คะน้า ริญญารัตน์ รับเข็ดความรัก หลังถูกไฮโซเก๊หลอก รับกำแพงสูง-สกรีนหนักขึ้น
ทำเอาเจ้าตัวเข็ดกับความรักไปเลย สำหรับ นักแสดงสาว คะน้า ริญญารัตน์ หลังเจอมรสุมหนักหน่วง ถูกไฮโซเก๊หลอกให้รัก จนเกือบตกลงปลงใจแต่งงานด้วย โดยล่าสุดวันที่ 24 ก.ค. 68 มีโอกาสเจอ สาวคะน้า ที่มาร่วมในงานสัมภาษณ์พิเศษ EXCLUSIVE PRESS INTERVIEW ละคร ‘เมืองแก้ว’ ณ ช่อง 7HD ซึ่งได้เปิดใจกับสื่อมวลชน อัพเดตชีวิตที่ต้องก้าวต่อไป เพราะไม่อยากจมปลักกับเรื่องราวที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับว่าเข็ดกับความรัก ซึ่งไม่ง่ายที่จะเปิดใจให้ใครเข้ามา หลังจากนี้ต้องสกรีนอย่างหนัก สืบประวัติให้ละเอียดเหมือนกับยอดนักสืบโคนัน
“ตอนนี้โอเคแล้วค่ะ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เป็นบทเรียนราคาแพงในชีวิตของเรา ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป และตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปค่ะ ตอนนี้ตัวเขาถูกดำเนินคดีอยู่ แต่เป็นคดีเก่าของเขาเอง แต่ในคดีของเราและผู้เสียหายใหม่ ก็อยู่ในช่วงที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ค่ะ”
เราต้องเข้าไปสืบพยานอะไรเพิ่มเติมไหม?
“เราได้ให้ปากคำหมดแล้วค่ะ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของตำรวงในการดำเนินการต่อไปค่ะ”
ได้ติดตามผลบ้างมั้ย?
“ไม่ได้ติดตามเลยค่ะตอนนี้ (ยิ้ม) ไม่ได้สนใจเลย เราก็ใช้ชีวิตของเราไป แต่ถ้าตำรวจเขาต้องการสอบปากคำเพิ่ม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเราก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่ตอนนี้ทางตำรวจยังไม่ได้มีการขออะไรเพิ่มเติมค่ะ”
ตอนนี้สภาพจิตใจเราเป็นยังไง?
“ดีค่ะ กลับมาเหมือนเดิมแล้วค่ะ เราต้องสู้ต่อ ดำเนินชีวิตต่อ จะไปจมปลักกับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ ก็ใช้ชีวิต ตั้งใจทำงานต่างๆ ของเราไป”
เข็ดหรือกลัวความรักมั้ย?
“ใช้คำว่าเข็ดค่ะ แต่ถามว่ามีคนเข้ามามั้ย ก็มี แต่เราก็จะค่อยๆ คุย เปิดใจช้าลง ไม่รีบตัดสินใจเหมือนสมัยก่อน”
สกรีนหนักขึ้น?
“สกรีนเป็นโคนันเลย (ยิ้ม) ใครเข้ามาคุยคือสืบลึกเลยว่าเป็นยังไง เป็นคนแบบไหน ทำอาชีพอะไร ตอนนี้เป็นหนูน้อยยอดนักสืบไปเลย (ใครเข้ามาก็ต้องรู้เบื้องลึกกันไปเลย?) ใช่ค่ะ ถ้ามีลับลมคมในคือไม่คุยเลย”
เชื่อเรื่องความรักยากเลยใช่มั้ย?
“ก็ยอมรับว่าถ้าใครเจอแบบเรามันก็คงจะเข็ดนิดนึง มันก็ต้องมีกำแพงขึ้นมาอยู่แล้วค่ะ กำแพงหนาและสูงขึ้นเยอะเลย”
จะเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เข้ามาเลยมั้ย?
“อันนั้นก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเขาชอบเรามากพอเขาก็ต้องพิสูจน์ว่าเขาจริงใจกับเราจริงๆ”
ไฮโซมั้ยที่เข้ามาจีบ?
“คนธรรมดา ไม่ได้ไฮโซอะไร (ยิ้ม)”
ระแวงไฮโซหรือคนโปรไฟล์ดีไปเลยมั้ย?
“ก็สืบค่ะ เรายอมรับว่าสืบเลย เสิร์ชหรือไปถามคนรู้จัก ถ้าไกลตัวคือไม่เอาเลย ต้องรู้จักอยู่แล้วถึงจะคุย ต้องมีคนคอนเฟิร์ม การันตีถึงจะคุย แต่ไม่ถึงกับจ้างนักสืบนะคะ สืบเองก็ได้ (ยิ้ม) แต่จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวว่าต้องเป็นไฮโซแล้วมีกำแพง แต่แค่คนๆ นึงที่เข้ามาเราก็มีกำแพงแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับรวยหรือจนนะ แต่คนที่เข้ามาหลอกลวง ถ้าเขาตั้งใจเข้ามาหลอกจริงๆ เขาเข้ามาแบบไหนก็ได้”

จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเปิดใจ?
“อันนี้ตอบไม่ได้เลย คนที่เขาอยากจะคบกับเราหรืออยากจะคุยกับเราจริงๆ ก็คงต้องพิสูจน์ไปเรื่อยๆ ค่ะจนกว่าเราจะมั่นใจว่าเขาจริงใจกับเราจริงๆ และทุกอย่างที่เขาพูดมันคือเรื่องจริง มันต้องใช้เวลาเลยค่ะ”
ตอนนี้โสดใช่มั้ย?
“โสดค่ะ”
ตอนนั้นก็จะมีคอมเมนต์หลากหลาย เรารู้สึกยังไง?
“แบ่งเป็น 2 ส่วนนะคะ คือตั้งแต่ตอนแรกเลยกว่าจะออกมาออกข่าวก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องโดนคอมเมนต์ในเชิงต่อว่า แต่เราก็คิดว่าเราจะได้ช่วยเหลือคนอีกเยอะ เพราะเห็นในข่าวก็จะเห็นว่ามีหลายคนที่เขาตาสว่าง และคนที่โดนหลอกอยู่ รักอยู่ เขาก็ได้มารู้ความจริงว่าเขาโดนหลอกก็เพราะรู้จากเรา เราก็รู้สึกดีว่าเราได้ช่วยเหลือสังคม แต่หลายคนก็ไม่เข้าใจเราว่าเรามองคนที่เปลือกนอก ไปชอบคนรวยเหรอเลยโดนหลอก จริงๆ ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของการเปิดใจให้คนๆ นึงเร็วเกินไปแค่นั้นเอง แต่คอมเมนต์ชื่นชมและให้กำลังใจเราก็มีเยอะเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้ก็ยังมีคอมเมนต์ต่อว่าอยู่บ้างนะ เวลาไลฟ์ในติ๊กต็อกก็ยังมีแซะอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ตอบเอง เพราะคนอื่นในไลฟ์เขาก็จะเข้ามาตอบแทน จะไปว่าแทนอยู่แล้ว”
รู้สึกยังไง?
“จริงๆ ตอนแรกโกรธมาก คุณแม่ยิ่งโกรธเยอะเลย และคุณแม่อยากจะฟ้องด้วย แต่เราก็คิดว่ามันเสียเวลา เสียอะไรหลายๆ อย่าง และรู้สึกว่าปล่อยผ่านไปแล้วกัน เพราะเราก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้แล้ว ก็เลยไม่ได้มีการฟ้องร้องอะไรค่ะ แต่ก็เข้าใจได้เพราะว่าบางคนเขาคงว่างเกิน (หัวเราะ) ชาวเน็ตเขาว่าง ไม่มีอะไรทำ ถ้าเราสามารถทำให้เขาได้ปลดปล่อยความทุกข์ออกได้นิดหน่อย เราก็ปล่อยไป ไม่ได้สนใจ เดินหน้าใช้ชีวิตทำงานของเราต่อไปค่ะ (ยิ้ม)”
“ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราตั้งใจทำออกไป และเข้ามาให้กำลังใจ และฝากเรื่องราวนี้เป็นบทเรียนกับทุกคนด้วยว่าเอาเรื่องของเราเป็นบทเรียนไว้สำหรับชีวิตของทุกๆ คนค่ะ”.


