คุยกับ ‘สุนิตย์ นภาศรี’ ผู้กลับมาในรอบ 20 ปี

หายหน้าจากวงการบันเทิงไปกว่า 20 ปี แล้ว สุนิตย์ นภาศรี อดีตดาราคนดัง ที่มีรอยยิ้มน่ารักเป็นเอกลักษณ์ ก็กลับปรากฏตัวอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง ‘สยามสแควร์’ 

“ห่างจากวงการไปนาน ก็ไม่ได้คิดจะกลับมาเล่น แต่ว่าน้องที่เป็นผู้กำกับการแสดง (ไพรัช คุ้มวัน) อยากให้เราเล่น แล้วให้คนตามหาเราจนเจอ” สุนิตย์ที่ระยะหลังหันไปทำธุรกิจส่วนตัว เล่าให้ มติชนออนไลน์ ฟังถึงการกลับมา

ก่อนจะว่า ตอนแรกเธอก็คิดปฏิเสธ แต่สุดท้ายด้วยความพยายามของทีมงาน ก็ทำให้ใจอ่อน

“เขาตามหาเรานานมาก”

คลำจากนามสกุล จากอดีตคนรู้จัก ฯลฯ กระทั่งได้เจอเฟสบุ๊คของหลานๆ แล้วพยายามขอเบอร์ แต่หลายคนในจำนวนนั้นไม่ให้ เพราะรู้ว่าเธอไม่สนใจจะกลับเข้าวงการ กระทั่งมีคนหนึ่งใจอ่อน ยอมบอกไป หลังเห็นว่าทีมงานใช้เวลาเพื่อการนี้นานหลายเดือน

แต่ใช่ว่าความยากจะจบลง เพราะแรกได้คุย เธอก็ยืนยันปฏิเสธ หากทางนั้นไม่ท้อ ให้เหตุผลว่าผู้กำกับอยากได้คนที่ห่างหายจากการแสดงไปนานแล้วมารับบท

“คุยกันเป็นเดือน เราก็บอกออกมานานแล้ว ยังไม่พร้อมกลับไป ถ้ากลับ ก็อยากกลับไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ แต่ทางผู้กำกับบอกว่า บทที่เราได้ออกมานิดเดียว 1-2 ฉาก เราเล่นเป็นแม่เด็ก”

ปฏิเสธไป ตื๊อกลับมา กระทั่งเธอใจอ่อน

“เห็นแก่ความอุตสาหะ ความตั้งใจของทีมงาน”สุนิตย์ให้เหตุผล พลางหัวเราะ

“แล้วผู้กำกับบอกว่าเขาไม่วางตัวใครเลย นอกจากเรา เลยยอม”

“ซึ่งได้บอกทีมงานว่าเราอาจจะเล่นไม่ดี เพราะห่างไปนาน ไม่มีเวลาเตรียมตัวเท่าไหร่ เขาก็ว่าไม่เป็นไร อยากให้เราเป็นตัวของเรา”

บอกอีกว่าพอภาพยนตร์ออกฉาย ตอนนี้กลายเป็นว่าเพื่อนร่วมวงการต่างถามถึงการกลับมาของตนมากมาย หลายคนยังชวนให้กลับมารับงานละครอีก แต่ “เวลาเราไม่ค่อยมี” เธอออกตัว

อย่างไรก็ดีหากมีโปรเจ็คต์ไหนที่เธอสามารถช่วยได้ ก็ยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นงานการกุศล

“ถ้ามีอะไรที่เป็นประโยชน์ แล้วมีเวลาที่สามารถทำได้ ก็จะพิจารณา”

เปิดใจอีกว่า ความจริงก็คิดๆ เรื่องจะเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สักรายการ

“อยากทำตลอดเวลา ทำรายการเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม สิ่งดีๆที่มีบนแผ่นดิน ซึ่งคิดว่าทำแล้วน่าจะได้ประโยชน์กับผู้อื่น”

แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่แผนในหัว ไม่รู้ว่าจะได้เริ่มลงมือเมื่อไหร่

สุนิตย์ นภาศรี ผู้กลับมาในรอบ 20 ปีเศษ บอกอย่างนั้น

จากภาพยนตร์ เรื่อง’สยามสแควร์’

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon