็นแผลเป็นที่ค่อนข้างฝังลึกมากนะ มันเป็นความทุกข์ที่เป็นการพลัดพราก ที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ มันทำให้เราเกิดอาการช็อกไปเลย ณ วันนี้เอาจริงๆ ก็ยังเหมือนช็อกอยู่ พอได้กลับออกมามันก็เป็นอะไรที่อเมซิ่งเหมือนกัน เพราะตอนนั้นที่อยู่ในนั้น การฝากขังเป็นอะไรที่ทรมานอยู่เหมือนกันนะ สำหรับทุกคนที่ยังไม่รับการตัดสิน เพราะเราไม่รู้เลยว่าเราจะต้องอยู่นานแค่ไหน ผิดกับคนที่รู้ความผิดแล้วที่ต้องได้รับการตัดสิน 1 ปี 2 ปี 3 ปี เขามีโฟกัสกันหมดแล้ว แล้วขั้นตอนของกฎหมายมันค่อนข้างนาน กว่าจะขึ้นศาลกว่าจะสืบพยาน มันเลื่อนลอยหนูก็เลยเรียกความรู้สึกครั้งนี้ว่าเป็นแผลเป็น
คิดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อให้ลบลอยแผลเป็นครั้งนี้?
ใบเตย : เตยว่าคงต้องใช้เวลานานมากๆ ตอนนี้ก็รู้สึกว่าเกือบ2ปีแล้วที่ได้กลับมาใช้ชีวิตข้างนอก ก็รู้สึกว่าบางอย่างมันก็ยังไม่ปกติสำหรับเรา คนที่เป็นผู้หญิงที่ไปอยู่ในนั้น ยิ่งมีลูกมีฮอร์โมนแบบนี้อาการเศร้า ใช้ยา พบนักจิตแพทย์ ในนั้นเขาเรียกว่าจิตเวชวิลล่า มันดึงพลังของชีวิตเราไปหมด จากที่เคยเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงสู้ เป็นผู้หญิงที่สดใสร่าเริง จากคนที่เคยมีแววตาเปล่งประกาย มันทำระบบนิเวศของเราที่เคยมีความสุขพังหมด


