เสียงจากลูกชายบูบู้ อยากเจอพ่อสักครั้ง หวังได้กอด-คุยกันแบบพ่อลูก

11.04.17 | 15:40 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 เมษายน นางชนิษฐา อดีตภรรยาของบูบู้-กำธร โพธิ์น้ำคำ สามีของตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม และบุตรชายวัย 17 ปี ได้ไปให้สัมภาษณ์รายการ A-POP ทางช่องอมรินทร์ทีวี กรณีมีการออกมาเปิดเผยผ่านแฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ว่าได้รับเงินส่งเสียเพียงเดือนละ 3,000 บาท อีกทั้งเมื่อลูกพยายามติดต่อพูดคุยผ่านเฟสบุ๊คก็กลับถูกบูบู้บล็อคตามที่เป็นข่าวไปนั้น โดยนายชนิษฐาบอกว่า เรื่องเงินรายเดือนดังกล่าว ตนไม่ได้เรียกร้อง แต่บูบู้เป็นคนเสนอให้ รวมถึงยังช่วยออกค่าเทอมและค่ารักษาพยาบาลของลูกครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ดีบางอย่างที่แจ้งไปก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง

ส่วนที่ลูกเลิกเรียนตั้งแต่ชั้นประถม 6 แต่ข่าวแจ้งว่ายังมีการขอค่าเทอมไปนั้น ยอมรับขอจริง แต่เป็นเพราะเงิน 3 พันบาทไม่ได้พอสำหรับทุกอย่าง โดยยืนยันว่าเงินที่ได้มาเป็นการใช้จ่ายในส่วนของลูก ไม่ใช่ของตัวเอง

นางชนิษฐายังพูดถึงเรื่องที่มีคนวิจารณ์ว่า อยู่ๆทำไมเพิ่งจะมาเรียกร้องตอนนี้ เป็นเพราะเห็นว่าบูบู้มีฐานะดีหรือเปล่า ว่า ก่อนหน้านี้เห็นว่าบูบู้ยังลำบาก ขณะที่ตัวเองแม้จะลำบากเหมือนกัน แต่ยังมีญาติพี่น้องที่พอจะช่วยเหลือได้

“ถูกกระแสโจมตีเยอะมาก ว่าเงินตัวเดียวที่เราอยากได้ แต่เราทำงานค่ะ มีอาชีพ ตอนเช้าขายปลาที่ตลาด เสาร์-อาทิตย์ขายของตลาดนัด ถ้าไม่มีอาชีพเราคงไม่ได้สามารถเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมา”นางชนิษฐากล่าว

ขณะที่ในส่วนลูกชายได้ให้เหตุผลในการเลิกเรียนว่า อยากออกมาช่วยแม่ขายของ แต่ก็มีแผนจะเรียนกศน.ต่อ ทั้งนี้เจ้าตัวบอกด้วยว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอพ่อ ได้แต่แมสเสจหาในเฟสบุ๊ค ซึงก็ได้คำตอบบ้าง ไม่ได้บ้าง แต่นั่นอาจเป็นเพราะพ่อไม่ว่าง

Advertisement

สำหรับการโดนบบ็อคเฟสบุ๊คนั้น แม้จะเข้าใจ แต่ก็แอบน้อยใจ เพราะได้แนะนำตัวไปแล้วว่าเป็นใคร

นางชนิษฐาบอกด้วยว่าที่ผ่านมาเวลาจะติดต่อกับบูบู้ จะเป็นการคุยผ่านไลน์ของผู้จัดการบูบู้ ซึ่งเมื่อลูกบอกว่าอยากคุยกับพ่อ ยังบอกลูกไปว่าอย่าเลย เพราะที่ผ่านมาตนเคยเจ็บกับคำพูดของบูบู้มาแล้วก็ไม่อยากให้เรืองอย่างนี้ไปถึงลูก

อย่างไรก็ดีบุตรชายของบูบู้ยังยืนยันว่าถึงอย่างไรก็ยังอยากเจอพ่อ และหวังว่าเร็วๆนี้จะได้เจอตามที่หวังไว้

“อยากเจอพ่อนะครับ อยากจะเจอตัวต่อตัวสักครั้งหนึ่ง คุยกับแบบพ่อลูก”

ทังนี้หลังจบรายการทั้งคู่ยังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรที่เห็นบูบู้ใช้ชีวิตหรูหรา ใช้ของแบรนด์เนม แต่ให้เงินเพียงเดือนละ 3,000 บาท โดยบุตรชายของบูบู้บอกว่า “อันนี้นเขาทำมาด้วยตัวเอง เราไม่ควรก้าวก้ายไปในส่วนนั้น”

ขณะที่นางชนิษฐาบอกว่าจริงๆแล้ว ไม่อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้อยากออกสื่อ

“เราอยู่ในที่ของเรา สามีของเรา แต่ลูกเขาต้องการอีกนิดนึง อยากจะได้เจอ อยากกอด ได้พูดคุยกับพ่อแท้ๆ”

ซึ่งบุตรชายเองก็ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้น

“อยากกอดสักครั้ง”เขาว่า อีกทั้งถ้าได้เจอจริงๆก็จะขอโทษ เพราะไม่อยากให้เรื่องออกมาเป็นแบบนี้